543.jpg
'ข้าวรักษ์โลก' ทางรอดใหม่ของชาวนาไทย ศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี หนุนชาวนาผลิตข้าวคาร์บอนต่ำ เพิ่มมูลค่ายั่งยืน

'ข้าวรักษ์โลก' ทางรอดใหม่ของชาวนาไทย ศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี หนุนชาวนาผลิตข้าวคาร์บอนต่ำ เพิ่มมูลค่ายั่งยืน

วันจันทร์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 21.28 น.

ก่อนที่ "ข้าวไทย" จะเดินทางถึงจานอาหารของผู้บริโภค วันนี้กระบวนการผลิตกำลังเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ จากการมุ่งเน้นเพียงผลผลิตและคุณภาพ สู่การให้ความสำคัญกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อก้าวทันความต้องการของตลาดโลกที่ให้คุณค่ากับสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น "ข้าวคาร์บอนต่ำ" จึงกลายเป็นแนวทางการผลิตใหม่ที่ไม่เพียงช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แต่ยังสร้างมูลค่าเพิ่มและยกระดับข้าวไทยสู่ตลาดพรีเมียม

ข้าวคาร์บอนต่ำ คือ การทำนาในรูปแบบใหม่ที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดห่วงโซ่การผลิต ตั้งแต่การเตรียมดิน การจัดการน้ำด้วยเทคนิค "นาเปียกสลับแห้ง" หรือการแกล้งข้าว การใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินอย่างแม่นยำ การจัดการตอซังโดยไม่เผา ตลอดจนการจัดการหลังการเก็บเกี่ยวอย่างมีประสิทธิภาพ แนวทางดังกล่าวไม่เพียงช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม แต่ยังช่วยลดต้นทุนการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร และยกระดับคุณภาพของผลผลิตให้ได้มาตรฐานมากยิ่งขึ้น


ว่าที่ร้อยตรีกัมพล สุขคีรินทร์ ประธานกลุ่มข้าวชาวนาร่วมใจ จังหวัดปทุมธานี เปิดเผยว่า กลุ่มมีสมาชิกกว่า 300 ราย เกิดจากการรวมตัวของวิสาหกิจชุมชนและเกษตรกรในพื้นที่ เพื่อสร้างความเข้มแข็งด้านการผลิตและการตลาดร่วมกัน ส่งผลให้สามารถเพิ่มศักยภาพการผลิตและเพิ่มผลผลิตต่อไร่ได้อย่างต่อเนื่อง

ด้าน นางนิตยา รื่นสุข ผู้ก่อตั้งเครือข่ายข้าวชาวนาร่วมใจ กล่าวว่า ศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี กรมการข้าว ได้เข้ามาสนับสนุนองค์ความรู้และเทคโนโลยีอย่างครบวงจร ตั้งแต่การส่งเสริมการผลิต การเก็บเกี่ยว การดูแลรักษาคุณภาพเมล็ดข้าว การยกระดับมาตรฐานการผลิต ทั้ง GAP, GMP และมาตรฐาน Q ของกรมการข้าว จนสามารถต่อยอดสู่การได้รับฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มได้รับความสนใจจากผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศมากขึ้น

ปัจจุบัน ผู้บริโภคทั่วโลกให้ความสำคัญกับสินค้าที่ผลิตอย่างรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม หลายประเทศเริ่มนำมาตรการด้านคาร์บอนมาเป็นเงื่อนไขทางการค้า ทำให้ "ข้าวคาร์บอนต่ำ" ไม่ใช่เพียงกระแส แต่กำลังก้าวขึ้นเป็นมาตรฐานใหม่ของตลาดโลก และเป็นโอกาสสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของข้าวไทย

นายเรวัตร์ รื่นสุข ประธานศูนย์ข้าวชุมชนคลอง 13 กล่าวว่า แปลงนาได้ดำเนินการตามแนวทางการผลิตข้าวคาร์บอนต่ำ โดยใช้ระบบนาเปียกสลับแห้ง ควบคู่กับการใช้ปุ๋ยตามผลการวิเคราะห์ดิน พร้อมนำเทคโนโลยีท่อวัดระดับน้ำอัจฉริยะที่กรมการข้าวสนับสนุนมาใช้ ซึ่งสามารถตรวจสอบข้อมูลผ่านโทรศัพท์มือถือ ช่วยบริหารจัดการน้ำได้อย่างแม่นยำ ลดการใช้น้ำและลดการปล่อยก๊าซมีเทนจากแปลงนาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กรมการข้าว โดยศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี จึงเดินหน้าวิจัยและพัฒนาระบบการผลิตข้าวคาร์บอนต่ำอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การจัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้ง การลดการเผาฟาง การใช้ปุ๋ยอย่างเหมาะสม ไปจนถึงการจัดเก็บข้อมูลคาร์บอนฟุตพริ้นท์ตลอดกระบวนการผลิต เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค และยกระดับข้าวไทยสู่ตลาดมูลค่าสูงที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน

ดร.กนกอร วุฒิวงศ์ นักวิชาการเกษตรชำนาญการ ศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี กรมการข้าว กล่าวปิดท้ายว่า ปัจจุบันกลุ่มข้าวชาวนาร่วมใจได้รับการรับรองฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก หรือ อบก. จำนวน 4 ผลิตภัณฑ์ นับเป็นกลุ่มเกษตรกรแห่งแรกของภาคกลางที่ได้รับฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์บนผลิตภัณฑ์ข้าว ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับมาตรฐานการผลิตของเกษตรกรไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ชาวนาไทยไม่ได้จำหน่ายเพียงเมล็ดข้าว แต่กำลังส่งต่อคุณค่าของการผลิตที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมในทุกขั้นตอน พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคทั่วโลก "เปลี่ยนวิธีปลูกข้าว เพื่อโลก เปลี่ยนอนาคตข้าวไทยสู่ความพรีเมียมที่ยั่งยืน" เพราะ "ข้าวรักษ์โลก" ไม่ใช่เพียงทางเลือกของวันนี้ แต่คือ ทางรอดใหม่ของข้าวไทย ที่ศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี กรมการข้าว กำลังร่วมขับเคลื่อนกับเกษตรกร เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร ควบคู่กับการรักษาสิ่งแวดล้อม และผลักดันข้าวไทยก้าวสู่เวทีการค้าระดับโลกอย่างยั่งยืน

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม ลิ้งค์ : https://youtu.be/R3n3LzTSdDc

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top