วันอาทิตย์ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2569
"อดีตนายกสภาทนาย"ยกฎีกา เทียบคดีฆ่าโหด 2 พี่น้องรัสเซีย แม้จำเลยรับสารภาพ ศาลไม่ลดโทษให้ก็ได้ เพราะจำนนต่อหลักฐานไม่เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา
2 สิงหาคม 2569 ดร.วิเชียร ชุบไธสง อดีตนายกสภาทนายความฯ กล่าวถึงเหตุฆาตกรรมสุดโหดเหี้ยมสองพี่น้องชาวรัสเซีย ที่ จ.ชลบุรี และเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหา และแจ้งข้อหาหนักตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 289 ซึ่งมีโทษประหารชีวิต และข้อหาอื่นอีกหลายข้อหา ซึ่งเป็นคดีสะเทือนขวัญที่สังคมให้ความสนใจอย่างยิ่ง
โดยสังคมส่วนหนึ่งต้องการให้ศาลพิพากษาลงโทษประหารชีวิตและขอให้มีการประหารชีวิตอย่างจริงจัง เพราะประเทศไทยแม้นักโทษที่ศาลมีคำพิพากษาคดีถึงที่สุดให้ประหารชีวิต แต่การประหารชีวิตนักโทษคนสุดท้ายของประเทศไทยได้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2561
อย่างไรก็ตาม เกี่ยวกับคดีฆาตกรรมโหดในครั้งนี้ ผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวน แต่สำหรับในทางกฎหมายนั้นจำเลยอาจให้การปฏิเสธในชั้นศาลก็ได้
แต่หากจำเลยให้การชั้นศาลว่าได้กระทำความผิดในขณะไม่สามารถรู้รับผิดชอบ หรือไม่สามารถบังคับตัวเองได้เพราะมีจิตบกพร่อง โรคจิต หรือจิตฟั่นเฟือน ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษ แต่ผู้กระทำผิดยังสามารถรู้ผิดชอบอยู่บ้าง หรือยังสามารถบังคับตัวเองได้บ้างผู้นั้นต้องรับโทษสำหรับความผิดนั้น แต่ศาลจะลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้เพียงใดก็ได้ ซึ่งเป็นไปตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 65 ศาลจะเป็นผู้ใช้ดุลพินิจในการพิจารณาตาม พยานหลักฐาน ไม่ว่าจะเป็นประวัติการรักษาทั้งหมด ความเห็นของผู้เชี่ยวชาญทางด้านจิตเวช ผลการตรวจทางนิติจิตเวช รวมถึงสภาพแวดล้อมต่างๆ
ดร.วิเชียร อดีตนายกสภาทนายความฯ กล่าวอีกว่าถ้าจำเลยให้การรับสารภาพตั้งแต่ในชั้นสอบสวนหรือในชั้นศาล ตามหลักประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 ถือว่ามีเหตุบรรเทาโทษอย่างหนึ่ง ศาลจะลดโทษกึ่งหนึ่งของโทษที่จะลงแก่ผู้กระทำความผิด แต่ต้องอยู่ในดุลพินิจของศาล มิได้หมายความว่าศาลจะลดโทษเสมอไปทั้งนี้เป็นไปตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 2577/2563 คำรับสารภาพของจำเลยอันจะถือเป็นเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 จะต้องเป็นกรณีที่ให้ความรู้แก่ศาลอันเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ศาลจึงจะพิจารณาลดโทษที่ลงแก่จำเลยได้ คดีนี้โจทก์มีทั้งพยานบุคคล พยานวัตถุ และพยานพฤติเหตุแวดล้อมแน่นหนามั่นคง โดยเฉพาะหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์แม้โจทก์ไม่มีประจักษ์พยานรู้เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ศาลก็ได้อาศัยพยานหลักฐานของโจทก์ดังกล่าวเป็นข้อสำคัญในการวินิจฉัยและพิพากษาลงโทษจำเลยได้โดยไม่จำเป็นต้องอาศัยคำรับสารภาพของจำเลยมาพิจารณา
ทั้งตามรูปคดีที่โจทก์นำสืบก็มีเหตุผลน่าเชื่อว่าจำเลยให้การรับสารภาพเพราะจำนนต่อพยานหลักฐาน หาใช่เพราะสำนึกในความผิดไม่ คำรับสารภาพของจำเลยทั้งในชั้นสอบสวนและชั้นพิจารณาในกรณีเช่นนี้ ไม่ถือว่าเป็นการให้ความรู้แก่ศาลอันเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา จึงไม่มีเหตุบรรเทาโทษอันจะพึงลดโทษให้แก่จำเลยได้
ถ้าศาลมีคำพิพากษาประหารชีวิต แต่มีเหตุบรรเทาโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 52 ในการลดโทษประหารชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการลดมาตราส่วนโทษหรือลดโทษที่จะลง ให้ลดดังต่อไปนี้ 1.ถ้าจะลดโทษหนึ่งในสาม ให้เป็นโทษจำคุกตลอดชีวิต 2.ถ้าจะลดโทษกึ่งหนึ่ง ให้ลดเป็นโทษจำคุกตลอดชีวิต หรือโทษจำคุกตั้งแต่ 25 - 50 ปี
ส่วนมาตรการเพื่อความปลอดภัยในกรณีเป็นฆาตกรรมต่อเนื่องนั้น หากบุคคลนั้นถูกศาลพิพากษาลงโทษจำคุกไม่ต่ำกว่า6เดือนมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ครั้ง และภายในระยะเวลา 10 ปีนับแต่วันพ้นโทษได้ไปกระทำความผิดซ้ำในการฆ่าผู้อื่น ศาลจะถือว่าผู้นั้นกระทำความผิดติดนิสัย และจะพิพากษาให้กักกันมีกำหนดไม่น้อยกว่า 3 แต่ไม่เกิน 10 ปีก็ได้ นับแต่วันพ้นโทษ ซึ่งเป็นไปตามหลักประมวลกฎหมายอาญามาตรา 39 มาตรา 40 ประกอบกับมาตรา 41
- 006
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี