ลุ้นอัยการญี่ปุ่น
สั่งฟ้องสาวไทย
หิ้วของซุกไอซ์
เร่งขยายผลคดี
รองเลขาฯ ป.ป.ส.เผยรออัยการญี่ปุ่น สั่งฟ้องคดีสาวไทยรับหิ้วของแต่พบถูกซุกไอซ์ หรือไม่ 31 ก.ค.นี้ ยัน ป.ป.ส.ประสานข้อมูลกับฝ่ายญี่ปุ่น ต่อเนื่อง ชี้ไรเดอร์ที่ส่งพัสดุให้สาวไทย ยังไม่ปรากฏตัว
เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม น.ส.อารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการ ป.ป.ส.และโฆษกสำนักงาน ป.ป.ส.กล่าวถึงกรณีหญิงไทยวัย 28 ปีที่รับจ้างหิ้วของไปต่างประเทศ ถูกควบคุมตัวที่สนามบินในประเทศญี่ปุ่น ภายหลังตรวจพบไอซ์ ถูกซุกซ่อนอยู่ในสิ่งของที่รับหิ้ว ว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังคงเร่งสืบสวนสอบสวนขยายผลต่อเนื่อง โดยบูรณาการข้อมูลกับตำรวจ นำโดย พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น.ซึ่งอยู่ระหว่างแกะรอยภาพจากกล้องวงจรปิดในทุกจุดที่เห็นว่ารถของไรเดอร์ชายใช้เป็นเส้นทางขับขี่ทั้งก่อนและหลังส่งพัสดุให้กับหญิงไทยรายดังกล่าว ขณะนี้ทางตำรวจทราบทะเบียนรถ ยี่ห้อ รุ่น และสีรถ เส้นทางที่ใช้ในการขับขี่จากต้นทางสู่ปลายทางแล้ว
น.ส.อารีภักดิ์ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องขอสงวนข้อมูลในส่วนนี้ไว้ก่อน แต่ทราบข้อมูลเบื้องต้นว่าในการขนส่งพัสดุครั้งนี้พบว่ามีไรเดอร์เพียงคนเดียว ไม่ได้มีผู้นั่งโดยสารมาด้วย แต่ยังไม่ขอยืนยันว่าไรเดอร์รายนี้เป็นชายหรือหญิง เพราะเกรงว่าจะไหวตัวทัน และอาจหลบหนีไปก่อนอีกทั้งระหว่างนี้ได้เปิดพื้นที่ให้ไรเดอร์ที่รู้ตัวว่าเป็นคนส่งพัสดุให้หญิงไทยดังกล่าวเข้าแสดงความบริสุทธิ์ใจ ว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ แต่ก็ยังไม่มีบุคคลใดเข้ามาแสดงตัวจึงเป็นข้อสังเกตที่น่าพิรุธ เพราะหากเป็นแค่ไรเดอร์ที่รับจ้างขนส่งพัสดุจริง จะต้องหวั่นเกรงความผิด รีบมาแสดงความบริสุทธิ์ใจ แต่การนิ่งเฉยเช่นนี้ก็มีสิทธิสูงที่จะมีส่วนเกี่ยวข้องในการลำเลียงยาเสพติด
น.ส.อารีภักดิ์ กล่าวอีกว่า แต่อย่างไรแล้วเมื่อมีการรวบรวมหลักฐานจนชัดเจน ทางพนักงานสอบสวน จะขออำนาจศาลออกหมายจับผู้ต้องหา ในความผิดฐานร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย โดยไม่ได้รับอนุญาตฯ และร่วมกันส่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) ออกนอกราชอาณาจักร โดยไม่ได้รับอนุญาตฯ
โฆษกสำนักงาน ป.ป.ส.กล่าวว่า ในวันที่ 31 กรกฎาคมนี้ จะเป็นวันที่อัยการญี่ปุ่นนัดหมายหญิงไทยรายดังกล่าว ฟังคำสั่งคดี ว่าจะมีการสั่งฟ้องหรือไม่ในคดีที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด (ไอซ์) โดยระหว่างนี้ทาง ป.ป.ส.และทางการญี่ปุ่น ได้ประสานข้อมูลรายละเอียดทางคดีอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้การขยายผลในส่วนของไทย พบความเชื่อมโยงว่าไอซ์ลอตนี้ อาจเกี่ยวข้องกับขบวนการเครือข่ายชาวเวียดนาม ที่ซุกซ่อนไอซ์ในกระปุกมะขามเปียกที่ตำรวจ สน.บางยี่ขัน จับกุมไว้ได้ก่อนหน้านี้ เนื่องจากชื่อบัญชีธนาคารที่โอนเงิน 3,600 บาท มายังบัญชีธนาคารของหญิงไทย มีชื่อเป็นชาวเวียดนาม
“ขณะนี้จึงพบว่าพฤติการณ์และแผนประทุษกรรมทั้งสองคดีอาจมีความเกี่ยวข้องกันบางส่วน แต่ยังต้องขยายผลเพื่อให้เห็นความชัดเจนครอบคลุมว่าตัวการที่แท้จริงที่นำไอซ์ลอตนี้เข้ามาในประเทศไทยคือคนกลุ่มใดบ้าง ก่อนจะกระจายส่งให้ผู้รับปลายทางที่เป็นคนกลาง มีต้นทางมาจากประเทศไหน เข้ามาอย่างไร ลำเลียงอย่างไร ในห้วงวันที่เท่าไร บรรจุพัสดุภัณฑ์มาอย่างไร ก่อนส่งให้ถึงมือผู้รับเพื่อให้นำพาไปยังประเทศที่ 3 ที่เป็นปลายทาง” น.ส.อารีภักดิ์ กล่าว
น.ส.อารีภักดิ์ กล่าวอีกว่า สำหรับรูปลักษณะซองกาแฟของกลางในคดีที่พบว่าถูกยัดไอซ์เอาไว้ ทางการญี่ปุ่นได้นำตัวอย่างส่งห้องแล็บตรวจพิสูจน์ ซึ่งเราได้รับข้อมูลมาแล้วว่าเป็นซองกาแฟยี่ห้อของประเทศไทย ถูกบรรจุอยู่ในกล่อง 3 กล่อง น้ำหนักกล่องละ 300 กรัม ส่วนไอซ์ที่ถูกยัดไส้ในซองกาแฟ มีน้ำหนักทั้งสิ้น 900 กรัม (ซองละ 3-5 กรัม) โดยพบข้อเท็จจริงว่าซองกาแฟนี้มีการดัดแปลงและตัดแต่งเพื่อนำไอซ์ซ่อนไว้แล้วซีลปิดซองมิดชิดเรียบร้อย ดังนั้นกรณีคนที่ทำอาชีพรับหิ้วสินค้า-ฝากหิ้วไปต่างประเทศที่พร้อมจะรับความเสี่ยง เพื่อเลี่ยงการเสียภาษีศุลกากร จริงๆ แล้ว ควรที่จะเปิดดูและสำรวจบรรจุภัณฑ์โดยรอบก่อนว่าลักษณะของบรรจุภัณฑ์มีความผิดปกติจากการตัดแต่ง หรือมีร่องรอยผิดปกติของผลิตภัณฑ์หรือไม่ เพราะจะเห็นว่าซองกาแฟมันจะสั้นลงจากรูปแบบซองเดิม
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี