533.jpg
‘เหนือ’ระทึก อุตุเตือนฝนกระหน่ำ น้ำปายซัดสะพานพัง

‘เหนือ’ระทึก อุตุเตือนฝนกระหน่ำ น้ำปายซัดสะพานพัง

วันอาทิตย์ ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

‘เหนือ’ระทึก
อุตุเตือนฝนกระหน่ำ
น้ำปายซัดสะพานพัง

สถานการณ์ภัยพิบัติทั่วประเทศส่อวิกฤตหนัก กรมอุตุฯประกาศเตือนภัย 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยเผชิญฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่จากอิทธิพลของร่องมรสุมและมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรง ขณะที่ภาคเหนือน้ำป่าไหลหลาก“แม่น้ำปาย”ล้นตลิ่งทวีความรุนแรงซัด“สะพานซูตองเป้” ขาด “เชียงใหม่-น่าน” อ่วมประกาศเฝ้าระวังขั้นสูงสุดหลังระดับน้ำสูงเกินจุดวิกฤต “พะเยา” เดือดร้อนแล้ว 3 อำเภอ

เมื่อวันที่ 8 ส.ค. 2569 กรมอุตุนิยมวิทยา ได้พยากรณ์อากาศระบุว่าประเทศไทยมีฝนตกหนักบางพื้นที่ และมีฝนตกหนักมาก 1 แห่ง ในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนบนและประเทศลาวตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณอ่าวตังเกี๋ย ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง


ขอให้ประชาชนในพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม ระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังค่อนข้างแรง คลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และ เรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้

นอกจากนี้ ยังมีรายงานพายุไต้ฝุ่น “ดอลฟิน” บริเวณทะเลจีนตะวันออก ด้านตะวันตกของจังหวัดโอกินาวะ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งคาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณมณฑลเจ้อเจียง ประเทศจีน ในช่วงวันที่ 9-10 สิงหาคม 2569 โดยพายุนี้ ไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย อย่างไรก็ตาม ผู้ที่จะเดินทางไปบริเวณดังกล่าวควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทาง

แม่น้ำปายซัดสะพานซูตองเป้

ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน สถานการณ์แม่น้ำปายเดือดพล่าน หลังน้ำป่าทะลักลงแม่น้ำปายเพิ่มระดับเกินจุดวิกฤต โดยสถานีวัดระดับน้ำปาย บ้านท่าโป่งแดง วัดได้3.51 เมตร เกินจุดวิกฤต 2.75 เมตร เริ่มไหลบ่าท่วมพื้นที่การเกษตรใน ต.ปางหมู และ ต.ผาบ่อง

ทางด้านสะพานซูตองเป้ บ้านกุงไม้สัก ถูกน้ำป่าพัดท่อนไม้ขนาดใหญ่กระแทกเสาสะพาน ส่งผลให้สะพานขาดเพิ่มอีก 1 ช่วง รวมระยะทางขาดเกือบ 10 เมตร พระและเณรต้องเปลี่ยนเส้นทางบิณฑบาตขณะที่ชาวนาบ้านกุงไม้สักเศร้าหนัก ต้นกล้าข้าวในนากว่า 100 ไร่ จมน้ำนานนับสัปดาห์จนรากเน่าตายเสียหายยับเยิน

เชียงใหม่จมน้ำป่า 3 อำเภอ

วันเดียวกัน สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่ ได้รายงานสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ อ.เวียงแหง แม่อาย และ อ.พร้าว รวมได้รับผลกระทบ
กว่า 180 ครัวเรือน โดยที่ อ.เวียงแหงน้ำป่าทะลักเข้าท่วมบ้านห้วยหกต.เมืองแหง กว่า 50 หลังคาเรือนต้องอพยพผู้ป่วยติดเตียงเร่งด่วนขณะที่ อ.แม่อาย กระทบ 59 หลังคาเรือนและ อ.พร้าว กระทบ 78 ครัวเรือน พร้อมเร่งสำรวจความเสียหายโดยยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต

น่านอ่วมหนักน้ำน่านล้นตลิ่ง

สถานการณ์อุทกภัยในจังหวัดน่านยังคงน่าเป็นห่วง ปภ.น่าน รายงานมวลน้ำจากต้นน้ำไหลสมทบทำให้น้ำแม่น้ำน่านล้นตลิ่ง โดยที่ อ.เวียงสา สถานี N.13A ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง 44-56 เซนติเมตร ด้าน อ.ท่าวังผา แม่น้ำน่านบริเวณสะพาน
ท่าวังผาพัฒนา พีคสูงสุด 7.17 เมตรเกินวิกฤต 7.00 เมตร น้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรและพื้นที่การเกษตรในหลายตำบล

นอกจากนี้ ยังเกิดเหตุดินสไลด์หลายจุด เช่น บริเวณบ้านน้ำไคร้ อ.ท่าวังผา ทับเส้นทางและท่อน้ำประปาหมู่บ้านเสียหาย และบ้านหาดไร่ดินสไลด์พังห้องครัวเสียหาย ทางการเร่งอพยพกลุ่มเปราะบางและผู้ป่วยติดเตียงส่งโรงพยาบาล พร้อมแจ้งเตือนประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางน้ำท่วมและจุดเสี่ยงดินสไลด์

ส่วนที่ อ.สันติสุข หมวดการทางเร่งซ่อมแซมถนนสายสันติสุข-ราษฎร์รัฐพัฒนา บริเวณ กม.12 ที่เกิดดินสไลด์และถนนทรุดตัว พร้อมติดตั้งแผงกั้นเตือนภัย และ อ.นาน้อยแจ้งเตือนถนนทรุดตัวก่อนถึงอุทยานแห่งชาติขุนสถาน 300 เมตร ขอให้ผู้ใช้เส้นทางเพิ่มความระมัดระวังสูงสุด

พะเยาฝนถล่มมาราธอน 8 ชม.

ส่วนที่จังหวัดพะเยา หลังจากเกิดเหตุฝนตกหนักครอบคลุมหลายพื้นที่อย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 7-8 ชั่วโมงตั้งแต่เวลา 18.30 น.ของวันที่ 7 ส.ค.ลากยาวไปจนถึงเวลา 02.00 น.ของวันที่ 8 ส.ค.มวลน้ำป่ามหาศาลจากเทือกเขาและลำห้วย
สาขาได้เอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรและพื้นที่ทางการเกษตรในพื้นที่ 3 อำเภออย่างรวดเร็ว สร้างความเดือดร้อนและความเสียหายเป็นวงกว้าง

โดยที่ อ.ภูซาง น้ำป่าจากห้วยบงและลำน้ำเปื๋อยทะลักท่วม ต.ป่าสัก และ ต.สบบง บ้านเรือนและถนนเสียหายจากดินโคลน ต.สบบงสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย อยู่ระหว่างฉีดล้างทำความสะอาด แต่ ต.ป่าสัก ระดับน้ำยังทรงตัวต้องเฝ้าระวัง ส่วน อ.ปง น้ำป่าซัดเข้าท่วมบ้านดอนไชยป่าแขม ต.ออย และแม่น้ำยมล้นตลิ่งใน ต.ควร กระทบวงกว้างรวม 4 ตำบลต้องเร่งระบายน้ำด้วยการเปิดประตูฝายแก้วครบทั้ง 5 บาน และ อ.เชียงม่วน แม่น้ำยมล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรในพื้นที่ลุ่มต่ำบ้านท่าฟ้าใต้ ต.สระ เสียหายราว 5 หลังคาเรือน พร้อมสร้างความเสียหายแก่พื้นที่เกษตรกรรมประเภทข้าวโพดและข้าวฟ่าง

รับมืออุทกภัย

ขณะเดียวกัน 13.30 น.สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับจังหวัดน่าน จัดประชุมเตรียมการและแถลงข่าว “รวมพล! นวัตกรรมเตรียมรับมืออุทกภัย จังหวัดน่าน” ณ ศาลากลางจังหวัดน่าน เพื่อระดมองค์ความรู้ งานวิจัย และเทคโนโลยีจากภาคส่วนต่างๆ มาสนับสนุนการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัยและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่จังหวัดน่าน

ภายในงานมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน และรองศาสตราจารย์ ดร.สุจริต คูณธนกุลวงศ์ ผู้อำนวยการแผนงานเป้าหมายตามยุทธศาสตร์ ววน. ด้านการบริหารน้ำ วช. พร้อมด้วยผู้บริหารส่วนราชการ นักวิจัย เครือข่ายการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัย และประชาชน เข้าร่วมกิจกรรม

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง กล่าวว่าจากสถานการณ์ฝนตกต่อเนื่องในจังหวัดน่าน ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำป่าไหลหลาก วช. จึงได้นำผลงานวิจัยและนวัตกรรมภายใต้แผนงาน “น้ำมั่นคง ไม่ท่วม ไม่แล้ง”เข้ามาสนับสนุนจังหวัด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเตรียมความพร้อมและรับมือภัยพิบัติ โดยครอบคลุมตั้งแต่การเฝ้าระวัง การแจ้งเตือน การประเมินสถานการณ์ การบริหารจัดการน้ำ การป้องกันพื้นที่เสี่ยง ตลอดจนการสนับสนุนการช่วยเหลือประชาชน

นวัตกรรมสำคัญที่นำมาสนับสนุนจังหวัดน่าน ประกอบด้วย“เครื่องเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลัน” “Flood-Eye” “ฝายแกนดินซีเมนต์” “ดินซีเมนต์ป้องกันตลิ่งพัง”“แพลตฟอร์มเสริมสร้างความพร้อมรับมืออุทกภัยจังหวัดน่าน” “ระบบโดรนรับมือภัยพิบัติ” และ “การจัดการความเสี่ยงและการป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน”ซึ่งมุ่งนำงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่จริงและช่วยให้หน่วยงานสามารถรับมือสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็วและเป็นระบบมากยิ่งขึ้น

ด้าน นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กล่าวว่า จังหวัดน่านมีความยินดีที่จะร่วมมือกับ วช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการนำวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมมาเสริมสร้างความพร้อมในการรับมืออุทกภัย แม้สถานการณ์น้ำโดยรวมในขณะนี้ยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่จากปริมาณฝนที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับลักษณะภูมิประเทศของจังหวัดน่านซึ่งส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ภูเขา ทำให้ยังมีความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำป่าไหลหลาก จังหวัดจึงต้องเตรียมความพร้อมอย่างต่อเนื่อง

การเตรียมความพร้อมของจังหวัดครอบคลุมทั้งการฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุ การเตรียมบุคลากรและอุปกรณ์ รวมถึงการนำองค์ความรู้และเทคโนโลยีจาก วช. และกระทรวง อว. มาประยุกต์ใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเฝ้าระวัง ติดตามสถานการณ์ และปฏิบัติงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

จำลองเหตุการแลกเปลี่ยนข้อมูล

สำหรับการแลกเปลี่ยนแนวทางการใช้ประโยชน์จากงานวิจัยและนวัตกรรม มี รองศาสตราจารย์ ดร.สุจริต คูณธนกุลวงศ์ พร้อมด้วยนักวิจัยและเครือข่ายจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ องค์การบริหารส่วนตำบลบ่อสวก และเครือข่ายทรัพยากรน้ำจังหวัดน่าน ร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลและแนวทางการนำเทคโนโลยีไปใช้รับมือสถานการณ์ภัยพิบัติในระดับพื้นที่

โอกาสนี้ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ได้ส่งมอบ “แพลตฟอร์มเสริมสร้างความพร้อมรับมืออุทกภัยจังหวัดน่าน” ให้แก่ นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เพื่อใช้เป็นเครื่องมือสนับสนุนการเฝ้าระวัง การประเมินสถานการณ์ และการบริหารจัดการอุทกภัยของจังหวัด พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการนวัตกรรมรับมือภัยพิบัติ ซึ่งนำเสนอผลงานวิจัยและเทคโนโลยีที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่

การจัดกิจกรรมครั้งนี้สะท้อนความร่วมมือระหว่าง วช. จังหวัดน่าน หน่วยงานภาครัฐ นักวิจัย และภาคีเครือข่าย ในการผลักดันงานวิจัยและนวัตกรรมจากห้องปฏิบัติการสู่การใช้ประโยชน์จริงในพื้นที่ โดยมุ่งยกระดับระบบเฝ้าระวังและเตือนภัย เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ และสนับสนุนการช่วยเหลือประชาชนให้สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว เป็นระบบ และลดผลกระทบจากอุทกภัยอย่างเป็นรูปธรรม

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top