วันอาทิตย์ ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2569
กอดรูปถ่ายร่ำไห้ระงม
ญาติใจสลาย
ทยอยรับศพเหยื่อม.3
ตร.เปิดผลชันสูตร8ศพ
กระสุนเข้าที่หัว/หน้าอก
นายกฯสั่งสกัดปืนเถื่อน
ญาติเหยี่อกระสุน ม.3 โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ทยอยรับศพไปบำเพ็ญกุศล กอดรูปร่ำไห้ระงม ขณะที่ตำรวจเร่งคลี่คลายปมสังหารสอบปากคำ 16 นักเรียน พร้อมเปิดเผยผลชันสูตร 8 ศพ พบแต่ละรายถูกยิงระยะประชิด 1-4 นัด โดนที่หัวและหน้าอก สธ.เผยยังโคม่าอีก 3 ราย นายกฯอนุทินสั่งกวาดล้างปืนเถื่อน พร้อมเยียวยาผู้เสียหายเต็มที่
ผู้สื่อข่าวความคืบหน้าเหตุสลดใจที่เด็กนักเรียนชาย อายุ 14 ปี ชั้น ม.3/8 ใช้อาวุธปืนก่อเหตุยิงเพื่อนนักเรียนและคุณครูภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ในพื้นที่ย่านบางกรวย จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตรวม 8 ราย แบ่งเป็น คุณครู 5 ราย ปู่และย่าของ ด.ช.ผู้ก่อเหตุ 2 ราย และตัวผู้ก่อเหตุเอง 1 ราย ส่วนตัวเลขผู้บาดเจ็บอยู่ที่ประมาณ 29 ราย แบ่งเป็นเคสแดง 10 ราย เคสเหลือง 6 ราย เคสเขียว 13 ราย
รับร่างรองผอ.กิตติพงศ์ทั้งน้ำตา
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 8 สิงหาคม 2569 ที่ สถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศญาติและครอบครัวเดินทางเข้ารับศพทั้ง 8 ร่าง โดยครอบครัวแรกที่มาถึง คือ ครอบครัวของนายกิตติพงศ์ สมรัตน์ รองผู้อำนวยการฝ่ายปกครอง 1 (กลุ่มบริหารงานบุคคลและกลุ่มงานกิจการนักเรียน) รร.เทพศิรินทร์ นนทบุรี นำโดยภรรยาและบุตรชาย โดยภรรยาได้สวมแว่นตากันแดดสีดำ พร้อมนำกรอบรูปภาพของสามีมารอรับร่าง น้ำตาคลอตลอดเวลา กล่าวกับสื่อมวลชนว่า “ตนยังไม่พร้อมให้สัมภาษณ์ใดๆ เพราะยังรู้สึกไม่ไหวจริงๆ”
หลังจากที่เจ้าหน้าที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ได้ทำการชันสูตรพลิกศพของนายกิตติพงศ์ เสร็จสิ้น ญาติและครอบครัว นำโดยภรรยา ได้พากันเข้าไปทำพิธีจุดธูปอัญเชิญดวงวิญญาณ ก่อนเตรียมเคลื่อนร่างบรรจุใส่โลงไปประกอบพิธีฌาปนกิจยังภูมิลำเนา ณ วัดกันทรอมน้อย ตำบลกันทรอม อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งระหว่างที่มีการรอรับร่างนั้น ทางภรรยาของนายกิตติพงศ์ ได้ถือกอดรูปผู้เป็นสามีแนบชิดกับอกตลอดเวลา และเมื่อโลงได้ถูกเคลื่อนออกมาเตรียมนำขึ้นรถตู้มูลนิธิปอเต็กตึ๊ง ทางภรรยาและครอบครัวของนายกิตติพงศ์ ต่างร่ำไห้กันอย่างหนัก ส่วนบุตรชายทั้ง 3 คน ต่างก้มหน้าร้องไห้และสวมกอดญาติ จากนั้นรถตู้ได้เคลื่อนออกจากบริเวณสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ทันที
ขณะที่บัญชีเฟซบุ๊กของคุณมิน (ภรรยาของรอง ผอ.ฯ) ได้โพสต์ว่า “นี่คงเป็นวันที่ใจหนูแตกสลายที่สุด อยู่ๆก็ยัดเยียดหัวหน้าครอบครัวให้ ถามสักคำยังพร้อมรับมือไหม ละบอกจะอยู่ 60 ปี ต่อเวลาอีก 15 ปีได้ไหม พี่สุดยอด SuperDad เลยอะ หลับให้สบายนะพี่ หนูและลูกโคตรจะภูมิใจในตัวพี่เลย พึ่งรู้ถึงความเจ็บปวดนี้ แค่กอด ยังทำไม่ได้
ญาติครูประภาพรเข้ารับการเยียวยา
นอกจากนี้ ยังมีครอบครัวของ น.ส.ประภาพร ก้อนศิลา ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ รร.เทพศิรินทร์ นนทบุรี นำโดยคุณพ่อ คุณแม่ และสามีของ น.ส.ประภาพร พร้อมเพื่อน ได้เดินทางมารับร่างของ น.ส.ประภาพร ซึ่งเพื่อนของ น.ส.ประภาพร ได้ดำเนินการกรอกเอกสารคำขอรับการเยียวยาช่วยเหลือ พ.ร.บ ค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.2544 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่2) พ.ศ. 2559)
พ่อแม่ครูหมวยสุดเศร้า
ขณะที่คุณพ่อคุณแม่ของ น.ส.ทิวาพร วานิช หรือครูหมวย ครูประจำวิชาแนะแนว โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี เดินทางมารับร่างบุตรสาว พร้อมกรอกเอกสารขอรับคำขอช่วยเหลือเยียวยาเช่นเดียวกัน
โดยช่วงระหว่างเตรียมกรอกเอกสาร ทางเจ้าหน้าที่กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ได้แจ้งว่า เงินค่าตอบแทนตาม พ.ร.บ.ค่าตอบแทนฯ กรณีเสียชีวิต จะอยู่ที่ประมาณ 300,000 บาท ซึ่งกรมคุ้มครองสิทธิฯ จะต้องนำเอาเอกสารคำร้องขอของญาติทุกคนเข้าสู่การประชุมของคณะอนุกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทน.และค่าใช้จ่ายแก่จําเลยในคดีอาญาฯ ภายในสัปดาห์นี้ เพื่อกรรมการมีมติในการพิจารณาจ่ายเงินเยียวยาสำหรับผู้เสียชีวิตและผู้ที่ได้รับการบาดเจ็บ
โดยระหว่างนั้น ปรากฏว่าคุณพ่อของครูหมวย ได้พูดขึ้นมาด้วยเสียงสั่นเครือ และมีน้ำตาคลอว่า “ให้เอาไหม 300,000 แลกกับชีวิตลูกผมคืน” ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ได้พยายามชี้แจงว่า เราเข้าใจความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับครอบครัวทุกท่าน แต่สิ่งที่เราจะช่วยลดภาระทางครอบครัวหลังต้องสูญเสียได้ก็คือค่าตอบแทนผู้เสียหายตามกฎหมาย ซึ่งก็เป็นคำขอโทษจากรัฐ จากเหตุอุกฉกรรจ์ที่เกิดขึ้นนี้
อย่างไรก็ตาม คุณพ่อและคุณแม่ของครูหมวย ต่างจับมือกอบกุมกันแน่น ขณะที่ทั้งคู่ยังคงเศร้าเสียใจ โดยเฉพาะคุณพ่อที่ร้องไห้ ปนเสียงสะอื้นตลอดเวลา
จนท.แจงแนวทางเยียวยา
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่กรมคุ้มครองสิทธิฯ เปิดเผยแนวทางเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุดังกล่าว ตาม พ.ร.บ ค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.2544 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่2) พ.ศ. 2559) ว่า กรณีเสียชีวิต จะได้รับเงินค่าตอบแทนรายละ 300,000 บาท ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ จะพิจารณาตามค่าใช้จ่ายจากการรักษาจริง แบ่งเป็น กรณีบาดเจ็บเล็กน้อยและรักษาหายภายใน 7 วัน จะได้รับค่าตอบแทน 10,000 บาท ขณะที่ค่ารักษาพยาบาลจะจ่ายตามจริงตามใบเสร็จ นอกจากนี้ ยังครอบคลุมการเยียวยาด้านจิตใจสำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ โดยผู้ประสบเหตุที่มีอาการด้านจิตใจจะต้องเข้ารับการรักษาและมีใบรับรองแพทย์ยืนยันว่าเกิดจากเหตุการณ์ดังกล่าว จึงสามารถขอรับค่าตอบแทนและค่ารักษาพยาบาลในส่วนนี้ได้ ส่วนค่าชดเชยกรณีขาดรายได้ จะพิจารณาเฉพาะผู้ที่มีอาชีพรับจ้าง ขณะที่นักเรียนซึ่งยังไม่มีอาชีพจะไม่อยู่ในส่วนดังกล่าว
ได้รับเงินภายใน1สัปดาห์
เจ้าหน้าที่ระบุว่า ขณะนี้มีผู้เสียหายที่อยู่ในกระบวนการเยียวยา 31 เคส ทั้งผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ สำหรับเงินเยียวยาผู้เสียชีวิตทั้ง 7 ราย เจ้าหน้าที่ระบุว่า จะเร่งนำเข้าที่ประชุมคณะอนุกรรมการประจำจังหวัดนนทบุรีภายในสัปดาห์นี้เพื่อพิจารณาอนุมัติ ก่อนเร่งจ่ายเงินโดยเร็วที่สุด โดยคาดว่าไม่เกิน 1 สัปดาห์หลังได้รับอนุมัติ ส่วนวิธีการจ่ายเงินอยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะโอนเข้าบัญชีหรือมอบให้ครอบครัวโดยตรง พร้อมย้ำว่าเงิน 300,000 บาท เป็นการเยียวยาตาม พ.ร.บ.ฯ ของกระทรวงยุติธรรมเท่านั้น ยังไม่รวมเงินช่วยเหลือจากหน่วยงานรัฐอื่น ขณะเดียวกัน ผู้ก่อเหตุ (ด.ช.วัย 14 ปี) จะไม่ได้รับเงินเยียวยาตามกฎหมายฉบับนี้
ญาติรับร่างไปบำเพ็ญกุศล
สำหรับผู้เสียชีวิต ทั้ง 8 ราย ทางครอบครัวได้ประสานมายังมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เพื่อนำส่งร่างกลับไปบำเพ็ญกุศลศพ ดังนี้ 1. นายกิตติพงศ์ สมรัตน์ รองผู้อำนวยการฝ่ายปกครอง 1 (กลุ่มบริหารงานบุคคลและกลุ่มงานกิจการนักเรียน) รร.เทพศิรินทร์ นนทบุรี นำส่งที่บ้านที่ ต.กันทรอม อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ 2.น.ส.ทิวาพร วานิช ครูประจำวิชาแนะแนวหรือครูหมวย ทางครอบครัวจะนำกลับไปบำเพ็ญกุศลที่ วัดโตนด จ.พระนครศรีอยุธยา 3.น.ส.สายฝน ศิริกิจจาขจร เจ้าหน้าที่ธุรการ และเป็นเลขานุการหน้าห้องผู้บริหารนำส่ง วัดสุวรรณคลองสาน กรุงเทพฯ 4.ว่าที่ร้อยตรีหญิงนันท์ชณัฐพรพร นาคพลั้ง หรือครูขนุน ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย นำส่งวัดโบสถ์บน จ.นนทบุรี 5.น.ส.ประภาพร ก้อนศิลา ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ นำส่ง วัดบางอ้อยช้าง จ.นนทบุรี 6.นายสมจิตต์ ยิ้มเรือง อายุ 73 ปี (ปู่) 7.นางพรทิพย์ ยิ้มเรือง อายุ 68 ปี (ย่า) 8.เด็กชายวัย 14 ปี ผู้ก่อเหตุ นำส่งวัดเติมรัก ต.บางคูรัด อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี
อามาที่สถานิติเวชฯแต่ไม่รอเคลื่อนศพ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่เจ้าหน้าที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ได้ทำการชันสูตรพลิกศพของ ด.ช.อายุ 14 ปี ผู้ก่อเหตุ พร้อมด้วยปู่และย่า เสร็จเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิปอเต็กตึ๊ง ได้ทำการเคลื่อนร่างที่บรรจุในโลงเรียบร้อยแล้ว นำขึ้นรถตู้ทีละคัน จำนวน 3 คัน
ผู้สื่อข่าวสังเกตว่า อาของเด็กชายผู้ก่อเหตุได้เดินทางมาที่สถาบันนิติเวชวิทยาด้วย แต่ไม่ได้มารอเคลื่อนร่างของด.ช.ผู้ก่อเหตุ และปู่-ย่าออกจากอาคารแต่อย่างใด ซึ่งทั้ง 3 ร่างดังกล่าวจะถูกเคลื่อนไปเตรียมพิธีฌาปนกิจยังวัดเต็มรักสามัคคี ต.บางคูรัด อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี
พบปมติด0ภาษาไทยอาจเป็นต้นเหตุ
ที่ สภ.ปลายบาง จ.นนทบุรี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพื่อนร่วมห้องของนักเรียนที่ก่อเหตุกราดยิงในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ทยอยเข้าให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยมีรายงานว่า ก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะลงมือได้พยายามตามหาครูวิชาภาษาไทย ซึ่งเมื่อวานไม่ได้มาสอน โดยพบว่าก่อนหน้านี้ ครูคนดังกล่าวให้คะแนนผลสอบวิชาภาษาไทย จนเด็กที่ก่อเหตุได้เกรด 0 นอกจากนี้มีข้อมูลว่า ย่าของผู้ก่อเหตุ ก็มีอาชีพครู ซึ่งอาจจะไม่พอใจกับเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งสอบสวนขยายผลว่า เรื่องผลการเรียนและครูผู้สอน จะเป็นส่วนหนึ่งของแรงจูงใจหรือไม่
พร้อมกันนี้ มีรายงานว่า ขณะที่ผู้ก่อเหตุลงมือนั้น ได้ออกจากอาคาร 5 ไปยังชั้น 4 ของอาคาร 4 เพื่อติดตามตัวครูผู้สอน แต่หาไม่เจอ จนผู้ก่อเหตุยิงปืนขึ้นฟ้า 3 นัด แล้วจึงยิงตัวเองเสียชีวิต
ขณะที่เพื่อนร่วมห้องให้ข้อมูลว่า ผู้ก่อเหตุเคยติด 0 ในวิชาภาษาไทยจริง ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ได้เกรด 0 หรือสอบตก โดยที่ผ่านมาแม้ผลการเรียนวิชาภาษไทย จะไม่ได้อยู่ระดับดีมาก แต่ไม่เคยสอบตกมาก่อน และผู้ก่อเหตุเคยเล่ากับเพื่อนว่า “ส่งงานครบแล้ว แต่ไม่เข้าใจว่าเหตุใดจึงยังไม่สามารถแก้เกรดได้”
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงขยายผลตรวจสอบจากของกลาง อาทิ เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องเกม PlayStation 5 โทรศัพท์มือถือ ที่ตรวจยึดมาจากภายในบ้านพักของปู่ย่า ด.ช.วัย 14 ปี เพื่อหาข้อมูลต่อไป
สอบปากคำนร.16ปาก
วันเดียวกัน พันตำรวจเอก โชคชัย คณะเจริญ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี เปิดเผยความคืบหน้าการสอบสวนคดียิงในโรงเรียว่า เบื้องต้นมีพยานที่ต้องสอบปากคำมากกว่า 20 ปาก ขณะนี้สอบไปแล้ว 16 ปาก แบ่งเป็นเพื่อนนักเรียนและเพื่อนร่วมห้องประมาณ 6-7 ปาก ที่เหลือเป็นครู ส่วนครูภาษาไทยที่ถูกระบุว่าอาจเกี่ยวข้องกับประเด็นที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ
ขณะเดียวกันตำรวจเร่งตรวจสอบที่มาของกระสุนปืนว่าได้มาจากที่ใด หลังเพื่อนของผู้ก่อเหตุให้ข้อมูลว่าผู้ก่อเหตุชอบเล่นบีบีกัน นอกจากนี้ชุดสืบสวนได้ตรวจสอบสนามยิงปืนในพื้นที่บางบัวทอง ไม่พบประวัติว่าผู้ก่อเหตุเคยเข้าใช้สนามยิงปืนแห่งนี้ ส่วนพ่อและแม่ของผู้ก่อเหตุ ตำรวจได้สอบปากคำไปแล้ว หากพบประเด็นที่ยังติดค้างหรือมีข้อมูลเพิ่มเติมจะเรียกมาสอบสวนอีก
เปิดผลชันสูตรศพ
พลตำรวจตรีวิรุฬห์ ศุภสิงห์ศิริปรีชา ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เปิดเผยผลชันสูตรเบื้องต้นผู้เสียชีวิตจากเหตุกราดยิง รวม 8 ร่าง ซึ่งถูกส่งมายังสถาบันนิติเวชฯ ครบทั้งหมดแล้ว แบ่งเป็นผู้เสียชีวิตภายในโรงเรียน 5 ร่าง ผู้เสียชีวิตที่บ้านของเด็กชายผู้ก่อเหตุ 2 ร่าง และเด็กชายวัย 14 ปี ผู้ก่อเหตุ ซึ่งเสียชีวิตที่โรงพยาบาลบางกรวยอีก 1 ร่าง ผลชันสูตรพบว่า ผู้เสียชีวิตทั้ง 8 รายถูกกระสุนปืน โดยมีจำนวนบาดแผลตั้งแต่ 1 นัด มากที่สุด 4 นัด ในจำนวนนี้ 6 รายถูกยิงรายละ 1 นัด ขณะที่อีก 2 ราย มีบาดแผลจากกระสุน 3 นัด และ 4 นัดตามลำดับ
โดยลักษณะบาดแผลของผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นบริเวณอวัยวะสำคัญ เช่น ศีรษะและหน้าอก ซึ่งเป็นตำแหน่งที่สามารถทำให้เสียชีวิตได้ ขณะที่มีบางรายพบบาดแผลบริเวณแขนร่วมด้วย สำหรับเด็กชายวัย 14 ปี ผู้ก่อเหตุ พบกระสุนปืนเข้าบริเวณศีรษะด้านขวา 1 นัด และทะลุออก ไม่พบหัวกระสุนตกค้างภายในร่างกาย โดยพบเขม่าปืนบริเวณบาดแผล สะท้อนว่าปากกระบอกปืนอยู่ใกล้กับผิวหนังในขณะยิง ส่วนประเด็นที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าเด็กชายถูกวิสามัญฆาตกรรมหรือไม่นั้น พลตำรวจตรีวิรุฬห์ ระบุว่า จากการชันสูตรสามารถยืนยันได้เพียงว่าเป็นบาดแผลจากกระสุนปืน และลักษณะบาดแผลเข้ากันได้กับอาวุธปืนที่ใช้ ส่วนข้อสรุปว่าเกิดจากการวิสามัญหรือไม่ ต้องให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานและสรุปต่อไป
ขณะที่กระสุนที่พบในร่างผู้เสียชีวิต ส่วนใหญ่กระสุนทะลุออก มีเพียง 1 นัดที่พบว่าฝังอยู่ภายในร่างกาย ส่วนการตรวจหาสารต่างๆ ภายในร่างกายของเด็กชายผู้ก่อเหตุ ขณะนี้อยู่ระหว่างการส่งตรวจ สำหรับการชันสูตร ขณะนี้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว และเริ่มทยอยส่งมอบร่างให้กับญาติที่ดำเนินเอกสารครบถ้วน โดยคาดว่าหากญาติเข้ามาติดต่อดำเนินการในวันนี้ จะสามารถรับร่างกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาได้ทั้งหมดร่าง
ร่าง”ครูหมวย”ถึงบ้านเกิด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า“ครูหมวย” หนึ่งในผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ถึงวัดตะโหนด อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา ท่ามกลางบรรยากาศโศกเศร้า เสียงร้องไห้ระงมไปทั่วบริเวณวัด
ร่างของนางสาวทิวาพร วานิช หรือ “ครูหมวย” อายุ 42 ปี ครูแนะแนว หนึ่งในผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี มาถึงวัดตะโหนด อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สถานที่ตั้งบำเพ็ญกุศลศพ ท่ามกลางบรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า
บรรดาญาติพี่น้อง เพื่อนสนิท เพื่อนร่วมงาน รวมถึงคนรู้จัก ต่างมาร่วมรับร่างและแสดงความอาลัย เสียงร้องไห้ดังระงมไปทั่วบริเวณวัด โดยเฉพาะคุณแม่ของครูหมวย ไม่พร้อมให้สัมภาษณ์ เนื่องจากยังทำใจไม่ได้กับการสูญเสียลูกอันเป็นที่รักอย่างกะทันหัน โดยครอบครัวนำเครื่องแบบผู้บังคับบัญชาลูกเสือมาสวมใส่ให้ครูหมวย เพื่อเป็นการระลึกถึงอีกสิ่งที่ครูหมวยรักและผูกพันมาตลอดชีวิตการทำงาน นอกเหนือจากการเป็นครูแนะแนว
นายกฯย้ำต้องเข้มงวดเรื่องอาวุธปืน
ในขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ ในเย็นวันเดียวกันโดยสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกวาดล้างปืนเถื่อน จัดระเบียบสนามยิงปืนส
เมื่อถามว่าได้รับรายงานกรณีผู้บาดเจ็บจากเหตุกราดยิงที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ผู้บาดเจ็บทุกคนก็ได้รับการรักษาพยาบาลอย่างเต็มที่ ทางกระทรวงสาธารณสุขและผู้ที่เกี่ยวข้องให้การดูแลอย่างเต็มที่ แต่ก็มีเคสสีแดงอยู่ 1-2 ราย เมื่อถามว่านายกฯจะไปเยี่ยมให้กำลังใจผู้ที่ได้รับบาดเจ็บหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ให้เขาได้พักผ่อนอย่างเต็มที่
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี