Logo วันพุธ ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
533.jpg
หน้าแรก / ในประเทศ
นำร่อง ‘SLC’ สร้างนวัตกรรมชุมชน เสริม ‘ทุนปัญญา’ เด็กชายขอบ-ชาติพันธุ์

นำร่อง ‘SLC’ สร้างนวัตกรรมชุมชน เสริม ‘ทุนปัญญา’ เด็กชายขอบ-ชาติพันธุ์

วันพุธ ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.
Tag : ชาติพันธุ์ เด็กชายขอบ ทุนปัญญา SLC
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา หรือ สมศ. เดินหน้าลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและแก้ปัญหาวิกฤตเด็กหลุดออกจากระบบ (Thailand Zero Dropout) เปลี่ยนบทบาทสู่ "การประเมินเพื่อพัฒนา" นำร่องโมเดล “Smart Local Literacy (SLC)” นำนวัตกรรมการเรียนรู้บนฐานรากชุมชน (Context-based learning) ส่งเสริมการรู้หนังสือเด็กชาติพันธุ์และเด็กในพื้นที่ห่างไกล ประเดิมลงพื้นที่โรงเรียนพุทธวิมุติวิทยา และโรงเรียนขนาดเล็กเครือข่ายท่าเสา - วังกระแจะ รวมจำนวน 13 แห่ง ในจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมเตรียมถอดบทเรียนความสำเร็จจัดทำเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายต่อกระทรวงศึกษาธิการ หวังขยายผลยกระดับคุณภาพสถานศึกษาและสร้างทุนมนุษย์ที่เข้มแข็งทั่วประเทศอย่างยั่งยืน

ศ.ดร.องอาจ นัยพัฒน์ ผู้อำนวยการ สมศ. เปิดเผยว่า การยกระดับการศึกษาให้มีคุณภาพและมาตรฐานในทุกมิติ จำเป็นต้องลดช่องว่างของความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “การไม่รู้หนังสือ” ซึ่งถือได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นและรากฐานที่สำคัญของการต่อยอดการเรียนรู้ ทั้งยังมีส่วนสำคัญที่ทำให้เด็กเกิดความท้อถอยต่อการเรียนเป็นหนึ่งในสาเหตุของการออกนอกระบบการศึกษา ปัญหานี้ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นในยุคที่ประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย ประกอบกับจำนวนเด็กเกิดใหม่ที่ลดลงเหลือ 4.1 แสนคน จากเดิมที่เคยสูงสุดปีละกว่า 1 ล้านคน และโครงสร้างประชากรวัยแรงงานที่หดตัวลง จึงส่งผลกระทบอย่างมหาศาลต่อความสูญเสียทางเศรษฐกิจและโอกาสในการพัฒนาประเทศ


ดังนั้น สมศ. จึงเร่งขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การมีส่วนร่วมและเครือข่ายความร่วมมือ เพื่อสร้างกระบวนการสะสม “ต้นทุนทางปัญญา” อย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการผนึกกำลังกับเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการลงพื้นที่ทำงานร่วมกับท้องถิ่น นำผลประเมินการศึกษาภายนอกที่ได้รับมาจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมนำข้อเสนอเชิงนโยบายที่ได้ไปปรับใช้ในการพัฒนาและยกระดับคุณภาพสถานศึกษาทั่วประเทศ

ศ.ดร.องอาจ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากผลการประเมินคุณภาพสถานศึกษา สมศ. พบว่า สถานศึกษาขนาดเล็กในพื้นที่ห่างไกล โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มโรงเรียนของเด็กชาติพันธุ์ ยังประสบปัญหาการอ่านออกเขียนได้อยู่เป็นจำนวนมาก สมศ. จึงได้พัฒนาความร่วมมือกับสถาบันอุดมศึกษาที่มีจุดเด่นและศักยภาพเฉพาะตัว อาทิ กลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏที่มีการกระจายตัวอยู่ทั่วประเทศ มีจุดแข็งด้านความเข้าใจบริบทและภูมิสังคมของพื้นที่อย่างลึกซึ้ง

“สมศ. ดึงศักยภาพของมหาวิทยาลัยมาขับเคลื่อนผ่านโมเดล “Smart Local Literacy (SLC)” หรือ การเรียนรู้บนฐานรากของชุมชน โดยการนำองค์ความรู้ของมหาวิทยาลัยพัฒนาสู่ นวัตกรรมการเรียนรู้ที่ตอบสนองบริบทพื้นที่ (Context – based learning) ช่วยให้ผู้เรียนในพื้นที่ห่างไกลสามารถเรียนรู้การอ่านและการเขียนผ่านสื่อการเรียนการสอนที่เชื่อมโยงกับวิถีชีวิตและอัตลักษณ์พื้นถิ่น ส่งผลให้เข้าใจง่าย ซึมซับได้เร็ว และสนุกกับการเรียนรู้มากยิ่งขึ้น” ผู้อำนวยการ สมศ. กล่าวและว่า สำหรับโมเดล “Smart Local Literacy” เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนบทบาทการประเมินเพื่อตัดสินของ สมศ. ไปสู่ “การประเมินเพื่อพัฒนา” โดยถอดบทเรียนจากผลการประเมินเครือข่ายจัดการศึกษาท่าเสา - วังกระแจะ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) จังหวัดกาญจนบุรี เขต 3 จำนวน 13 แห่ง พัฒนาเป็นนวัตกรรมเพื่อการเรียนรู้ทางภาษาของโรงเรียนเครือข่าย ผ่านการจัดกิจกรรมพัฒนาทักษะภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – 6 ของโรงเรียนพุทธวิมุติวิทยา อ.ไทรโยค เพื่อนำเสนอเป็นต้นแบบการจัดการเรียนการสอนให้กลุ่มโรงเรียนในเครือข่ายนำไปต่อยอดพัฒนา โดยมีมหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรีเป็นที่ปรึกษา และทำหน้าที่เป็นผู้ชี้แนะ เพื่อขับเคลื่อนและให้คำแนะนำในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างยั่งยืน  ซึ่งได้รับความสนใจและการมีส่วนร่วมจากทั้งเด็กนักเรียน และครูผู้สอน รวมถึงคนในชุมชนเป็นอย่างดี

“สมศ. มีแผนที่จะรวบรวมและสรุปผลการดำเนินงาน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการจัดทำเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายต่อกระทรวงศึกษาธิการ สู่การขยายผลต่อยอดการสร้างนวัตกรรมสื่อท้องถิ่นร่วมกับเครือข่ายสถาบันการศึกษาในพื้นที่ ทั่วประเทศต่อไป เพื่อให้การรู้หนังสือและการอ่าน เป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนาการศึกษา ลดปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา (Thailand Zero Dropout) และสร้างทุนมนุษย์ที่แข็งแกร่งอย่างยั่งยืน” ศ.ดร.องอาจกล่าวทิ้งท้าย

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

Breaking News

บล.ทิสโก้ชี้เป้าหุ้นเด่น แนะเพิ่มน้ำหนักลงทุน4กลุ่ม

เงินไหลเข้าตลาดหุ้น กลุ่มธนาคารพณิชย์โดดเด่นที่สุด

ลิ่วตัดเชือก!'ช้างศึก'บุกทุบปินส์1-0จ่อแชมป์กลุ่มอาเซียน

สภากทม.ตั้งคกก.วิสามัญงบ 70 วงเงิน 9.3 หมื่นล้าน สก.พรรคประชาชน นั่งประธาน

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved