วันจันทร์ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569
กระทรวง อว.เดินหน้าจัด “มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 2569” วันที่ 15–23 ส.ค.นี้ ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี ภายใต้แนวคิด “Intelligence in Science for a Sustainable Future” ระดมเครือข่าย 96 หน่วยงานจาก 8 ประเทศ โชว์ศักยภาพ AI วิทยาศาสตร์ และนวัตกรรม พร้อมมุ่งยกระดับกำลังคนสมรรถนะสูง ต่อยอดงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์จริง และเตรียมไทยรับบทเจ้าภาพเวทีเครือข่ายพิพิธภัณฑ์-ศูนย์วิทยาศาสตร์ระดับโลก
เมื่อวันที่ 10 ส.ค.2569 ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. และ นายสุวรงค์ วงษ์ศิริ รักษาการแทน ผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) หรือ NSM แถลงข่าวการจัดงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 2569 ภายใต้แนวคิดหลัก “Intelligence in Science for a Sustainable Future” วิทยาศาสตร์ฉลาดรู้ ก้าวสู่อนาคตที่ยั่งยืน มุ่งใช้พลังวิทยาศาสตร์แก้ปัญหาจริงของสังคม ยกระดับกำลังคนสมรรถนะสูงของประเทศ พร้อมชูความพร้อมการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมนานาชาติเครือข่ายพิพิธภัณฑ์และศูนย์วิทยาศาสตร์ระดับโลก วันที่ 15–23 สิงหาคม 2569 นี้ ณ อาคาร 9–11 อิมแพ็ค เมืองทองธานี
ในโอกาสนี้ ทพญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ที่ปรึกษา รมว.อว. นายฉัตริน จันทร์หอม เลขานุการ รมว.อว. นางสาววราภรณ์ รุ่งตระการ รองปลัดกระทรวง อว. ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รองปลัดกระทรวง อว. ดร.วันนี นนท์ศิริ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวง อว. นางศรินยา สาขากร ผู้ช่วยปลัดกระทรวง อว. ตลอดจนผู้บริหารหน่วยงานพันธมิตรที่ร่วมจัดเข้าร่วมอย่างคับคั่ง ณ ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 อาคารพระจอมเกล้า สำนักงานปลัดกระทรวง อว. (โยธี)
ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า กระทรวง อว. ให้ความสำคัญกับการพัฒนากำลังคนคุณภาพ เพื่อเตรียมความพร้อมให้ประเทศไทยก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยีก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว โดยมุ่งส่งเสริมให้เยาวชนไทยมีทักษะด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม และการคิดวิเคราะห์ควบคู่กับการใช้ AI อย่างสร้างสรรค์และมีจริยธรรม เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ จึงเป็นกลไกสำคัญของกระทรวง อว. ในการสร้างแรงบันดาลใจ เปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง ทดลอง คิด วิเคราะห์ และค้นพบศักยภาพของตนเอง พร้อมมองเห็นเส้นทางการศึกษาและอาชีพในอนาคต โดยเฉพาะในสาขาที่เกี่ยวข้องกับ AI วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ซึ่งเป็นกำลังสำคัญของประเทศในอนาคต
รองนายกฯ และ รมว.อว. กล่าวต่อว่า งานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ นับเป็นเวทีวิทยาศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศ และเป็นการสืบสานพระปรีชาสามารถด้านวิทยาศาสตร์ของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย โดยปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด Intelligence in Science for a Sustainable Future สะท้อนการนำพลังแห่งวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม มาประยุกต์ใช้เพื่อแก้ไขปัญหาที่ประชาชนเผชิญในชีวิตจริง ทั้งด้านสุขภาพ การเกษตร สิ่งแวดล้อม และการพัฒนาเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม โดยมุ่งยกระดับงานวิจัยจากห้องปฏิบัติการสู่การใช้ประโยชน์ในชุมชนและภาคการผลิตอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงและการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับประเทศ พร้อมกันนี้ กระทรวง อว. ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนากำลังคนคุณภาพสูง รองรับโลกยุคใหม่ ผ่านการสร้างระบบนิเวศนวัตกรรม การผลักดันนโยบาย AI for All และการส่งเสริมการเรียนรู้เทคโนโลยีแห่งอนาคต เพื่อให้เยาวชนและประชาชนมีทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 สามารถใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในการสร้างโอกาสและพัฒนาประเทศต่อไป
