วันพฤหัสบดี ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการให้บริการประชาชนที่มาติดต่อดำเนินการเกี่ยวกับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ณ ที่ว่าการอำเภอปัว พร้อมประชุมติดตามสถานการณ์และสั่งการให้อำเภอทั้ง 15 แห่ง เร่งจัดตั้ง ศูนย์ One Stop Service เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการยืนยันสิทธิ การยื่นอุทธรณ์ และการรับคำปรึกษาเกี่ยวกับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ลดความแออัดของผู้มาใช้บริการ และยกระดับการให้บริการอย่างทั่วถึง
การประชุมดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 โดยมีนายอำเภอทั้ง 15 อำเภอเข้าร่วมผ่านระบบออนไลน์ เพื่อรับนโยบายและกำหนดแนวทางการดำเนินงานร่วมกัน โดยผู้ว่าราชการจังหวัดน่านได้กำชับให้ทุกอำเภอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการการทำงานอย่างใกล้ชิด พร้อมให้ความสำคัญกับการอำนวยความสะดวกแก่ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง และประชาชนในพื้นที่ห่างไกล เพื่อให้สามารถเข้าถึงสิทธิของรัฐได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว
นอกจากนี้ ยังได้ประชาสัมพันธ์ให้ผู้ที่ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายใหม่ สามารถยืนยันสิทธิผ่านกำนันหรือผู้ใหญ่บ้าน หรือดำเนินการได้ที่ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และธนาคารกรุงไทย สาขาใกล้บ้าน เพื่อลดความหนาแน่นของผู้มาใช้บริการในแต่ละจุด
ผู้ว่าราชการจังหวัดน่านเปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงมหาดไทยอยู่ระหว่างเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาขยายระยะเวลาการยื่นอุทธรณ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐออกไปจนถึงวันที่ 20 กันยายน 2569 พร้อมเร่งจัดตั้งศูนย์ One Stop Service ให้ครบทุกอำเภอ รวมทั้งตรวจสอบกรณีประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการถูกสวมชื่อเปิดบริษัทหรือบัญชีม้า เพื่อให้ผู้ได้รับความเดือดร้อนสามารถเข้าถึงสิทธิของรัฐได้อย่างเป็นธรรม
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี