วันจันทร์ ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2569
“ชัชชาติ” ชงของบ70 วงเงิน 9.3หมื่นล้านเข้าสภา ก้อนใหญ่จ่ายค่าจ้างเดินรถBTS 6 พันล้าน ทำงบลงทุนลดลง ประธานสภากทม. ย้ำตรวจสอบเข้มเหมือนเดิม แม้จะมีสก.หน้าใหม่
วันที่ 3 ส.ค.69 ที่อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกทม.2 ดินแดง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมสภากทม. ว่า วันนี้ สภากทม. และ ฝ่ายบริหาร จะมีการพิจารณาข้อบัญญัติงบประมาณปี 2570 ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ แต่ต้องบอกว่าร่างปีนี้ขลุกขลักนิดหน่อย เพราะอยู่ในช่วงการเลือกตั้งพอดี คนที่เสนอร่างเข้าสภาฯเมื่อวานไม่ใช่ตน กลายเป็นปลัดกทม. เพราะตามกฎหมายกำหนดให้ยื่นข้อบัญญัติ 90 วันก่อนปีงบประมาณใหม่ ซึ่งตรงกับประมาณต้นเดือนกรกฎาคม เราเข้ามาไม่ทัน แต่ก็ไม่เป็นไร หลักการคือปีนี้เราเสนองบมา 93,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบแบบสมดุล คือเราคาดการณ์ว่าจะเก็บเงินได้ประมาณ 98,000 ล้านบาท เพิ่มจากปีแล้วประมาณ 1,000 ล้านบาท
เงินส่วนนี้มีข้อสังเกตสำคัญอย่างหนึ่ง คือปีนี้เราจะมีภาระค่าใช้จ่ายสำคัญเพิ่มขึ้นมา 6,000 ล้านบาท คือเป็นการจ่ายส่วนต่างระหว่างรายได้รถไฟฟ้า BTS ส่วนต่อขยาย กับที่เราต้องไปจ้างเดินรถ และที่เราเก็บเงินได้ จะมีส่วนต่างอยู่ประมาณ 5,000 กว่าล้านบาท แล้วก็มีค่าดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายสำหรับโครงสร้างพื้นฐานที่จ่ายให้กระทรวงการคลัง ซึ่งออกเงินไปก่อน รวมแล้ว 6,000 ล้านบาท แต่ก่อนเราใช้เงินสะสมในการจ่ายหนี้ แต่ปีนี้สภาฯแนะนำให้ตั้งงบเข้ามา จ่ายเป็นเงินรายปี ฉะนั้นเงิน 93,000 ล้านบาทนี้ เราจะหักไป 6,000 ล้านบาท ก็จะเหลือประมาณ 87,000 ล้านบาท ที่เอามาใช้ในการจัดการได้
นอกจากนี้ จะมีเงินอุดหนุนจากรัฐบาลประมาณ 29,000 ล้านบาท รวมกับ 93,000 ล้านบาท รวมประมาณ 122,000 ล้านบาท เงินส่วนใหญ่ อย่างที่บอก เราหัก 6,000 ล้านบาท ก็จะไปกินส่วนงบลงทุน งบลงทุนปีนี้อยู่ประมาณ 16,000 ล้านบาท ก็จะลดลงประมาณ 6,000 ล้านบาท ส่วนเงินที่เป็นงบลงไปที่เขต ใกล้เคียงปีที่ผ่านมา อยู่ที่ประมาณ 6,600 ล้านบาทที่จะให้ความสำคัญกับการพัฒนาพื้นที่เขต อาจมีบางโครงการได้มาก ได้น้อย บางพื้นที่ทำถนนเยอะ -น้อย ภาพรวมแทบจะใกล้เคียงกัน แต่โครงการขนาดใหญ่ก็ไม่ได้ทิ้ง มีหลายโครงการที่ทำต่อเนื่องอยู่ในงบ ซึ่งไม่ใช่งบประมาณปีเดียว เป็นรายจ่ายต่อเนื่องกันไป และ ปีนี้จะเห็นว่าโครงการใหม่ที่เริ่มและมีภาระผูกพัน ลดเหลือแค่ 14 โครงการ ก็เป็นเงื่อนไขของงบประมาณที่เกิดขึ้น