ด้าน ศ.ดร.ศุภชัย กล่าวว่า การจัดงานในปีนี้เกิดจากความร่วมมือครั้งสำคัญของเครือข่ายกว่า 96 หน่วยงาน จาก 8 ประเทศ ได้แก่ สาธารณรัฐประชาชนจีน เดนมาร์ก ฝรั่งเศส สาธารณรัฐเยอรมนี ญี่ปุ่น เกาหลี ฟิลลิปปินส์ มาเลเซีย ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และสถาบันวิจัยทั้งในและต่างประเทศ โดยนำผลงานวิจัย นวัตกรรม และความรู้ทางวิทยาศาสตร์ระดับแนวหน้ามาร่วมจัดแสดง เพื่อร่วมกันจุดประกายความคิดและสร้างการเรียนรู้ให้คนไทย โดยภายในงานผู้เข้าชมจะได้สัมผัสนิทรรศการไฮไลต์ที่สะท้อนบทบาทของวิทยาศาสตร์ในการขับเคลื่อนอนาคต ไม่ว่าจะเป็นนิทรรศการ AI Revolution: The New Human Edge ที่พาผู้ชมเรียนรู้ศักยภาพของ AI ในโลกยุคใหม่ นิทรรศการตามล่าหาแร่ (Rare Earth : The invisible power) ที่เปิดโลกแร่ธาตุหายากซึ่งอยู่เบื้องหลังเทคโนโลยีแห่งอนาคต รวมถึงนิทรรศการดอกไม้เปลี่ยนโลก (Over The Bloom) และนิทรรศการความลับของท้องทุ่ง (The Hidden World of Rangelands) ที่เชื่อมโยงประเด็นความหลากหลายทางชีวภาพ สิ่งแวดล้อม และความมั่นคงทางอาหาร
ปลัดกระทรวง อว. กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการจากหน่วยงานในสังกัด อว. อาทิ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จัดแสดงนิทรรศการ NRCT: Secrets Beneath the Earth มุ่งเน้นการพัฒนาพื้นที่จังหวัดสตูลเพื่อยกระดับ “สตูลจีโอพาร์ค” (อุทยานธรณีโลกสตูล) ในรูปแบบ Interactive, สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) นำเสนอเรื่องราวครั้งแรกของไทยกับการเตรียมส่งอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ 'CE-7MATCH' ฝีมือคนไทย ร่วมภารกิจสำรวจดวงจันทร์ในเดือน ส.ค. นี้ , สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ จัดแสดงนิทรรศการ Metrology for a Sustainable Future Metrology for a Sustainable Future การทวนสอบพลังงานไฟฟ้าของบริภัณฑ์จ่ายไฟสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า (ตู้ชาร์จ) และกรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) ที่นำผลงานตัวอย่างอาหารแห่งอนาคตมาจัดแสดง
ขณะที่ นายสุวรงค์ กล่าวว่า “NSM ได้เตรียมความพร้อมทั้งด้านสถานที่ การอำนวยความสะดวก และการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม (Interactive Learning) เพื่อให้ผู้เข้าชมทุกช่วงวัยได้สนุกกับการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง ภายในงานมีกิจกรรมหลากหลายที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้ลงมือคิด ลงมือทดลอง และค้นพบแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นห้องทดลองวิทยาศาสตร์ Science Lab เวิร์กช็อป Coding & AI รวมถึงกิจกรรมพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่แตกต่างและเข้าถึงได้สำหรับทุกคน ปีนี้ NSM ยังเดินหน้าขยายโอกาสกสู่ภูมิภาค กับ งานมหกรรมวิทย์ฯ ภูมิภาค 2 แห่ง ในระหว่างวันที่ 18–20 สิงหาคม 2569 ที่ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร ที่ทุกคนจะได้เปิดประสบการณ์การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ที่ทั้งสนุก ตื่นเต้น และสร้างแรงบันดาลใจ ผ่าน NSM Science Caravan ที่อัดแน่นด้วยกิจกรรมและการทดลองสุดสร้างสรรค์ พร้อมชมนิทรรศการพิเศษ “Wings of the Northern Tales” และ “เพลิน ไทย ทอย” ที่จะพาทุกคนเพลิดเพลินไปกับเรื่องราว ความรู้ และจินตนาการในโลกแห่งวิทยาศาสตร์อย่างเต็มอิ่ม”
นายสุวรงค์ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ NSM ยังได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับนานาชาติ 2 เวทีสำคัญ ได้แก่ International Directors Forum 2026 (INTEDIF 2026) และ Asia Pacific Network of Science and Technology Centres Conference (ASPAC Conference 2026) โดยมี 30 หน่วยงาน จาก 20 เขตเศรษฐกิจทั่วโลกเข้าร่วมซึ่งรวบรวมผู้บริหาร นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญด้านพิพิธภัณฑ์และศูนย์วิทยาศาสตร์จากนานาประเทศมาร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวทางการพัฒนาแหล่งเรียนรู้แห่งอนาคต สะท้อนบทบาทของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการเรียนรู้และการสื่อสารวิทยาศาสตร์ของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกอีกด้วย
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี