533.jpg
ม.3คลั่งกราดยิงในโรงเรียน ดับ9ศพ-เจ็บ22 รร.เทพศิรินทร์นนท์ฯ

ม.3คลั่งกราดยิงในโรงเรียน ดับ9ศพ-เจ็บ22 รร.เทพศิรินทร์นนท์ฯ

วันเสาร์ ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ม.3คลั่งกราดยิงในโรงเรียน

ดับ9ศพ-เจ็บ22

รร.เทพศิรินทร์นนท์ฯ

หลังจากฆ่าปู่ย่าที่บ้าน

ตำรวจเร่งหาแรงจูงใจ

แฉมือปืนเด็กติดเกม

 

สะเทือนขวัญ! เด็ก ม.3 คลั่ง กราดยิงภายในโรงเรียน ครูดับ 5 ศพ เด็กหญิงสิ้นใจที่โรงพยาบาล ผู้บาดเจ็บกว่า 20 ราย ก่อนมือปืนปลิดชีพตัวเองหนีผิด ตำรวจค้นบ้านพัก ช็อก! พบศพปู่-ย่าถูกยิงดับ ยอดผู้เสียชีวิตรวม 9 ศพ นายกฯ สั่งเยียวยาสภาพจิตใจเหยื่ออย่างเร่งด่วน ลุยแก้กฎหมายอาวุธปืนให้เข้มงวด แสดงความเสียใจครอบครัวผู้เสียชีวิต-บาดเจ็บ เยียวยากรณีเสียชีวิต 1 ล้าน ทุพพลภาพ 7 แสน เจ็บสาหัส 2 แสน รร.เทพศิรินทร์ นนทบุรี แถลงการณ์เสียใจอย่างสุดซึ้ง ส่งกำลังใจผู้สูญเสีย-เจ็บ พร้อมเยียวยา


เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปลายบาง อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี ได้รับแจ้งเหตุสะเทือนขวัญ เกิดเหตุนักเรียนนำอาวุธปืนเข้ามาไล่ยิงครูและเพื่อนนักเรียน ภายในอาคารเรียนของโรงเรียนเทพเทพศิรินทร์ นนทบุรี มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตหลายราย หลังรับแจ้งจึงรายงานผู้บังคับบัญชา พร้อมประสานกำลังเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และทีมแพทย์กู้ชีพจากโรงพยาบาลใกล้เคียง รุดเข้าตรวจสอบและระงับเหตุอย่างเร่งด่วน

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ บรรยากาศเป็นไปอย่างโกลาหล นักเรียนและครูต่างวิ่งหนีตายออกนอกตัวอาคาร เจ้าหน้าที่ตำรวจ สายตรวจ และอาสากู้ภัย ได้เร่งช่วยกันลำเลียงนักเรียนไปยังพื้นที่ปลอดภัยภายนอกอาคารเพื่อรอผู้ปกครองมารับกลับบ้าน ขณะที่ทีมแพทย์กู้ชีพเร่งปฐมพยาบาลและนำผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน

พบศพผู้เสียชีวิตหลายราย

จากการเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ บริเวณอาคารเรียนที่ 5 ชั้น 6 ห้องเรียน 3/8 เจ้าหน้าที่พบศพครูผู้หญิง 1 ราย นอนเสียชีวิตอยู่ภายในห้องเรียนและบริเวณระเบียงหน้าห้องพบศพครูผู้ชายถูกยิงเสียชีวิตอีก 1 ราย โดยมีปลอกกระสุนปืนตกเกลื่อนพื้น

นอกจากนี้ บริเวณทางเดินบันไดชั้น 4 ของอาคารเดียวกัน ยังพบร่างผู้เสียชีวิตอีก 2 ราย นอนเสียชีวิตอยู่คู่กัน เป็นหญิง 1 ราย และครูผู้ชายตำแหน่งรองผู้อำนวยการโรงเรียนอีก 1 ราย ขณะที่ผู้บาดเจ็บมีทั้งนักเรียนชาย-หญิง และครู รวมทั้งหมด 22 ราย ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลต่าง ๆ ในพื้นที่อย่างเร่งด่วน เบื้องต้นยืนยันยอดครูเสียชีวิตในที่เกิดเหตุรวมทั้งสิ้น 5 ราย

มือปืนยิงตัวเองหนีผิด

ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบหาระบุพิกัดคนร้าย พบว่าผู้ก่อเหตุหลบซ่อนตัวอยู่ที่อาคาร 4 ชั้น 4 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดควบคุมฝูงชน (คฝ.) ตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี พร้อมอุปกรณ์โล่และอาวุธ ได้เข้าปิดล้อมพื้นที่เพื่อทำการเจรจาเกลี้ยกล่อมให้ยอมมอบตัว

ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่กดดันกระชับพื้นที่ ผู้ก่อเหตุได้ตัดสินใจใช้อาวุธปืนจ่อยิงเข้าที่ขมับขวาของตนเองเพื่อปลิดชีพ เจ้าหน้าที่กู้ชีพได้เร่งเข้าปั๊มหัวใจและนำตัวส่งโรงพยาบาล แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา ทราบชื่อผู้ก่อเหตุคือ นายพัชฏ อายุ 15 ปี นักเรียนชั้น ม.3 ของโรงเรียนดังกล่าว

จากการตรวจค้นกระเป๋าสะพายของผู้ก่อเหตุ เจ้าหน้าที่พบอาวุธปืนขนาด 9 มม. ยี่ห้อ SIG Sauer (ซิกเซาเออร์) จำนวน 1 กระบอก, ซองกระสุน (แม็กกาซีน) 1 อัน และเครื่องกระสุนปืนขนาด 9 มม. ที่ยังไม่ได้ยิงอีกจำนวน 34 นัด

ช็อก!เจออีก2ศพเป็นปู่-ย่าผู้ก่อเหตุ

ต่อมา ชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี ได้เดินทางไปตรวจสอบบ้านที่ผู้ก่อเหตุอาศัยอยู่ภายในซอยวัดลาดปลาดุก ต.บางคูรัต อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นบ้านของปู่และย่าของนายพัชฏ จากการตรวจค้นภายในบ้าน เจ้าหน้าที่ต้องตะลึงเมื่อพบร่างของปู่และย่าถูกยิงเสียชีวิตอยู่ภายในบ้านพัก คาดว่าผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนกระบอกเดียวกันก่อเหตุสังหารปู่และย่าก่อน จากนั้นจึงนำอาวุธปืนเดินทางมากราดยิงที่โรงเรียนจนเกิดเหตุสลดดังกล่าว

ขณะที่พนักงานสอบสวนและชุดสืบสวน สภ.ปลายบาง และสืบจังหวัดนนทบุรี อยู่ระหว่างการสอบสวนผู้เกี่ยวข้องอย่างละเอียด และรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อหาสาเหตุและแรงจูงใจที่แท้จริงในการก่อเหตุสะเทือนขวัญครั้งนี้ต่อไป

พบพฤติกรรมติดเกมคอมพิวเตอร์

พ.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เปิดเผยว่า ตำรวจและเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เข้าตรวจสอบบ้านที่ผู้ก่อ อาศัยพักอาศัยกับปู่และย่า ใน ต.บางคูรัด อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ซึ่งพบว่าประตูหน้าบ้านถูกล็อกกุญแจจากด้านนอก เจ้าหน้าที่จึงต้องตัดแม่กุญแจเพื่อเข้าไปในบ้าน พบผู้เสียชีวิต 2 คน คือปู่และย่าของผู้ก่อเหตุ จากการตรวจสอบพบว่าปู่ถูกยิงเข้าที่บริเวณด้านหลัง กระสุนทะลุออกทางด้านหน้า ขณะนี้แพทย์นิติเวชอยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียด ส่วนย่าคาดว่าถูกยิงขณะกำลังนอนหลับอยู่

ส่วนอาของผู้ก่อเหตุ ซึ่งเป็นลูกชายคนเล็กของปู่และย่าที่เสียชีวิต ให้ข้อมูลว่า เด็กอาศัยอยู่กับปู่และย่าตั้งแต่เด็ก มีพฤติกรรมชอบเล่นเกม ติดคอมพิวเตอร์ และไม่ค่อยออกไปไหน แต่ไม่มีปัญหาทะเลาะวิวาทหรือมีความเครียดที่ปรากฏชัดเจน เท่าที่ทราบจากพ่อและปู่ของเด็ก หลานเป็นเด็กที่เรียนค่อนข้างดี เป็นคนพูดน้อยมาก ปู่และย่าก็ไม่ได้เข้มงวดกดดัน แทบไม่เคยตีด้วยซ้ำ

ปืนมีทะเบียนเป็นของปู่-เก็บมิดชิด

ส่วนเรื่องการเล่นเกมนั้น เท่าที่เคยเห็นเวลาที่กลับไปบ้าน หลานมักจะเล่นเกมแนว Minecraft เป็นส่วนใหญ่ และไม่เคยเห็นว่าหลานเล่นเกมยิงปืนแต่อย่างใด อีกทั้งไม่เคยเห็นหลานจับปืนเลยแม้แต่ครั้งเดียว

นอกจากนี้ ปู่ของเด็ก ซึ่งก็คือพ่อของตนเอง ไม่เคยให้ตนเองหรือพี่ชายเล่นปืน และมักจะเก็บไว้มิดชิดในตู้เสื้อผ้าส่วนตัว ล็อกกุญแจแน่นหนา ไม่สามารถตอบได้ว่าหลานทราบจุดซ่อนกุญแจตู้ได้อย่างไร

พบเล่นเกมลักษณะใช้ความรุนแรง

ขณะนี้กองวิเคราะห์กำลังเร่งตรวจสอบเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ก่อเหตุ เบื้องต้นพบว่ามีการเล่นเกมที่มีลักษณะใช้ความรุนแรง และอยู่ระหว่างตรวจสอบพฤติกรรมบางอย่างที่อาจเป็นแรงจูงใจในการก่อเหตุ ส่วนประเด็นเรื่องปัญหาที่โรงเรียนอยู่ระหว่างสืบสวนหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติม

นอกจากนี้ มีรายงานข่าวว่า ปืนที่ใช้ในการก่อเหตุเป็นปืนที่มีทะเบียนถูกต้อง ชื่อผู้ครอบครองคือปู่ของผู้ก่อเหตุ และยังมีรายงานอีกว่า จากการตรวจสอบในคอมพิวเตอร์ มีประวัติการค้นหาและศึกษาเหตุการณ์กราดยิงในโรงเรียนแห่งหนึ่งที่ประเทศสหรัฐอเมริกา

บรรยากาศที่โรงพยาบาลสุดเศร้า

ที่โรงพยาบาลบางใหญ่ บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า มีทั้งนักเรียนและผู้ปกครองมายืนรอที่หน้าอุบัติเหตุฉุกเฉินจำนวนมาก โดยผู้บาดเจ็บส่วนใหญ่ถูกส่งตัวมารักษาที่โรงพยาบาลบางใหญ่ และมีบางคนถูกส่งไปรักษาตามโรงพยาบาลใกล้เคียง ทั้งนี้ คนที่ถูกส่งตัวมาที่บางใหญ่ ถ้าแพทย์ประเมินแล้วว่าอาการหนักมากจะต้องส่งตัวรักษายังโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า

หนึ่งในนักเรียนที่อยู่ในเหตุการณ์เล่าให้ฟังว่าขณะเกิดเหตุยังคงอยู่ในชั่วโมงเรียน จู่ๆได้ยินเสียงปืนก็มีการคุยผ่านแชตกับรุ่นพี่ว่าให้พาเพื่อนๆไปหลบ เพราะผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนพยายามกราดยิงไปทั่ว ขณะนั้นนักเรียนเริ่มแตกตื่น เพราะผู้ก่อเหตุเดินกราดยิงจากอาคาร 5 เดินมาที่อาคาร 4

ขณะเดียวกัน ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ได้เชิญชวนประชาชนที่มีสุขภาพแข็งแรงร่วมบริจาคโลหิต เพื่อเพิ่มปริมาณโลหิตสำรองสำหรับการรักษาผู้ป่วยและผู้ได้รับบาดเจ็บ

ครูถูกจ่อยิงแต่รอดปาฏิหาริย์

ในช่วงเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวได้มี คุณครูท่านหนึ่งได้โพสต์ข้อความว่า “ครูส้มถูกจ่อยิง แต่หลบทัน กระสุนผู้ก่อเหตุหมด กำลังใส่กระสุน ปลอดภัยดีค่ะ 6/12 ทุกคนปลอดภัยดี ยังจับไม่ได้ค่ะ” จากนั้น คุณครูท่านนี้ยังได้โพสต์อัปเดตสถานการณ์เพิ่มอีก โดยคอมเมนต์ใต้โพสต์ของตัวเองว่า “ปลอดภัยค่ะ ไม่พร้อมตอบอะไรใคร”

นักเรียน ม.6 เล่านาทีเอาตัวรอด เหตุกราดยิงใน ร.ร.เทพศิรินทร์ นนทบุรี เห็นผู้ก่อเหตุถือปืนวิ่งเข้าตึกเรียน ตัดสินใจปิดห้อง-ปิดไฟ สั่งเพื่อนหมอบ ก่อนรอดมาได้ยกห้อง

นายกวินภพ (สงวนนามสกุล) นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี เล่าช่วงนาทีเกิดเหตุว่า ได้ยินเสียงปืนดังหลายนัด สักพักมีคนวิ่งมาบอกว่ามีคนยิงครู พวกตนจึงรีบให้เพื่อนเข้าไปในห้องและปิดประตู ซึ่งจังหวะนั้นตนได้มองไปนอกหน้าต่าง ก็เห็นคนถือปืนลงจากตึก 5 ลงมาที่ชั้นล่าง ก่อนที่จะวิ่งตรงมาที่ตึก 4 ที่ตนเรียนอยู่ ตนจึงรีบให้เพื่อนนำโต๊ะและเก้าอี้ มากันตรงประตูห้องไว้ ล็อกประตูห้อง ปิดไฟห้อง พร้อมกับให้เพื่อนทุกคนอยู่ในความสงบ และให้หมอบไว้ ซึ่งทุกคนหลบอยู่ในห้องเกือบ 30 นาที กว่าเหตุการณ์จะสงบ และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาบอกให้ออกจากพื้นที่ได้

เผยมือปืนหน้านิ่ง-ไม่ตระหนก

ขณะที่ ภารโรงของโรงเรียน เล่าว่า จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นบริเวณชั้น 6 ของตึก 5 ซึ่งเป็นอาคารเรียนของนักเรียนระดับชั้น มัธยมที่ 1-3 ขณะเกิดเหตุตนอยู่บริเวณชั้นล่างใกล้อาคาร ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นเป็นระยะ เมื่อแน่ใจว่าเกิดเหตุร้ายขึ้น ตนและเจ้าหน้าที่คนอื่นจึงรีบเข้าไปช่วยปิดประตูทางเข้าออกด้านหลังโรงเรียนเพื่อความปลอดภัย หลังก่อเหตุบนชั้น 6 ของตึกแรก ผู้ก่อเหตุได้เดินลงบันไดมายังชั้นล่าง พร้อมถืออาวุธปืนข้ามไปยัง ตึก 4 โดยเดินผ่านหน้าตนไปอย่างใกล้ชิด ท่าทางของผู้ก่อเหตุดูสงบนิ่ง เดินเฉยๆ ไม่ปรากฏอาการตื่นตระหนก วิ่งหนี หรือหวาดกลัวแต่อย่างใด แม้กระทั่งเมื่อเห็นตำรวจเริ่มเดินทางมาถึงพื้นที่ ผู้ก่อเหตุยังคงเดินเลี่ยงขึ้นไปยังชั้นบนของตึก 4 และมีเสียงปืนดังขึ้นอีก 2-3 นัด ก่อนเหตุการณ์จะสงบลง

ส่วนมาตรการความปลอดภัยในการนำอาวุธเข้ามาในโรงเรียนนั้น ภารโรงรายนี้เปิดเผยว่า ปกติโรงเรียนจะมีครูเวรคอยดูแลทางเข้า และใช้วิธีระบบสแกนใบหน้าเพื่อบันทึกการมาเรียนของนักเรียนเท่านั้น โดยไม่ได้มีเครื่องตรวจจับโลหะหรือเครื่องสแกนอาวุธที่ประตูทางเข้าแต่อย่างใด

นายกฯเสียใจ-บอกไม่ควรเกิดขึ้น

เมื่อเวลา 11.10 น. ที่ทําเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี และรมว. มหาดไทย กล่าวถึงเหตุกราดยิง ภายในโรงเรียนชื่อดังจังหวัดนนทบุรี ว่า จะให้มีการดูแลผู้บาดเจ็บ และได้ส่งผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าไปในพื้นที่แล้ว มันแย่มากเลย เป็นเหตุการณ์ที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น ขอแสดงความเสียใจกับผู้เสียชีวิต ซึ่งตนเสียใจว่าเหตุการณ์อย่างนี้มันเกิดขึ้นได้อย่างไรในประเทศเรา อย่างกรณี เรื่องของการพกปืนที่รัฐบาลไม่ให้ต่อ ไม่ยอมให้ครอบครองอาวุธ ก็เพราะมันจะเป็นแบบนี้

สั่งดูแลสภาพจิตใจเหยื่อ-ญาติ

ต่อมา เวลา 12.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ว่า ได้ให้ รมช.มหาดไทยลงไปในพื้นที่แล้ว โดยมีส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งผู้ว่าราชการจังหวัด ตํารวจ และฝ่ายแพทย์ก็อยู่ในพื้นที่แล้ว และตนได้กําชับไปยัง รมว.สาธารณสุข ให้เร่งจัดทีมจากกรมสุขภาพจิตไปเยียวยาดูแลสภาพจิตใจ ทั้งผู้บาดเจ็บ และครอบครัวผู้เสียชีวิต น้องๆนักเรียน ที่ต้องมีสภาพตื่นตระหนก กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถึงแม้พวกเขาจะไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆตนให้ไปดูแลอย่างเต็มที่

เมื่อถามว่านายกฯ จะลงพื้นที่จุดเกิดเหตุด้วยตัวเองใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่าไม่ลงก็คงไม่ได้แล้ว ขอไปดูว่ามันเป็นอย่างไร ณ ขณะนี้ก็คงทราบแล้วว่าสถานการณ์ก็จบอย่างที่เราไม่อยากให้เกิดขึ้น แต่มันก็เกิดขึ้นแล้ว ซึ่งเราก็ต้องเร่งแก้ไข เพื่อไม่เกิดเหตุอย่างนี้ได้อีก ตรงนี้เป็นสิ่งที่ตนก็ยืนยันว่าที่ชอบมาบอกว่า มีแรงกดดันต่างๆมาว่าให้ปล่อยให้คลาย เรื่องการพกพาอาวุธปืน ซึ่งตนก็ห้ามมาโดยตลอด ตั้งแต่เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และเหตุการณ์นี้ก็คงเป็นคําตอบ และขอความกรุณาอย่ามาพูดกับตนในเรื่องนี้อีก

เตรียมลุยแก้กฎหมายอาวุธปืน

เมื่อถามว่า แต่มันมีปัญหาเรื่องของปืนเถื่อน นายกฯตอบว่า ก็ใช่ ตอนนี้เราน่าจะควบคุมเรื่องของปืน การพกพาอาวุธปืนที่มีทะเบียนแล้ว เรื่องของปืนเถื่อนก็เช่นเดียวกัน ต้องมีการตรวจตรา และบังคับใช้กฎหมายให้รุนแรง ตนจะมีการเสนอให้ออกกฎหมายใหม่ ว่าด้วยเรื่องอาวุธปืน ที่ผ่านมาตนสั่งได้แค่ห้ามซื้ออาวุธปืน ห้ามครอบครอง ห้ามพกปืนออกนอกเคหสถาน แต่ตนยังไม่มีกําลังมากเพียงพอ ที่จะไปแก้ไขกฎหมายใดๆได้ วันนี้ตนคิดว่าตนน่าจะมีกําลังมากเพียงพอในการแก้กฎหมายเรื่องอาวุธปืน ไม่ให้มาเป็นเครื่องทุ่นแรงสําหรับคนที่ขาดสติสัมปชัญญะ คนที่จะพกพาถือปืนได้ใช้ปืนได้จะต้องเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐในขณะปฏิบัติหน้าที่เท่านั้น

ลั่นต้องเอาผิดผู้ปกครองด้วย

เมื่อถามว่า มีการเชื่อมโยงว่าผู้ก่อเหตุมีความกดดันจากภายในโรงเรียน นายกฯ กล่าวว่า เรื่องนี้อย่าเพิ่งไปสรุปตอนนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตํารวจ กองพิสูจน์หลักฐาน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะต้องขยายผล เกิดสิ่งเหล่านี้มาได้อย่างไร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็จะต้องไปหาหนทางแก้ไข แต่อย่างไรก็ไม่ถูก เด็กพกอาวุธปืนเข้าไปในโรงเรียน โหลดกระสุนเต็ม เขาคงไม่ได้ซื้อเองอยู่แล้ว เพราะซื้อเองไม่ได้ มันต้องเป็นของผู้ปกครองคนใดคนหนึ่ง ซึ่งตรงนี้ ต้องมีการดําเนินคดีกับผู้ปกครอง ไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง ส่วนจะจํา หรือไม่จําก็เป็นเรื่องของเขา ผู้ปกครอง ผู้ใหญ่จะต้องคอยดูแลควบคุมไม่ให้เด็กเข้าถึงอาวุธร้าย เหล่านี้ได้

เมื่อถามว่ามีความกังวลว่าจะเกิดพฤติกรรมเลียนแบบ นายกฯ กล่าวว่า “อย่าถามตรงนี้สิ เราไม่ต้องการให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบ แต่ตนได้สั่งการ ในคําถามนี้ไปแล้ว”

นายกฯถึงรร.เทพศิรินทร์ จ.นนทบุรี เผยสาเหตุมือยิงรร.ดัง เครียดเรื่องเรียน ถูกย่าเข้มงวด -อาวุธปืนเป็นของปู่ ชี้ เตรียมการก่อเหตุมาอย่างดี โพสต์โชว์อาวุธ ช่วงสงกรานต์ สั่ง‘ผบ.ตร.-ปลัดมท’ ตั้งด่านตรวจปืนทั่วประเทศ

นายกฯนำคณะลงพื้นที่ดูจุดเกิดเหตุ

ต่อมา เวลา 15.43 น. นายอนุทิน เดินทางลงพื้นที่ ดูจุดเกิดเหตุกราดยิงภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ โดยมีนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข นายนิกร โสมกลาง รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

โดยเมื่อเดินทางถึงนายกฯรับฟังรายงานสถานการณ์โดยสรุปจากนายประเสริฐ พร้อมสอบถามผบ.ตร.ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย

จากนั้นเวลา 16.25 น.นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ภายหลังลงพื้นที่รับฟังรายงาน ความคืบหน้าเหตุยิงที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ ถึงสาเหตุหลักของการก่อเหตุ ว่า ได้รับฟังรายงานในส่วนของระดับเหตุการณ์ ก็เป็นสิ่งที่น่าเสียใจที่มันเกิด แต่โชคดีที่ทุกอย่างมันจบสิ้นไปก่อน น้องที่ก่อเหตุ ก็ยังมีกระสุนอยู่อีก 30 กว่านัด ถ้าเขาไม่จบชีวิตตัวเอง ก็อาจจะเกิดเหตุ ที่จะไปทําร้ายคนอื่นเพิ่มขึ้นอีก

เผยสาเหตุเครียดจากการเรียน

นายกฯ กล่าวว่า หลักๆ เป็นเรื่องของความเครียดจากการศึกษา และทราบว่าคุณย่าเคยเป็นครู อยากให้เรียนได้ดีๆ ซึ่งค่อนข้างที่จะเข้มงวดกวดขัน จากที่ตํารวจสอบปากคําเพื่อนสนิท รับทราบว่าเขามีความเครียดด้านนี้อยู่ และก็มีบ่นๆอยู่ แต่ก็คงเป็นการเตรียมการมาอย่างดี เพราะวิธีจากการทําแผน มีลําดับขั้นตอน มีเป้าหมายชัดเจน

เมื่อถามว่า สังเกตผู้เสียชีวิต ส่วนใหญ่พบว่าถูกยิงเข้าจุดสําคัญ นายกฯกล่าวว่า เท่าที่รับฟังรายงาน ก็คงตั้งใจที่จะก่อเหตุนี้ เพราะเขาเริ่มมาจากที่บ้าน เขาทําอะไรให้คุณปู่คุณย่า ที่เขาพักอาศัยอยู่ด้วย ตั้งแต่ที่บ้านนั่นคือสองรายแรก ซึ่งเราไม่ได้รับทราบมาก่อน เรามารับทราบหลังจากเกิดเหตุแล้ว เมื่อเจ้าหน้าที่ตํารวจกลับไปค้นที่บ้าน จึงพบว่ามีสองร่างเสียชีวิตคือคุณปู่กับคุณย่า

เมื่อถามว่า มีการพูดคุยกันหรือไม่ว่าอาวุธปืนที่ก่อเหตุมาจากที่ไหน นายกฯ ตอบว่า เป็นปืนของคุณปู่ของเขา ที่เป็นปืนจดทะเบียน ซึ่งเห็นว่าในช่วงสงกรานต์ผู้ก่อเหตุได้โพสต์รูปอาวุธปืนลงอินสตาแกรม

เมื่อถามว่า ตอนนี้ตัวเลขของผู้เสียชีวิตมีจํานวนเท่าไหร่ นายกฯตอบว่า ผู้เสียชีวิตทั้งหมด 8 ราย รวมปู่และย่าด้วย ส่วนผู้บาดเจ็บ 30 กว่าคน และมีผู้บาดเจ็บสาหัสที่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิดมาก ๆ ประมาณ 9 ราย อยู่ที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า และโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า

พกปืนเจอดำเนินคดีหนัก

เมื่อถามว่าพอมีประกาศเรื่องห้ามพกพาอาวุธปืน แต่ยังมีการเกิดเหตุรายวันอยู่ จะดําเนินการเชิงรุกมากกว่านี้อย่างไร นายกฯ กล่าวว่า ตนจะต้องหารือกับผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ แต่จริงๆแล้วกฎหมายอันนี้มันชัดเจน ประชาชนทั่วไปที่ไม่ได้มีหน้าที่ ใด ๆ ในทางราชการ ไม่สามารถที่จะพกพาอาวุธปืนออกนอกบ้าน หรือเดินพกพาไปไหนในที่สาธารณะ ไปที่ไหนไม่ได้ทั้งนั้น ตนก็คงจะต้องมอบหมายชัดเจนให้ชัดเจนว่าจากนี้ไป ถ้าหากมีการตั้งด่านตรวจ ก็จะต้องตรวจค้นอาวุธปืนนี้ด้วย ถ้าเจอใครพกอาวุธ ก็จะถูกดําเนินคดีหนัก

เมื่อถามว่า ตามรายงานมีเหตุจูงใจอะไรที่มาจากการเรียน ทําให้ไปยิงคุณครู ยิงเพื่อน นายกฯ กล่าวว่า รายละเอียดเดี๋ยวให้ตํารวจ และพิสูจน์หลักฐาน ทําให้ละเอียดและออกไปชี้แจง เพราะการไปพูดอะไรก่อน เดี๋ยวจะทําให้เสียหายต่อรูปคดี

เมื่อถามว่า จากการตรวจสอบคอมพิวเตอร์ของผู้ก่อเหตุ พบว่ามีการเคยเปิดยูทูปดูคลิปเหตุกราดยิงในอเมริกา ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร นายกฯ ตอบว่า ตนยังไม่ได้รับรายงานเรื่องนี้

คาดติดตามวิธีจากโซเชียลมีเดีย

เมื่อถามต่อว่า ผู้ก่อการก่อเหตุ เคยประวัติไปซ้อมยิงปืนหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ซ้อมยิงปืนแบบเอาปืนไปยิงตนยังไม่ได้รับรายงาน ด้วยเด็กอายุ 14 ขวบ คงทําแค่นี้ไม่ได้ เขาก็คงมีวิธี ในการไปติดตามจากโซเชียลมีเดีย

เมื่อถามถึงมาตรการดูแลครอบครัวของผู้เสียชีวิต นายกฯ กล่าวว่า มาตรการในการดูแลผู้เคราะห์ร้าย เรามีหลักปฏิบัติ ตามระเบียบของสํานักนายกรัฐมนตรี ก็จะมีกองทุน กระทรวงยุติธรรม โดยกรมสวัสดิการคุ้มครองสิทธิก็จะมีกองทุนของเขา ส่วนกระทรวงศึกษาธิการ นายประเสริฐ จันทรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ ได้แจ้งว่า จะมีกองทุนที่มาดูแลครอบครัว ตนขอให้ ไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ แต่ขอยืนยันว่าจะพยายามทุกวิถีทาง ให้การดูแลเยียวยาครอบครัวของผู้เคราะห์ร้าย ในกรณีเสียชีวิตต้องเยียวยาเขาให้ดีที่สุดเท่าที่จะทําได้

ถอดบทเรียนเพื่อความปลอดภัย

เมื่อถามว่ากรณีที่เกิดขึ้นมีประเด็นอื่นอย่างเรื่องการบูลลี่ด้วยหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ยืนยันว่าน้องเขาตัดสินใจจบชีวิตตัวเอง ไม่มีความกดดันใด ๆ จากเจ้าหน้าที่ของบ้านเมือง อย่างที่ตนเรียนว่าในสิ่งเหล่านี้ มีสิ่งที่ตนขอไม่ใช่คําว่าโชคดี มันมีสิ่งที่หยุดไม่ให้สถานการณ์เลวร้ายไปกว่านี้ ถ้าน้องเขาไม่จบชีวิตตัวเอง แล้วต่อสู้ตํารวจก็จะประสบความสําเร็จมาก ในการหยุดยั้งเขา ซึ่งเขาเป็นเด็ก เมื่อมีการปะทะขึ้นมาแล้วตํารวจต้องตัดสินใจ อย่างใดอย่างหนึ่ง มันก็จะเกิดกรณีอื่นขึ้นมา วุ่นวายอีก เพราะฉะนั้นขอให้จบ ในกรณีที่น้องเขาได้ทําร้ายตัวเองไปเรียบร้อย ผู้ที่เกี่ยวข้องใกล้ชิดกับเขา คุณปู่คุณย่าก็ถูกทําร้ายตั้งแต่เช้า เพราะฉะนั้น เราจะดําเนินการในเรื่องของคดี ให้จบสิ้นโดยเร็ว เพราะตอนนี้คงไม่มีผู้ต้องหา ใด ๆ ที่เราต้องไปติดตามจับกุมอีก เราก็เอาบทเรียนนี้มาถอด พยายามอย่างสุดความสามารถ ในการสร้างบรรยากาศ และสร้างมาตรการความปลอดภัยให้เกิดขึ้นในโรงเรียน ในมหาวิทยาลัย และในที่สาธารณะให้มากที่สุด

เมื่อถามว่า น้องผู้ก่อเหตุมีญาติคนอื่นอีกหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ทราบข่าวว่า คุณพ่อคุณแม่แยกทางกัน ซึ่งน้องไม่ได้อยู่กับพ่อแม่

เมื่อถามย้ําว่าน้องไม่มีใครแล้วใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ณ ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงาน

สั่งตั้งด่านตรวจปืนทั่วประเทศ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนที่นายกจะขึ้นรถเดินทางกลับได้หันไปสั่งการ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ผบ.ตร. ให้ตั้งด่านตรวจอาวุธปืนทั่วประเทศ

จากนั้นเวลา 17.10 น. ภายหลังนายอนุทิน ลงพื้นที่ติดตามเหตุยิงที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ จังหวัดนนทบุรี ได้เดินทางกลับเข้าทำเนียบรัฐบาลพร้อมกับ พล.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางด้วย

บาดเจ็บ22สาหัส9ราย

นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า มีผู้บาดเจ็บ 22 คน เป็นเคสแดง 9 คน (อาการสาหัส) โดยเป็นเด็ก 7 คน ผู้ใหญ่ 2 คน ในจำนวนนี้เด็ก 2 คน รักษาตัวในห้องไอซียู ส่วนใหญ่รักษาตัวที่โรงพยาบาลบางกรวย และโรงพยาบาลบางใหญ่ ส่วนเคสสาหัสส่งต่อโรงพยาบาลพระมงกุฏ และโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า นอกจากนี้ ได้จัดทีมดูแลสุขภาพจิตให้กับผู้อยู่ในเหตุการณ์ บุคลากร นักเรียน ผู้ปกครอง และชุมชนโดยรอบ

สั่งปิดสถานศึกษาชั่วคราว

เมื่อช่วงบ่าย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯและรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ พร้อมระบุว่าขณะนี้ทุกภาคส่วน กำลังเร่งเข้าคลี่คลายสถานการณ์และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน โดยเหตุการณ์นี้ถือเป็นเรื่องสะเทือนใจคนทั้งประเทศ ซึ่งรัฐบาลจะดูแลจัดการเรื่องนี้ให้ดีที่สุด ขณะนี้ข้อสั่งการเบื้องต้น 3 ข้อ โดยหนึ่งในมาตรการเร่งด่วนคือ การปิดสถานศึกษาที่เกิดเหตุชั่วคราว เพื่อความเรียบร้อยและเพื่อประเมินสถานการณ์รอบด้าน ส่วนของมาตรการฟื้นฟูระยะยาว ได้ประสานงานไปยังกรมสุขภาพจิต เพื่อจัดทำแผนปฏิบัติการเยียวยาสภาพจิตใจของทั้งครูและนักเรียน โดยจะมีการนำบทเรียนและประสบการณ์จากเหตุการณ์ในอดีตมาปรับปรุงข้อบังคับและแผนการทำงาน เพื่อให้สามารถควบคุมและป้องกันเหตุการณ์ในลักษณะนี้ได้อย่างยั่งยืน

เยียวยาเสียชีวิตรายละ1ล้าน

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต เหตุนักเรียนชายกราดยิงภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ บางกรวย จังหวัดนนทบุรี สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเยียวยาให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

นางสาวรัชดา กล่าวว่า นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ประธานกรรมการกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี เตรียมประชุมพิจารณามอบเงินเยียวยาในส่วนของกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย ฯในช่วงบ่ายวันนี้โดยอ้างอิงจากการเยียวยาช่วยเหลือจากเหตุการณ์ที่ผ่านมา ดังนี้กรณีผู้เสียชีวิต จำนวน 1,000,000 บาท กรณีทุพพลภาพ จำนวน 700,000 บาท กรณีบาดเจ็บสาหัส จำนวน 200,000 บาท และกรณีบาดเจ็บเล็กน้อย จำนวน 100,000 บาท

สำหรับการช่วยเหลือในส่วนของกรมกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม เข้าไปดำเนินการให้ความช่วยเหลือแล้ว ซึ่งการดูแลจะเป็นไปตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา

เทพศิรินทร์เสียใจอย่างสุดซึ้ง

ขณะที่ โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจและความอาลัยอย่างสุดซึ้งต่อเหตุการณ์อันน่าเศร้าโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ขอแสดงความเสียใจและความอาลัยอย่างสุดซึ้งต่อเหตุการณ์อันน่าเศร้าที่เกิดขึ้นภายในโรงเรียน ซึ่งนำมาซึ่งความสูญเสียและสร้างความสะเทือนใจแก่ครอบครัว ผู้ปกครอง นักเรียน คณะครู บุคลากรทางการศึกษา ตลอดจนผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย

เหตุการณ์ครั้งนี้นับเป็นความสูญเสียที่ไม่มีผู้ใดปรารถนา และเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากสำหรับครอบครัวโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ทางโรงเรียนขอส่งความห่วงใยและกำลังใจไปยังครอบครัวของผู้สูญเสีย ผู้ได้รับผลกระทบ ตลอดจนคณะครู บุคลากร นักเรียน และทุกคนที่ต้องเผชิญกับความโศกเศร้าจากเหตุการณ์ในครั้งนี้

ในนามของคณะผู้บริหาร คณะครู บุคลากรทางการศึกษา นักเรียน ผู้ปกครอง และครอบครัวโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ขอร่วมไว้อาลัยต่อผู้จากไปด้วยความอาลัยยิ่ง และขอส่งกำลังใจอย่างจริงใจแก่ครอบครัวและผู้ที่ได้รับผลกระทบทุกท่าน ให้สามารถก้าวผ่านช่วงเวลาแห่งความสูญเสียและความโศกเศร้านี้ไปได้ด้วยความเข้มแข็ง

พร้อมดูแล-เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ

โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ขอขอบพระคุณทุกหน่วยงาน เจ้าหน้าที่ บุคลากรทางการแพทย์ ผู้ปกครอง ศิษย์เก่า ชุมชน ตลอดจนประชาชนทุกท่าน ที่ได้ให้ความช่วยเหลือ ส่งกำลังใจ และแสดงความห่วงใยมายังโรงเรียนและผู้ที่ได้รับผลกระทบ ความเมตตาและน้ำใจจากทุกภาคส่วนเป็นกำลังใจอันมีคุณค่าอย่างยิ่งต่อพวกเราในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้

โรงเรียนตระหนักถึงความสำคัญของความปลอดภัยและสวัสดิภาพของนักเรียน คณะครู และบุคลากรทุกคนเป็นสำคัญ และจะร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งดูแล เยียวยา และให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างเหมาะสม เพื่อสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้แก่สมาชิกทุกคนในครอบครัวเทพศิรินทร์ นนทบุรี

ท่ามกลางความสูญเสียในครั้งนี้ ขอให้พวกเราทุกคนร่วมกันส่งต่อความห่วงใย ความเมตตา และกำลังใจแก่กัน ยืนเคียงข้างกันด้วยความเข้าใจ และร่วมกันก้าวผ่านช่วงเวลาอันยากลำบากนี้ไปด้วยกัน ด้วยความอาลัยอย่างสุดซึ้ง

ยอดเสียชีวิตรวม9ราย

สำหรับรายชื่อผู้เสียชีวิต ประกอบด้วย นายกิตติพงศ์ สมรัตน์ รอง ผอ.ฝ่ายปกครอง, น.ส.สายฝน ศิริกิจจาขจร เลขาหน้าห้อง, น.ส.ทิวาพร วานิช ครูแนะแนว, ว่าที่ร้อยตรีหญิงนันท์ชณัฐพร นาคพลั้ง ครูภาษาไทย , น.ส.ประภาพร ก้อนศิลา ครูคณิตศาสตร์ และ ด.ช.พัชฎ (สงวนนามสกุล) อายุ 14 ปี ผู้ก่อเหตุ

ส่วนที่ รพ.พระนั่งเกล้า อ.เมืองนนทบุรี ทีมกู้ชีพของโรงพยาบาลบางใหญ่, เทศบาลเมืองบางแม่นาง ทยอยนำผู้ได้รับบาดเจ็บเคสสีแดง จากโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ส่งรักษาแผนกฉุกเฉิน หนึ่งในนั้นคือ ด.ญ.อายุ 12 ปี เสียชีวิตในเวลาต่อมา ทำให้เมื่อรวมกับปู่-ย่าของผู้ก่อเหตุที่เสียชีวิตไปก่อนหน้านี้ ยอดผู้เสียชีวิตทั้งหมดเพิ่มเป็น 9 ศพ

นอกจากนี้ยังมี ด.ช.อายุ 14 และ อายุ 13 ปี ถูกกระสุนเข้าที่ลำตัว ซึ่งทั้ง 2 ราย อยู่ในอาการวิกฤต โดยทีมแพทย์ รพ.บางใหญ่ ได้ให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน รวมทั้งยังมีนักเรียนหญิงอีก 1 ราย มีอาการภาวะช็อก จากเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นภายในโรงเรียน ถูกส่งเข้ารักษาด้วย

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top