ข้อกังวลอย่างหนึ่งที่เราต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ คือเรื่องรายรับที่จะเข้ามา รายรับมี 2 ส่วน ส่วนแรกคือรายรับที่เราเก็บเอง เช่น ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ภาษีป้ายต่าง ๆ ตั้งเป้าไว้ประมาณ 23,000 ล้านบาท ที่เหลือเป็นส่วนที่รัฐบาลเก็บให้ เช่น ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรต่าง ๆ ค่าธรรมเนียมต่าง ๆ และค่าธรรมเนียมจดทะเบียนรถ
อันหนึ่งที่กระทบเรามากตอนนี้ คือรัฐบาลไปลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนการโอนอสังหาริมทรัพย์เหลือ 0.01% และเพิ่มวงเงิน จากเดิมที่กำหนดไว้แค่ 3 ล้านบาท เป็น 7 ล้านบาท ทำให้ปีนี้เราอาจสูญเสียรายได้เกือบ 5,000 ล้านบาท จากนโยบายของรัฐบาล อันนี้คงต้องคุยกับรัฐบาลว่าจะช่วยชดเชยหรือไม่ เพราะเราไม่ได้ประมาณการตรงนี้ไว้ อย่างที่บอกว่างบสมดุล ตอนนี้เราพยายามประคองปี 2569 ให้ได้ คิดว่าปี 2569 ไม่มีปัญหา แต่ถ้ายังใช้นโยบายนี้ต่อไป ปีหน้าต้องคุยกันแล้วว่าจะมีการชดเชยหรือไม่อย่างไร
ส่วนเรื่อง Open Data วันนี้เราจะเปิดเว็บไซต์ให้ประชาชนเข้ามาดูงบประมาณแบบ Open Data ได้ และให้คำแนะนำได้ว่าตรงไหนสมควรปรับปรุง ช่วยกันดู ผ่านเว็บไซต์ Open Budget
ผู้สื่อข่าวถามประเด็น การพิจารณาในคณะกรรมการวิสามัญ ทางสภาฯจะให้มีการถ่ายทอดสด มีความกังวลเรื่องความคิดเห็นของประชาชนหรือไม่ นายชัชชาติ กล่าวว่า ตนว่าไม่มีปัญหา ตนว่าดี ทุกอย่างก็ต้องโปร่งใส เปิดเผยให้ประชาชนได้รับรู้ แต่เราต้องเคารพสภาฯ เพราะเป็นเรื่องที่สภาฯตัดสินใจ สำหรับฝ่ายบริหารไม่มีข้อกังวล เพราะเราพร้อมให้ประชาชนเห็นการทำงานของเราอยู่แล้ว
นายชัชชาติ กล่าวอีกว่า อย่างที่บอกเรามีปัญหาเรื่องงบ อนาคต เรื่องสายสีเขียวก็เป็นเรื่องสำคัญ ที่ต้องพิจารณาต่อไป และก็มีมติคณะรัฐมนตรีแล้วเมื่อ 2 เดือนก่อน ให้เราโอนสายสีเขียวทั้งหนี้ สินทรัพย์ และสิทธิให้กับรัฐบาล เพื่อจัดการระบบตั๋วร่วม และค่าโดยสารให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน อันนี้คงเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการต่อ คิดว่าตรงนี้เป็นภาระสำคัญ ถ้าเราสามารถลดภาระได้ ก็จะทำให้เรามีเงินกลับมาดูแลพี่น้องประชาชนในด้านอื่นได้มากขึ้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า เรื่องการคุยกับ BTS ที่จะโอนกลับไป รัฐบาลต้องคุยกับ BTS เองหรือไม่ นายชัชชาติ กล่าวว่า จริง ๆ แล้ว BTS เองก็คงไม่มีปัญหาอะไรมาก เพราะเป็นเงื่อนไขที่มีอยู่แล้ว แค่เปลี่ยนเจ้าของเท่านั้น เงื่อนไขสัญญาก็คงไม่น่ามีอะไรเปลี่ยนแปลง ประเด็นสำคัญคือต้องคุยกับรัฐบาลก่อนว่า มูลค่าโครงการเป็นเท่าไร เพราะเหมือนรัฐบาลได้รับรถไฟฟ้าไป 1 เส้น ก็อาจต้องมีค่าชดเชยในลักษณะ Book Value ให้กับ กทม. ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี เพราะจะทำให้เราลดภาระในอนาคตได้ เรื่องค่าโดยสารที่มีปัญหาอยู่ เพราะเราไม่สามารถเอาภาพรวมทั้งหมดมาจ่ายให้เส้นเดียวได้ ก็จะช่วยลดภาระส่วนต่าง และอาจมีเงินกลับมาเพื่อพัฒนาส่วนอื่นของ กทม. ด้วย เรื่องนี้ต้องเร่งดำเนินการ แต่สุดท้ายคงต้องหารือร่วมกับสภากทม. เพราะเป็นทรัพย์สินขนาดใหญ่
ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า ถ้าโอนให้รัฐบาล ค่าก่อสร้างที่ยังค้างอยู่ เราต้องจ่ายด้วยหรือไม่ นายชัชชาติ กล่าวว่า ค่าก่อสร้างคงรวมอยู่ใน Book Value แล้ว ก็น่าจะชำระรวมกัน ค่าก่อสร้างไม่น่าใช่เรื่องใหญ่ถ้าโอนกลับไป เพราะเป็นของรัฐบาลอยู่แล้ว แต่ประเด็นสำคัญคือมูลค่าปัจจุบันจะเป็นเท่าไร เนื่องจากพอถึงปี 2572 รายได้ทั้งหมดจะเข้าที่ กทม. 100% แล้ว มูลค่าในอนาคตเป็นเท่าไร ทรัพย์สินเป็นเท่าไร ต้องคุยกัน และมีการชำระเงินในส่วนค่ารถและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ สิ่งที่เราดำเนินการมาตลอด เรื่องสัมปทานก็ต้องดูว่ามีมูลค่าเท่าไร ตอนนี้มีการตีมูลค่าอยู่แล้ว ซึ่งอยู่ในกระบวนการเตรียมการเจรจา การหารือ และการดำเนินการตามพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP) โดยมีที่ปรึกษากำลังจัดทำตัวเลขอยู่
ด้านเมื่อ น.ส.ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ประธานสภากรุงเทพมหานคร กล่าวถึงเรื่องการตรวจสอบร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ว่า สำหรับการอภิปรายงบประมาณประจำปี 2570 จะมีการตรวจสอบเข้มข้นเหมือนเดิมและจะเป็นการอภิปรายของส.ก. หน้าใหม่จำนวนมาก และในครั้งนี้ถึงแม้ว่างบโดยรวมของกทม.จะมีเพิ่มมากขึ้น ซึ่งในจำนวนนี้คาดว่ามีงบราวกว่า 5,000 ล้านบาทที่จะต้องนำไปใช้จ่ายค่าเดินรถ BTS และดอกเบี้ยเงินกู้กระทรวงการคลัง ซึ่งที่ผ่านมาเงินสะสมของกรุงเทพฯร่อยหรอลงไปเนื่องจากผู้ว่าฯชัชชาติได้นำเงินไปจ่ายหนี้ BTS หลายหมื่นล้านบาท ดังนั้นตอนนี้ที่กลายเป็นค่าเดินรถปกติ ทำให้กินเข้ามาในงบประมาณลงทุนของกรุงเทพมหานคร จึงทำให้งบประมาณที่ลงไปถึงพี่น้องประชาชนลดลงตามไปด้วย
"ซึ่งในปีนี้งบประมาณจะเป็นโครงการต่อเนื่องและเป็นเรื่องเดิม ทั้งนี้ในบางโครงการที่ขอมาตั้งข้อสังเกตว่าไม่สมเหตุสมผลเท่าที่ควร รวมถึงงบประมาณที่ลงสู่เส้นเลือดฝอยและสำนักงานเขตอาจจะมีการถูกตัดลดลง ก็จะสะท้อนลงไปถึงประชาชนว่าการแก้ไขหรือปรับปรุงตามซอยต่างๆ" ประธานสภากทม.กล่าว
036
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี