วันอังคาร ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2569
11 สิงหาคม 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงแนวทางการดูแลความปลอดภัยภายในสถานศึกษาสังกัดกรุงเทพมหานคร ว่า กทม.ได้มีมาตรการและยกระดับการดูแลความปลอดภัยของนักเรียนอย่างรอบด้านและเข้มข้นมาโดยตลอด เพราะความปลอดภัยในโรงเรียนเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่มีหลายองค์ประกอบเชื่อมโยงกัน ไม่สามารถมองข้ามจุดใดจุดหนึ่งได้
โดยมาตรการความปลอดภัยดังกล่าว ต้องดำเนินการควบคู่กันอย่างเป็นระบบใน 5 มิติ คือ 1.เรื่องสภาพจิตใจและความรู้สึกของเด็ก ต้องหมั่นสังเกตพฤติกรรมและเข้าถึงปัญหาของเด็ก เพื่อให้ความช่วยเหลือได้อย่างถูกวิธี 2.เรื่องสภาพแวดล้อมทางครอบครัว สามารถตรวจสอบผ่านโครงการเยี่ยมบ้าน เพื่อให้ครูได้ทำความรู้จักกับผู้ปกครอง และเข้าใจปัญหาทางบ้านนักเรียนอย่างแท้จริง 3.จำนวนอัตราส่วนครูต่อเด็ก ต้องมีความเหมาะสม ให้ครูสามารถดูแลเด็กทุกคนได้อย่างทั่วถึง 4.การป้องกันการบูลลี่ (Bullying) ต้องเฝ้าระวังอย่างจริงจัง เพื่อแก้ไขสถานการณ์ทันทีหากพบเหตุ และ 5.คัดกรองและควบคุมอาวุธ ตรวจตราความเสี่ยงและการนำอาวุธเข้ามาในพื้นที่โรงเรียน เพื่อป้องกันเหตุร้าย
ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ย้ำว่า การแก้ไขปัญหาความปลอดภัยในโรงเรียนจะทำเพียงมิติเดียวไม่ได้ ต้องทำทั้ง 5 มิตินี้ควบคู่กันไป และต้องให้ความสำคัญกับเรื่องของระบบการเตือนภัยล่วงหน้าด้วย เพราะเป็นช่องทางที่ช่วยป้องกันปัญหาได้ เช่น กรณีเพื่อนนักเรียนสังเกตเห็นพฤติกรรมผิดปกติของเพื่อน หรือครูพบสัญญาณความเดือดร้อนของเด็ก ก็จะมีระบบส่งต่อหรือมีนักจิตวิทยาเด็กเข้ามาช่วยดูแล
ทั้งนี้ กทม.ให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของนักเรียนและทุกคนในสถานศึกษา และมีประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่องมาตรการรักษาความปลอดภัยในสถานศึกษาของกรุงเทพมหานครและศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน ลงวันที่ 11 มกราคม 2566 ที่คอยกำกับให้โรงเรียนทุกแห่งดำเนินมาตรการอย่างจริงจังและต่อเนื่องเสมอ
สำหรับประกาศกรุงเทพมหานคร ลงวันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2566 เรื่อง มาตรการรักษาความปลอดภัยในสถานศึกษาของกรุงเทพมหานครและศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน มี 10 มาตรการสำคัญ ดังนี้ 1.ผู้อำนวยการสถานศึกษาและคณะกรรมการชุมชนเป็นผู้รับผิดชอบหลักกำหนดพื้นที่ปลอดยาเสพติด ปลอดอาวุธ ป้องกันการใช้ความรุนแรงและจัดระเบียบการจราจรโดยรอบสถานศึกษาและศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน 2.จัดให้มีกล้องวงจรปิด เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เครื่องมือการรักษาความปลอดภัย และกำหนดมาตรการที่รัดกุมแหมาะสม 3.บุคคลภายนอกที่จะเข้ามาในพื้นที่ ต้องได้รับการตรวจสอบ ถาม และแสดงตนอย่างเคร่งครัดทุกราย 4.ปิดประตูในระหว่างเวลาเรียนโดยตลอดเวลา และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตรวจสอบบุคคลและยานพาหนะก่อนเข้าบริเวณ 5.ติดตั้งระบบเตือนภัยในจุดที่เหมาะสม เพื่อแจ้งเตือนเป็นส่วนรวมเมื่อเกิดเหตุการณ์บุกรุกในลักษณะเดียวกับการแจ้งเหตุเพลิงไหม้
6.จัดให้มี "ประตูทางออกฉุกเฉิน เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่ปลอดภัยเพิ่มขึ้นจากช่องทางปกติ 7.จัดให้มีการซักซ้อม อบรม ชี้แจง ให้กับเจ้าหน้าที่ทุกคน เมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน ทุกภาคเรียน หรืออย่างน้อย 6 เดือนต่อครั้ง พร้อมจัดทำเส้นทางอพยพที่ชัดเจน 8.บุคลากรและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ต้องมีหมายเลขโทรศัพท์ของสถานีตำรวจที่รับผิดขอบและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อการติดต่อสื่อสารทันที 9.ประสานชุมชนใกล้เคียง เทศกิจ สถานีตำรวจ และศูนย์บริการสาธารณสุขในพื้นที่สร้างแนวร่วมในการแจ้งเตือนทั้งก่อน ระหว่าง และหลังเหตุฉุกเฉิน 10.ผู้อำนวยการเขต หัวหน้าฝ่ายการศึกษา หัวหน้าฝ่ายพัฒนาชุมชนและสวัสดิการสังคม บุคลากรทางการศึกษา และอาสาสมัคร กวดขัน ย้ำเตือน กำกับดูแลมาตรการนี้ตามอำนาจหน้าที่อย่างเคร่งครัด
- 006
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี