วันพุธ ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2569
ดัน มวยไทย สู่ยูเนสโก! เพชรบุรี จัดรวมพล 10 ชาติ 101 ชีวิต ผนึกสืบสานศิลปะการต่อสู้ของชาติ สส.กระแต โชว์ลีลาแม่ไม้มวยไทย ชูเป็น ซอฟต์พาวเวอร์ ทรงพลัง เดินหน้าปั้นมาตรฐานสู่สากล
เมื่อวันที่ 5 ส.ค.2569 ที่โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 47 อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ สส.เพชรบุรี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการสัมมนามวยไทยนานาชาติ ประจำปี 2569 จัดขึ้นโดยสมาคมสยามยุทธกีฬาพื้นเมืองไทย ร่วมกับภาคีเครือข่ายหลายภาคส่วน เพื่อส่งเสริมองค์ความรู้ ยกระดับมาตรฐาน และขับเคลื่อนมวยไทยสู่เวทีสากล โดยการจัดสัมมนาฯมีตั้งแต่วันที่ 5-12 สิงหาคม 2569 หลังจากนั้นผู้เข้าร่วมสัมมนาที่มาจากต่างประเทศจะอยู่ท่องเที่ยวในประเทศไทยต่อเพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ
ทั้งนี้ บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคัก มีผู้เข้าร่วมจากต่างประเทศจำนวน 101 คน จาก 10 ประเทศ รวมทั้งสมาชิกสมาคม ผู้ฝึกสอน นักกีฬา และผู้เกี่ยวข้องจากประเทศไทยเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง สะท้อนให้เห็นถึงกระแสความนิยมของมวยไทยที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องในระดับนานาชาติ และความเชื่อมั่นของเครือข่ายมวยไทยทั่วโลกที่มีต่อการดำเนินงานของสมาคม ซึ่งมีจำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรมเพิ่มขึ้นทุกปี
นอกจากนั้น สีสันพิเศษของการจัดงานในปีนี้อยู่ที่ นางธิวัลรัตน์ หรือ สส.กระแต ได้สวมบทแม่ไม้มวยไทย ออกมาแสดงลีลาไหว้ครูมวยไทยให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาได้รับชมอย่างใกล้ชิด หลังจากเจ้าตัวเคยฝึกฝนศิลปะมวยไทยมาอย่างจริงจัง โดยทุกจังหวะการย่างสามขุม การร่ายรำ และท่วงท่าที่อ่อนช้อยแต่แฝงไว้ด้วยความเข้มแข็ง เรียกเสียงปรบมือและเสียงเชียร์จากผู้ร่วมงานอย่างกึกก้อง สร้างความฮือฮาและความประทับใจไปทั่วทั้งบริเวณ พร้อมสะท้อนให้เห็นว่า “มวยไทย” มิได้เป็นเพียงกีฬาการต่อสู้ หากยังเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่งดงามและทรงคุณค่าของชาติไทย
นางธิวัลรัตน์ กล่าวว่า มวยไทยไม่ใช่เพียงศิลปะการต่อสู้หรือกีฬาที่สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทย แต่เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่า สะท้อนจิตวิญญาณ ความกล้าหาญ ระเบียบวินัย และอัตลักษณ์ความเป็นไทยที่ได้รับการยอมรับจากนานาประเทศอย่างไรก็ตาม การสัมมนาครั้งนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นเวทีแห่งการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ พัฒนามาตรฐานการฝึกสอน และร่วมกันกำหนดแนวทางอนุรักษ์มวยไทยให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ โดยยังคงรักษาเอกลักษณ์และคุณค่าดั้งเดิมไว้อย่างครบถ้วน
ประธานกมธ.การศาสนาฯ ยังกล่าวถึงความคืบหน้าการผลักดันมวยไทยในระดับนานาชาติว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อปี 2567 เห็นชอบให้เสนอ "มวยไทย (Muay Thai : Thai Traditional Boxing)" ขึ้นทะเบียนเป็นตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติต่อองค์การยูเนสโก (UNESCO) และคาดว่า จะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาในปี พ.ศ.2571
นางธิวัลรัตน์ กล่าวด้วยว่า ยืนยันว่า ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการฯ จะเดินหน้าผลักดันและสนับสนุนการขึ้นทะเบียนดังกล่าวอย่างเต็มกำลัง เพื่อร่วมอนุรักษ์ สืบสาน และต่อยอดคุณค่าของมวยไทย ทั้งในมิติทางวัฒนธรรม เศรษฐกิจ และการสร้างภาพลักษณ์ของประเทศไทยในเวทีโลก พร้อมเชื่อมั่นว่าความร่วมมือของทุกภาคส่วนจะเป็นพลังสำคัญในการยกระดับมวยไทยสู่มาตรฐานสากล และสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนไทยหันมาออกกำลังกาย พร้อมภาคภูมิใจในศิลปวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของชาติ เพื่อส่งต่อมรดกทางภูมิปัญญานี้สู่คนรุ่นต่อไปอย่างยั่งยืน ขณะเดียวกัน นอกจากกิจกรรมการสัมมนาและการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้แล้ว คณะผู้เข้าร่วมจากต่างประเทศยังมีกำหนดศึกษาดูงานและเยี่ยมชมแหล่งมรดกทางศิลปวัฒนธรรมที่สำคัญของจังหวัดเพชรบุรี อาทิ วัดใหญ่สุวรรณาราม วรวิหาร พระนครคีรี (เขาวัง) พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน และแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมที่สะท้อนอัตลักษณ์เมืองเพชร เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้แทนจากนานาประเทศได้สัมผัสคุณค่าของศิลปกรรม สถาปัตยกรรม ประวัติศาสตร์ และวิถีวัฒนธรรมท้องถิ่นของไทยอย่างใกล้ชิด
นางธิวัลรัตน์ กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตาม การจัดกิจกรรมในครั้งนี้จึงไม่ได้มุ่งเพียงการพัฒนามาตรฐานมวยไทยในระดับนานาชาติเท่านั้น แต่ยังเป็นการใช้มวยไทยเป็นสื่อเชื่อมโยงการเรียนรู้มรดกทางศิลปวัฒนธรรมของจังหวัดเพชรบุรี สร้างความประทับใจแก่ผู้เข้าร่วมจากทั่วโลก และต่อยอดการประชาสัมพันธ์ทุนทางวัฒนธรรมของประเทศไทย ควบคู่กับการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและซอฟต์พาวเวอร์ไทยสู่เวทีนานาชาติ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี