วันพุธ ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
เลขาฯศาลยุติธรรมจับมือลงนามธนาคารพาณิชย์ ธนาคารนานาชาติ และธนาคารภาครัฐ ยกระดับการสืบทรัพย์บังคับคดีด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล สะดวก รวดเร็ว เพื่อประโยชน์ชาติ
เวลา 10.00 น. วันที่ 22 กรกฎาคม 2569 ณ ห้องประชุมใหญ่ ชั้น 6 อาคารสำนักงานศาลยุติธรรม ถ.รัชดาภิเษก นายธีรทัย เจริญวงศ์ เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม พร้อมด้วยผู้แทนจาก ธนาคารสังกัดสมาคมธนาคารไทย สมาคมธนาคารนานาชาติ สมาคมสถาบันการเงินของรัฐ ร่วมลงนามบันทึก ข้อตกลงความร่วมมือการรับ-ส่งข้อมูลบัญชีเงินฝากธนาคารในการบังคับคดีแพ่ง บังคับคดีปกครอง ตามมาตรการ บังคับทางปกครอง การบังคับโทษปรับในคดีอาญา และการบังคับค่าปรับเป็นพินัย ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยมีนายวรกฤต จารุวงศ์ภัค เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย นายวรณัฐ สุโฆษสมิต เลขาธิการสมาคมสถาบัน การเงินของรัฐ เป็นสักขีพยานในการลงนาม
นายธีรทัย เจริญวงศ์ เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม กล่าวว่า วันนี้เป็นโอกาสที่ดีเป็นอีก หนึ่งก้าวสำคัญในการพัฒนากระบวนการยุติธรรมของประเทศ ที่สำนักงานศาลยุติธรรมและสถาบันการเงินของประเทศ ได้มาลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือครั้งนี้ โดยความยุติธรรมมิได้สิ้นสุดลงเมื่อมีคำพิพากษาของศาล ความยุติธรรมจะสมบูรณ์เมื่อคำพิพากษานั้นสามารถบังคับให้เกิดผลได้จริง กระบวนการบังคับคดีจึงเป็นกลไกสำคัญที่ทําให้หลักนิติธรรมเกิดผลในทางปฏิบัติ ที่ผ่านมาการตรวจสอบข้อมูลบัญชีเงินฝากเพื่อการบังคับคดีต้องใช้ เอกสารหลายขั้นตอน ใช้เวลา ใช้ทรัพยากรของศาลและสถาบันการเงินจำนวนมาก นับแต่นี้ไปผลจากบันทึก ข้อตกลงความร่วมมือฉบับนี้ จะเปลี่ยนรูปแบบการทำงานจาก “การส่งหนังสือ” ไปสู่ “การเชื่อมโยงข้อมูล จากการทํางานแยกส่วนไปสู่การทำงานร่วมกัน จากการใช้เวลาไปสู่การใช้เทคโนโลยี ซึ่งจะลดขั้นตอน ลดเวลา ลดภาระงาน ลดค่าใช้จ่าย เพิ่มความถูกต้องของข้อมูล ทำให้การบังคับคดีและการบังคับโทษตามคำพิพากษา เป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ผู้ที่ได้รับประโยชน์สูงสุดไม่ใช่สำนักงานศาลยุติธรรมหรือสถาบันการเงิน แต่คือประเทศชาติและประชาชน เพราะกระบวนการยุติธรรมดำเนินไปได้อย่างรวดเร็ว เชื่อถือได้ บังคับใช้กฎหมายได้จริง
ส่งผลให้ระบบเศรษฐกิจมีความมั่นคง หลักนิติธรรมของประเทศมีความเข้มแข็ง ความร่วมมือในวันนี้ อาจไม่ใช่เพียงการเชื่อมโยงระบบข้อมูล แต่ยังเป็นการเชื่อมโยงความเชื่อมั่น ความรับผิดชอบ และพันธกิจร่วมกันระหว่างศาลยุติธรรมซึ่งเป็นผู้ใช้อำนาจตุลาการเป็นองค์กรที่มีหน้าที่ อำนวยความยุติธรรม กับธนาคารซึ่งเป็นผู้ดูแลระบบการเงินเป็นองค์กรที่เป็นกลไกสำคัญในระบบ เศรษฐกิจของประเทศ แม้ทั้งสององค์กรจะมีบทบาทแตกต่างกัน แต่เรามีเป้าหมายเดียวกันคือสร้างสังคม ที่ประชาชนเชื่อมั่นในกฎหมาย เชื่อมั่นในระบบเศรษฐกิจ และเชื่อมั่นในหลักนิติธรรมของประเทศ ซึ่งการพัฒนาระบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อปรับปรุงกระบวนการทำงาน และการเชื่อมโยงระหว่างองค์กรต้อง อาศัยเวลา งบประมาณ บุคลากร และความทุ่มเทอย่างมาก โดยทุกท่านได้แสดงให้เห็นถึงเจตนารมย์ ร่วมกันว่าความสำเร็จของประเทศไม่ได้เกิดจากการที่แต่ละองค์กรต่างทำหน้าที่ของตนเองเพียงลำพัง แต่เกิดจากการจับมือกันเพื่อทำให้กระบวนการยุติธรรมและระบบเศรษฐกิจของประเทศเดินหน้าไปได้.
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี