วันพฤหัสบดี ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ขู่ปิดสนามมวย
ชัชชาติผวาซ้ำรอยผับ
ดับอีกศพที่35โคม่า12
เหยื่อไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว เสียชีวิตเพิ่มรายที่ 35 อยู่ห้องไอซียูอีก 12 คน ผู้ว่าฯ “ชัชชาติ” สั่งเร่งตรวจปูพรม “สถานประกอบการคล้ายสถานบริการ” ทั่วกรุง หลัง เหตุไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว ตรวจแล้ว 824 สั่งปิด! 56 แห่ง เล็งตรวจสนามมวยด้วย
วันที่ 22 ก.ค.69 ศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร (ศูนย์เอราวัณ) สรุปข้อมูล ผู้บาดเจ็บ เหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว เขตจตุจักร ประจำวันที่ 22 ก.ค.69 เวลา 09.30 น. รวมทั้งหมด 77 ราย ให้กลับบ้านได้ 48 ราย รักษาตัวใน รพ. 21 ราย เป็นผู้ป่วย ICU 12 ราย แอดมิท Ward 9 ราย เสียชีวิตใน รพ. 8 รายผู้เสียชีวิตในรพ.รายที่ 8 นส.ฐิติชญา ครุฑวิชิต เสียชีวิตที่โรงพยาบาลศิริราช ward อุบัติเหตุ 4 (Burn unit) ช่วงเวลา 02.20 น. ของวันที่ 22/7/69 ที่ผ่านมา
วันเดียวกัน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้สัมภาษณ์ถึงมาตรการตรวจสอบสถานประกอบการภายหลังเกิดเหตุเพลิงไหม้ร้านโรงเบียร์ย่านลาดพร้าว ว่า กรุงเทพมหานครได้เร่งทบทวนมาตรการตรวจสอบร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะสำนักงานตำรวจแห่งชาติและเจ้าหน้าที่ของกรุงเทพมหานคร เพื่อยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัยและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ
ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า จากการถอดบทเรียนเหตุเพลิงไหม้ ได้มีการปรับปรุงเช็กลิสต์การตรวจสอบใหม่ โดยใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุขในการตรวจสอบสถานประกอบการที่อาจก่อให้เกิดอันตราย ซึ่งครอบคลุมการตรวจสอบในหลายมิติ พร้อมพัฒนาเช็กลิสต์ใหม่รวม 17 รายการ ที่มีรายละเอียดเข้มข้นมากยิ่งขึ้น ก่อนสั่งการให้ทุกสำนักงานเขตดำเนินการตรวจสอบเชิงรุกแบบปูพรม
สำหรับสถานประกอบการที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นสถานประกอบการลักษณะคล้ายสถานบริการ แต่ไม่ใช่สถานบริการตามกฎหมายที่อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีจำนวนทั้งสิ้น 1,091 แห่ง โดยในช่วง 3 วันที่ผ่านมา ได้เข้าตรวจสอบแล้ว 824 แห่ง ผลการตรวจสอบพบว่า มีสถานประกอบการที่ผ่านเกณฑ์การตรวจสอบทั้งหมด 217 แห่ง ขณะที่ 551 แห่ง ได้รับคำสั่งให้ปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่องเพิ่มเติม และมีสถานประกอบการอีก 56 แห่ง ที่ถูกสั่งให้หยุดหรือปิดการให้บริการ เนื่องจากพบข้อบกพร่องร้ายแรงที่กระทบต่อความปลอดภัย
นายชัชชาติ กล่าวว่า กฎหมายเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการที่มีข้อบกพร่องไม่ร้ายแรงสามารถปรับปรุงแก้ไขได้ แต่หากพบการกระทำผิดที่มีความเสี่ยงร้ายแรง กรุงเทพมหานครจะใช้อำนาจสั่งปิดทันที โดยหลังจากนี้จะดำเนินการตรวจสอบอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 2 เดือน รวมทั้งตรวจซ้ำเพื่อประเมินผลการแก้ไข
นอกจากนี้ ยังมีบางประเด็นที่ผู้ประกอบการต้องจัดส่งผลการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญมายืนยันเพิ่มเติม โดยเฉพาะระบบสายไฟฟ้าภายในอาคาร และวัสดุประเภทโฟมหรือฉนวนกันเสียง เนื่องจากเจ้าหน้าที่ไม่สามารถตรวจสอบรายละเอียดของวัสดุดังกล่าวได้ด้วยการตรวจด้วยสายตาเพียงอย่างเดียว จึงจำเป็นต้องมีเอกสารรับรองหรือผลการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญประกอบ
ส่วนการเปิดช่องทางให้ประชาชนแจ้งเบาะแสจุดเสี่ยงอัคคีภัยผ่านระบบ Traffy Fondue ขณะนี้มีประชาชนแจ้งข้อมูลเข้ามาแล้ว 27 เรื่อง ซึ่งกรุงเทพมหานครจะเร่งส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและดำเนินการแก้ไขโดยเร็ว
นายชัชชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วงวันเสาร์และอาทิตย์นี้ กทม.จะเชิญผู้ประกอบการทั้งหมดเข้าร่วมประชุมของในแต่ละพื้นที่เขตเพื่อชี้แจงรายละเอียดของเช็กลิสต์การตรวจสอบ และสร้างความเข้าใจให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน พร้อมเน้นย้ำให้ผู้ประกอบการตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลความปลอดภัยของผู้ใช้บริการ และปฏิบัติตามข้อกำหนดอย่างเคร่งครัด
นายชัชชาติ ยังกล่าวถึงกรณีที่มีการร้องเรียนให้ตรวจสอบสถานที่อื่น ๆ นอกเหนือจากสถานบันเทิง เช่น สนามมวย ว่า กรุงเทพมหานครจะดำเนินการตรวจสอบสถานที่ทุกประเภทที่เข้าข่ายตามกฎหมายควบคุมอาคาร ไม่เฉพาะสถานประกอบการด้านความบันเทิงเท่านั้น โดยกฎหมายควบคุมอาคารกำหนดให้สถานที่ที่เป็นสถานชุมนุม สถานมหรสพ และสถานบริการ ต้องปฏิบัติตามมาตรการด้านความปลอดภัยที่เข้มงวด เช่น การจัดให้มีผู้ตรวจสอบอาคารอิสระเข้าตรวจสอบเป็นประจำ รวมถึงการตรวจสอบอาคารตามรอบระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ซึ่งปัจจุบัน กรุงเทพมหานครมีอาคารที่เข้าข่ายดังกล่าวประมาณ 14,000 แห่ง ซึ่งรวมถึงสนามมวยด้วย โดยจะมีการทบทวนว่าผู้ประกอบการได้จัดส่งรายงานการตรวจสอบอาคารครบถ้วนและถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่
ส่วนความคืบหน้าการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีเหตุเพลิงไหม้ร้านโรงเบียร์ย่านลาดพร้าว นายชัชชาติ เปิดเผยว่า ปลัดกรุงเทพมหานครได้มีคำสั่งให้ผู้อำนวยการเขตจตุจักรเข้าช่วยราชการตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา เพื่อให้การตรวจสอบข้อเท็จจริงเป็นไปอย่างโปร่งใสและมีประสิทธิภาพ โดยเปิดโอกาสให้ดำเนินการเคลียร์ภารกิจในพื้นที่เดิมเป็นเวลา 4-5 วัน ก่อนเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ พร้อมทั้งได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงขึ้นแล้ว
ผู้ว่าฯกทม. ย้ำว่า การให้ผู้อำนวยการเขตจตุจักรเข้าช่วยราชการเป็นมาตรการเพื่อให้การตรวจสอบดำเนินไปอย่างเต็มที่ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน ไม่ได้หมายความว่าบุคคลดังกล่าวมีความผิดแต่อย่างใด เนื่องจากคณะกรรมการสอบสวนเพิ่งเริ่มดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง
ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นเหตุการณ์ร้ายแรงที่จำเป็นต้องตรวจสอบอย่างรอบด้าน เพื่อหาสาเหตุและข้อบกพร่องที่อาจเกิดขึ้น รวมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้ทบทวนการปฏิบัติหน้าที่ ขณะที่เจ้าหน้าที่ชุดใหม่สามารถเข้าดำเนินการตรวจสอบและสืบหาข้อเท็จจริงได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อให้ทุกขั้นตอนเป็นไปด้วยความโปร่งใส เป็นธรรม และสร้างความมั่นใจแก่ประชาชน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี