วันพฤหัสบดี ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2569
แฉไอ้ป๋อง5ศพ
รายงานตัวครั้งเดียว
ช็อกไอ้ป๋องพ้นคุกเดือนเดียว ก่อเหตุสยอง ก่อนขาดการรายงานตัวคุมประพฤติ ส่วนราชทัณฑ์ เผยยังคุมขังไอ้ป๋อง ในเรือนจำพิเศษพัทยา ขณะที่ช่างเหน่ง เปิดใจเกือบปลิดชีพตัวเอง เหตุเครียดรับไอ้ป๋อง มาอยู่ด้วย เหมือนหลงผิดเลี้ยงงูเห่า ทำตัวเองเดือดร้อน
เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม แหล่งข่าวระดับสูงจากกระทรวงยุติธรรม ระบุว่า จากการตรวจสอบข้อมูลมาตรการเฝ้าระวังภายหลังพ้นโทษของนายฑนา เกิดทอง อายุ 43 ปี หรือป๋อง อดีตผู้ต้องขังคดีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่น ความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน และความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด กำหนดโทษจำคุก 7 ปี 7 เดือน 25 วัน หรือรับโทษชนเพดาน ไม่มีการลดโทษ หรือได้รับพระราชทานอภัยโทษแต่อย่างใดนั้น หลังจากพ้นโทษไม่ถึงเดือน นายป๋อง ก่อเหตุอุ้มฆ่าอำพรางเหยื่อต่อเนื่อง 5 ศพ นับตั้งแต่พ้นโทษจากเรือนจำพิเศษพัทยา วันที่ 5 มิถุนายนที่ผ่านมา ตามหลักเกณฑ์แนวทาง และขั้นตอนของผู้ต้องขังคดีที่อยู่ในข่ายของมาตรา 3 แห่ง พ.ร.บ.มาตรการป้องกันการกระทำ ความผิดซ้ำ ในความผิดเกี่ยวกับเพศ หรือที่ใช้ความรุนแรง พ.ศ.2565 หรือกฎหมาย JSOC หรือกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 มาตรา 277 มาตรา 278 มาตรา 279 มาตรา 283 ทวิ มาตรา 284 มาตรา 288 มาตรา 289 มาตรา 290 มาตรา 297 มาตรา 298 และมาตรา 313
ทั้งนี้ ก่อนที่ผู้ต้องขังในคดีร้ายแรงเหล่านี้จะพ้นโทษ ทางเรือนจำแต่ละแห่ง จะสำรวจ คัดกรอง และประเมินความเสี่ยงของผู้ต้องขัง ตั้งแต่รู้ว่าผู้ต้องขังรายนั้นๆ มีโทษเหลือน้อย ตั้งแต่ 6 เดือน-1 ปี และเตรียมปล่อยตัวพ้นโทษ เพื่อคณะกรรมการระดับเรือนจำฯ จะได้เสนอความเห็นมาตรการเฝ้าระวัง ไปยังระดับกรมราชทัณฑ์ และตามด้วยคณะกรรมการตามมาตรา 16 เพื่อพิจารณากลั่นกรอง ซึ่งก็คือคณะกรรมการพิจารณากำหนดมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำ อันประกอบด้วย รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ซึ่งปลัดกระทรวงยุติธรรม มอบหมาย เป็นประธานฯ ผู้แทนกระทรวงมหาดไทย ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข ผู้แทนกรมคุมประพฤติ ผู้แทนกรมราชทัณฑ์ และผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นกรรมการ โดยให้อธิบดีแต่งตั้งข้าราชการในกรมคุมประพฤติ เป็นเลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการ ไม่เกิน 2 คน
สำหรับบทบาทของคณะกรรมการฯ จะพิจารณามาตรการเฝ้าระวังตามที่คณะกรรมการระดับเรือนจำฯ เป็นผู้เสนอ ว่ามีความเหมาะสมเพียงพอหรือไม่ ก่อนที่คณะกรรมการฯ จะเสนอไปยังอัยการ เพื่อเสนอศาลไต่สวนมาตรการเฝ้าระวัง เป็นลำดับสุดท้ายว่าศาลเล็งเห็นว่า ผู้ต้องขังรายนั้นต้องใช้มาตรการใดบ้าง ก่อนผู้ต้องขังพ้นโทษกลับสู่สังคม
ส่วนกรณีนายป๋อง มีมาตรการเฝ้าระวังหลังพ้นโทษ โดยให้รายงานตัวกับเจ้าหน้าที่คุมประพฤติ จ.ชลบุรี เป็นระยะเวลา 2 ปี และศาลไม่ได้มีคำสั่งให้ติดกำไลอีเอ็ม แต่นายป๋อง รายงานตัวกับเจ้าหน้าที่คุมประพฤติครั้งเดียว ก่อนจะก่อเหตุอุกฉกรรจ์
แหล่งข่าวระดับสูงจากกระทรวงยุติธรรม ระบุอีกว่า ความเป็นอยู่ของนายป๋อง ในเรือนจำพิเศษพัทยา พบว่าปรับตัวได้ เพราะที่ผ่านมาก็เข้า-ออก เรือนจำฯ มานานกว่า 7 ปีแล้ว ส่วนเรื่องการดูแลความปลอดภัยก็เป็นไปตามขั้นตอนปกติของทางราชทัณฑ์ ขณะที่แนวโน้มการย้ายนายป๋อง ไปยังเรือนจำความมั่นคงสูงนั้น ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมในระหว่างถูกคุมขัง หากความประพฤติไม่ดี หรือกระทำผิดวินัยผู้ต้องขังจนเป็นที่กังวลของผู้ต้องขังรายอื่น และผู้คุม ก็จะพิจารณาย้ายไปยังเรือนจำความมั่นคงสูง
วันเดียวกัน นายเหน่ง หรือช่างเหน่ง อายุ 43 ปี ซึ่งเคยให้ที่พักพิงกับนายป๋อง และนายธงชัย ศรีนิล หรือธง เปิดเผยว่า เป็นบุคคลในคลิปเสียง ที่ให้ข้อมูลกับตำรวจ เรื่องจักรยานยนต์ของ 2 พี่น้องชาวรัสเซีย ที่หายตัวไป โดยเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคมที่ผ่านมา เห็นกับตาว่านายธง กำลังชำแหละจักรยานยนต์ ฝังในป่าช้าเก่าทุ่งหลวง ต่อมาเมื่อมีประกาศตามหา 2 พี่น้องชาวรัสเซีย ที่หายตัวไปพร้อมจักรยานยนต์ จึงเริ่มเห็นท่าไม่ดี และได้โทรศัพท์ไปแจ้งตำรวจ สภ.ห้วยใหญ่ เล่าเรื่องราวทั้งหมด นอกจากนี้นายป๋อง และนายธง ยังขโมยจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า สกู๊ปปี้ สีแดง ของตน ไปใช้ก่อเหตุกับ 2 พี่น้องชาวรัสเซีย ก่อนใช้ขับหลบหนี
นายเหน่ง เปิดเผยด้วยว่า ส่วนเรื่องจักรยานยนต์ของเหยื่อครอบครัวพ่อแม่ลูก ยืนยันว่า นายป๋อง นำเครื่องยนต์จักรยานยนต์ มาให้ตนแบบฟรีๆ แต่ตนไม่เอา เพราะไม่รู้ที่มาที่ไป ยอมรับว่าเหมือนตนเลี้ยงงูเห่า และชักศึกเข้าบ้าน บางครั้งยังแอบคิดว่าตนเองและลูกเมีย รอดมาได้อย่างไร
“รู้สึกเครียดมาก กินไม่ได้ นอนไม่หลับ จนประสาทเสียไปเลย เพราะแนวทางการสอบสวนของตำรวจ ผมถูกกดดันอย่างหนัก เหมือนถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ แถมยังถูกชาวบ้านนินทา ว่าร้ายว่าให้ที่อยู่อาศัยกับนายป๋อง โดยมีอยู่วันหนึ่ง ช่วงที่ถูกตำรวจเรียกไปสอบบ่อยๆ ก็เกือบที่จะใช้อาวุธปืน ปลิดชีพตัวเอง เพราะเครียดเรื่องนี้ ตอนนั้นเอาปืนจ่อขมับแล้ว แต่ปรากฏว่ามีโทรศัพท์เข้ามา ประกอบมีตำรวจชุดสืบฯ มายืนอยู่หน้าบ้าน จึงตัดสินใจวางปืน แล้วออกไปพบตำรวจ” นายเหน่ง กล่าว
นอกจากนี้นายเหน่ง ได้พาผู้สื่อข่าวไปที่บริเวณห้องแถว ใกล้กับร้านขายของชำ ซึ่งยังมีเสื้อผ้า ที่นอน รองเท้า และข้าวของเครื่องใช้ของนายป๋อง ซึ่งนายเหน่ง บอกว่าก่อนจะไปก่อเหตุกับ 2 พี่น้องชาวรัสเซีย เพิ่งเห็นนายป๋อง พาผู้หญิงเข้ามาที่ห้องแถว แต่ตอนนั้นไม่ได้เอะใจ เพราะคิดว่าคงเป็นแฟนนายป๋อง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี