546.jpg
พบแล้ว 3 เจ้าหน้าที่อุทยานฯ หลังขาดการติดต่อขณะไล่ล่าแก๊งลักลอบขุดทองคำ

พบแล้ว 3 เจ้าหน้าที่อุทยานฯ หลังขาดการติดต่อขณะไล่ล่าแก๊งลักลอบขุดทองคำ

วันพุธ ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 14.31 น.

วันที่ 12 ส.ค.69 นายราชันย์ บัวตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) พ.อ.สรายุทธ์ ศรลัมภ์ ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 19 (ผบ.ร.19)/ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ นายอากรชัย อวยพรชัยรัตน์ ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์และป้องกันทรัพยากร และนายยุทธพงค์ ดำศรีสุข หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 135 เจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลม และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ รวมจำนวน 45 นาย

ได้ร่วมดำเนินการติดตามและค้นหาเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ จำนวน 3 นาย ซึ่งขาดการติดต่อขณะออกปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ บริเวณป่าปิล๊อกคี่ หมู่ที่ 4 ตำบลปิล๊อก อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ในเขตอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ


เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ

จนกระทั้งเวลาประมาณ 10.30 น.จึงพบตัวเจ้าหน้าที่ทั้ง 3 นาย ประกอบด้วย 1.นายสมชาย สันทัด ตำแหน่ง บุคคลภายนอกปฏิบัติงานให้ส่วนราชการ ประจำหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ทภ.8 (เขาเย็น) อายุ 44 ปี 2. นายพรภวิษย์ ฉิมพลี ตำแหน่ง พนักงานจ้างเหมา ประจำหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ทภ.8 (เขาเย็น) อายุ 31 ปี และ 3. นายพาจือ สังขละวิกูล ตำแหน่ง พนักงานจ้างเหมา ประจำหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ทภ.8 (เขาเย็น) อายุ 29 ปี ทั้ง 3 มีสุขภาพที่แข็งแรงดี

นายราชันย์ บัวตรี ผอ.สบอ.3 (บ้านโป่ง) กล่าวว่าการออกลาดตระเวนเพื่อปฏิบัติภารกิจหน้าที่ได้กำหนดเอาไว้ 6 วันคือ ระหว่างวันที่ 5–10 สิงหาคม 2569 โดยเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ทภ.8 (เขาเย็น) จำนวน 6 นาย ได้ออกลาดตระเวนในพื้นที่ป่าปิล๊อกคี่ เพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ โดยเฉพาะการลักลอบเข้ามาขุดดินและร่อนแร่ทองคำในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ โดยเดินทางผ่านหมู่บ้านปิล๊อกคี่ไปยังจุดสกัดป่าหมาก-ยาพู

เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ

ต่อมาวันที่ 8 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่จำนวน 3 นาย ได้แยกออกจากชุดลาดตระเวนเพื่อเข้าตรวจสอบและลาดตระเวนบริเวณห้วยเกริงแกละ ซึ่งอยู่ทางด้านทิศใต้ของจุดสกัดป่าหมาก-ยาพู จนกระทั่งเวลา 14.00 น.ของวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่อีก 1 ชุดที่แยกออกจากันนั้น ไม่สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าวได้

โดย นายสมชาย นายพรภวิษย์ และนายพาจือ มีอุปกรณ์ประกอบด้วยเป้เสบียงและอาวุธปืนลูกซอง จำนวน 1 กระบอก ได้ออกลาดตระเวนบริเวณรอบแปลงคดี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่พบการขุดดินเพื่อร่อนแร่ทองคำ บริเวณด้านหลังจุดสกัดป่าหมาก-ยาพู โดยมีเป้าหมายการลาดตระเวนห่างจากจุดสกัดประมาณ 3 กิโลเมตร และมีแผนพักค้างแรมระหว่างเส้นทางอย่างน้อย 1 คืน เวลา 18.00 น.นายสมชาย ได้ประสานว่าจะเดินเท้าเข้าลาดตระเวนตามลำห้วยสะมอท้อ ซึ่งเป็นเส้นทางที่สามารถออกไปยังหมู่บ้านปิล๊อกคี่ ได้ และยังแจ้งอีกว่าจะนัดหมายพบกันที่หมู่บ้านภายใน 2–3 วัน

เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ

ต่อมาวันที่ 9 สิงหาคม 2569 เวลา 10.27 น.นายสมชาย สันทัด ได้ติดต่อทางโทรศัพท์มายังนายพีรพัฒน์ แก้วดำรงค์ พนักงานพิทักษ์ป่า หัวหน้าหน่วยพิทักษ์ฯ เขาเย็น แจ้งว่าต้องการถ่านสำหรับใช้กับอุปกรณ์นำทางเครื่อง GPS โดยขอให้ฝากมากับชุดลาดตระเวนชุดถัดไปที่จะขึ้นไปปฏิบัติหน้าที่บริเวณจุดสกัดป่าหมาก-ยาพู พร้อมทั้งแจ้งว่ากำลังลาดตระเวนเพื่อเก็บข้อมูลกริดให้ครอบคลุมพื้นที่ โดยขณะนั้นอยู่บริเวณสันเขา ห่างจากจุดสกัดประมาณ 3 กิโลเมตร และจะพักค้างคืนในพื้นที่ต่อไป

จากนั้นเวลา 11.59 น.นายสมชาย ได้ส่งข้อความแจ้งว่า พบกลุ่มบุคคลซึ่งคาดว่าเป็นผู้ลักลอบเข้ามาขุดแร่ทองคำในพื้นที่ โดยพบเพียงเสบียง แต่ไม่สามารถติดตามจับกุมตัวผู้กระทำผิดได้ โดยแจ้งว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวมีจำนวนประมาณ 8 คน และมีเสบียงติดตัวมาด้วย ภายหลังจากการติดต่อครั้งดังกล่าว ก็ไม่สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ทั้ง 3 นายได้อีกเลย  

เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ

ทั้งนี้ พื้นที่ป่าปิล๊อกคี่ มีลักษณะเป็นภูเขาสลับซับซ้อน มีลำห้วยและลำห้วยสาขาจำนวนมาก การลาดตระเวนบริเวณสันเขายังสามารถรับสัญญาณโทรศัพท์เครือข่าย AIS ได้ในบางจุด ขณะที่บริเวณลำห้วยและพื้นที่หุบเขาไม่สามารถรับสัญญาณโทรศัพท์ได้

สำหรับเจ้าหน้าที่ทั้ง 3 นาย มีวิทยุสื่อสารประจำตัว แต่เนื่องจากปฏิบัติภารกิจต่อเนื่องเป็นเวลาหลายวัน จึงทำให้แบตเตอรี่ของวิทยุสื่อสารหมด และสัญญาณโทรศัพท์ของเจ้าหน้าที่ไม่สามารถใช้งานได้ จึงเป็นอุปสรรคต่อการติดต่อสื่อสารและติดตามตำแหน่ง

เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ

ด้านการเดินทางเข้าพื้นที่เพื่อดำเนินการค้นหาและติดตามเจ้าหน้าที่ ต้องเดินทางโดยเรือ ใช้เวลาประมาณ 45 นาที จากนั้นเดินทางโดยรถยนต์เข้าสู่หมู่บ้านปิล๊อกคี่ ใช้เวลาประมาณ 30 นาที และเดินเท้าต่อไปยังฐานปฏิบัติการตำรวจตระเวนชายแดน บ้านปิล๊อกคี่ เพื่อจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ (War Room) เพื่ออำนวยการประสานงาน และติดตามการค้นหา

ซึ่งสภาพอากาศในพื้นที่มีฝนตกและมีสภาพอากาศปิดต่อเนื่องจากอิทธิพลของพายุในช่วง 3 วันที่ผ่านมา ส่งผลให้ไม่สามารถนำเฮลิคอปเตอร์เข้าลงจอดบริเวณจุดสกัดป่าหมาก-ยาพูได้ โดยสามารถนำเฮลิคอปเตอร์ลงจอดได้เพียงที่บริเวณลานจอดเฮลิคอปเตอร์เขื่อนวชิราลงกรณ เท่านั้น จึงเป็นข้อจำกัดสำคัญต่อการเข้าถึงพื้นที่และสนับสนุนภารกิจค้นหาทางอากาศ

เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ

รายงานว่า การค้นหาในวันนี้ นายราชันย์ บัวตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 พร้อมด้วยผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 19/ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ ผู้บริหารและหัวหน้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมอำนวยการและสนับสนุนภารกิจค้นหาเจ้าหน้าที่ทั้ง 3 นาย โดยบูรณาการกำลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 135 เจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลม และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ รวมจำนวน 45 นาย เพื่อเร่งรัดการค้นหา และในที่สุดก็พบเจ้าหน้าที่ทั้ง 3 นาย

เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top