วันจันทร์ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569
สรรเพชญ ลงพื้นที่บางกล่ำ เร่งคืนผิวจราจรภายใน ก.ย.69 นี้ ย้ำ ความปลอดภัยประชาชน หลังอุบัติเหตุซ้ำซ้อนช่วงก่อสร้าง
เมื่อวันที่ 10 ส.ค.2569 นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา พร้อมด้วยนายชัยรัตน์ สุขสมคิด นายอำเภอบางกล่ำ พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ สุวรรณนพมาศ ผกก.สภ.บางกล่ำ นายกิตติพล ด้วงเจ้ย ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงสงขลาที่ 1 พล.ต.อ.พิทักษ์ พุทธวิโร อดีตผู้สมัคร สส.ภูมิใจไทย เขต 9 นายธีระวุฒิ เรืองศรี สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา เขตอำเภอบางกล่ำ และนายณัฐพล เหมพัฒน์ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา เพื่อติดตามความคืบหน้าโครงการก่อสร้างทางหลวงบริเวณจุดที่เกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อนในช่วงการก่อสร้าง โดยมีการหารือถึงมาตรการเร่งรัดงานก่อสร้างและการเพิ่มความปลอดภัยให้กับประชาชนที่ใช้เส้นทาง
นายสรรเพชญ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวกำหนดแล้วเสร็จภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2570 และจากการลงพื้นที่ประเมินสถานการณ์ เชื่อว่าจะสามารถเร่งดำเนินการและคืนพื้นที่จราจรให้ประชาชนได้ตามเป้าหมาย โดยปัจจุบันบางส่วนของทางวิ่งด้านล่างสามารถเปิดให้ประชาชนใช้สัญจรได้แล้ว แต่ยังมีงานด้านวิศวกรรมและงานที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยที่ต้องดำเนินการให้เรียบร้อยก่อนเปิดใช้งานเต็มรูปแบบ
“กรมทางหลวงต้องสงวนพื้นที่ไว้ก่อน เพื่อให้ความมั่นใจและความปลอดภัยมากที่สุด ก่อนที่จะสามารถเปิดใช้งานได้เต็มพื้นที่ 100%” นายสรรเพชญ กล่าว
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า โครงการมีความล่าช้าจากหลายปัจจัย ทั้งสถานการณ์น้ำท่วมช่วงปลายปีที่ผ่านมา รวมถึงการย้ายเสาไฟ High Mast แต่ขณะนี้ได้มีการกำชับจากรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้กรมทางหลวง เร่งรัดงาน โดยเฉพาะการคืนพื้นที่จราจรให้ประชาชนโดยเร็วที่สุด
“ได้สั่งการให้กรมทางหลวง เร่งกำชับผู้ที่เกี่ยวข้อง ให้คืนพื้นที่จราจร ทำให้เสร็จภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้” นายสรรเพชญ กล่าว
นายสรรเพชญ ยังระบุว่า ผู้รับเหมาเร่งทำงานอย่างต่อเนื่องถึงช่วงค่ำ เพื่อให้สามารถเปิดเส้นทางได้เร็วขึ้น เนื่องจากเส้นทางดังกล่าวเป็นเส้นทางสำคัญที่มีทั้งรถบรรทุกและรถขนส่งสินค้าใช้สัญจรจำนวนมาก โดยได้กำชับให้กรมทางหลวงรับข้อเสนอจากฝ่ายปกครองและตำรวจในพื้นที่ โดยเฉพาะการติดตั้งป้ายเตือนและสัญญาณให้ชัดเจนล่วงหน้าก่อนถึงจุดก่อสร้าง เพื่อให้ผู้ขับขี่ลดความเร็ว
“ต้องมีป้ายบอกสัญญาณให้ชัดเจน ว่าข้างหน้ามีการก่อสร้าง เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้ชะลอความเร็ว” นายสรรเพชญ กล่าว
นอกจากนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ยังเสนอให้พิจารณาปรับปรุงแบริเออร์หรือราวกั้นบริเวณสะพานให้มีความสูงเพิ่มขึ้น เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต พร้อมระบุว่า เมื่อเปิดใช้งานเต็มรูปแบบ คาดว่าการจราจรประมาณ 90% จะใช้เส้นทางหลักด้านล่าง ขณะที่ทางเบี่ยงด้านบนจะรองรับประมาณ 10%
สำหรับระบบไฟ High Mast ขณะนี้ติดตั้งเรียบร้อยและพร้อมใช้งานแล้ว ส่วนมาตรการอำนวยความสะดวกอื่น ๆ ทั้งกล้องวงจรปิดและสัญญาณไฟจราจร จะต้องบูรณาการร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อให้เส้นทางมีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากที่สุด
นายสรรเพชญ กล่าวถึงงบประมาณโครงการว่า กรมทางหลวงสามารถบริหารจัดการงบประมาณจนดำเนินงานได้ในวงเงินประมาณ 60 ล้านบาท จากกรอบที่ประเมินว่าจำเป็นต้องใช้มากกว่า 100 ล้านบาท โดยอาจมีบางส่วนที่ต้องเสนอขอรับงบประมาณเพิ่มเติมภายหลัง หลังจากสามารถเปิดเส้นทางให้บริการได้เต็มรูปแบบ
“วันนี้เป้าหมายสำคัญคือเร่งคืนพื้นที่จราจรให้พี่น้องประชาชนโดยเร็วที่สุด แต่ต้องเดินคู่ไปกับเรื่องความปลอดภัย” นายสรรเพชญ กล่าว
ด้าน พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ สุวรรณนพมาศ ผกก.สภ.บางกล่ำ เปิดเผยว่า จุดดังกล่าวเป็นเส้นทาง 4124 ทางหลวงหมายเลข 4 มุ่งหน้าไปพัทลุง ส่วนขาลงมุ่งหน้าไปหาดใหญ่ โดยนับตั้งแต่เริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2568 มีการรับแจ้งอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ก่อสร้างจำนวน 9 ราย
โดยประมาณ 70-80% มีสาเหตุจากพฤติกรรมผู้ขับขี่ ทั้งการขับรถเร็ว ขับรถโดยประมาท และการแซงรถคันอื่นแล้วไม่พ้น จนเสียหลักตกลงไปในบริเวณก่อสร้าง ขณะที่อีกกรณีอยู่ระหว่างการสอบสวน หลังผู้สูงอายุรายหนึ่งพาภรรยาเดินทางไปพัทลุง ก่อนเกิดเหตุบนพื้นผิวถนนที่ขรุขระและมีประเด็นรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อเฉี่ยวชนหรือไม่
ทั้งนี้ ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ประสานผู้รับเหมาให้เพิ่มมาตรการด้านความปลอดภัย ทั้งกรวย แบริเออร์ แท่นปูน ป้ายเตือน และไฟส่องสว่าง โดยเชื่อว่าหากดำเนินการอย่างจริงจัง จะช่วยลดความเสี่ยงและจำนวนอุบัติเหตุในพื้นที่ได้
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี