วันพฤหัสบดี ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
โจรกรรมมาราธอน! ตร.สุรินทร์รวบหนุ่มแสบ ตระเวนขโมยแหลกข้ามอำเภอ มอเตอร์ไซค์-จักรยาน ลามลักรถบรรทุก 6 ล้อ ด้านผู้เสียหายชมเปาะตำรวจทำงานไวได้รถคืนทันควัน
วันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ผลการปราบปรามอาชญากรรมและคดีโจรกรรมต่อเนื่องจากพื้นที่ภาคอีสานใต้ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สภ.เมืองสุรินทร์ สามารถโชว์ผลงานสืบสวนตามรวบตัวคนร้ายสุดแสบที่ก่อเหตุลักทรัพย์ต่อเนื่องแบบมาราธอนหลายทอด ก่อนจะจนมุมจับกุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางรถบรรทุก 6 ล้อ และยานพาหนะอื่นๆได้สำเร็จ

คดีดังกล่าวสืบเนื่องมาจากเมื่อช่วงดึกของวันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุคนร้ายแอบลักลอบเข้าไปขโมยรถบรรทุก 6 ล้อ ยี่ห้ออีซูซุ NKR ทะเบียนสุรินทร์ ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของร้าน ‘โยพาณิชย์’ ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ โดยคนร้ายอาศัยช่วงเวลาค่ำคืนลอบเข้าไปในโกดังคลังสินค้าที่ใช้จอดรถ

จากการตรวจสอบหลักฐานภาพบันทึกจากกล้องวงจรปิดในจุดเกิดเหตุ พบพฤติการณ์ของคนร้ายอย่างชัดเจน โดยเมื่อเวลา 22.24 น. ได้มีชายปริศนาเดินป้วนเปี้ยนเข้ามาภายในบริเวณร้าน ก่อนที่ในเวลาต่อมาเพียงไม่ถึงสิบนาที คือเวลา 22.33 น. รถบรรทุกคันดังกล่าวจะถูกติดเครื่องยนต์และขับสตาร์ทออกไปจากร้านอย่างรวดเร็ว มุ่งหน้าลงไปทางทิศใต้ โดยคนร้ายใช้เวลาปฏิบัติการเบ็ดเสร็จเพียง 9 นาทีเท่านั้น หลังเกิดเหตุทางเจ้าของร้านไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้รีบเดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสุรินทร์ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ช่วยวิทยุสกัดจับและเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
.jpg)
ล่าสุด ฝ่ายสืบสวน สภ.เมืองสุรินทร์ ได้เปิดเผยความคืบหน้าและการแกะรอยเส้นทางหลบหนีจนทราบตัวผู้ก่อเหตุรายนี้คือ นายวิสันต์ อายุ 34 ปี ซึ่งเป็นชาวจังหวัดยโสธร โดยจากการประสานงานข้อมูลข้ามพื้นที่พบว่า ผู้ต้องหารายนี้เพิ่งจะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สะเดา อำเภอบัวเชด จังหวัดสุรินทร์ จับกุมตัวได้สดๆ ร้อนๆ ในคดีก่อเหตุลักทรัพย์รถจักรยานยนต์

ซึ่งจากการขยายผลสอบปากคำและเช็กประวัติอย่างละเอียดเผยให้เห็นแผนประทุษกรรมโจรกรรมต่อเนื่องที่น่าเหลือเชื่อ โดยเริ่มแรกผู้ต้องหาได้นั่งรถไฟมาจากอำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อมาลงที่สถานีรถไฟลำชี ก็ได้ลงมือก่อเหตุลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ฮอนด้า ดรีม สีเขียว ทะเบียนสุรินทร์ เพื่อใช้เป็นพาหนะขี่เข้าเมือง แต่ปรากฏว่าระหว่างทางขี่จนน้ำมันหมด ผู้ต้องหาจึงเดินเท้าต่อมายังโกดังร้านโยพาณิชย์และสบโอกาสโจรกรรมรถบรรทุก 6 ล้อคันแรกขับหลบหนีไป
.jpg)
เส้นทางการก่อเหตุยังไม่สิ้นสุดลงแค่นั้น เมื่อนายวิสันต์ขับรถบรรทุก 6 ล้อหนีไปได้สักระยะ ตัวรถเกิดเสียหลักวิ่งเข้าไปในซอยตันด้านหลังโกดังร้านเมย์สุรินทร์และติดหล่มโคลนไม่สามารถไปต่อได้ ผู้ต้องหาจึงตัดสินใจทิ้งรถบรรทุกคันแรกไว้ แล้วเดินเท้าไปขโมยรถจักรยานพร้อมโทรศัพท์มือถือของชาวบ้านในละแวกนั้น ก่อนจะเดินหน้าก่อเหตุอุกอาจลักรถบรรทุก 6 ล้อคันที่สอง ทะเบียนสุรินทร์ ของร้าน หจก.อามสุรินทร์ แล้วขับหลบหนีมุ่งหน้าไปทางอำเภอลำดวน
.jpg)
แต่กรรมตามทันเมื่อรถบรรทุกคันที่สองเกิดน้ำมันหมดลงกลางทางในพื้นที่ สภ.ลำดวน คนร้ายจึงเปลี่ยนแผนย้อนกลับมาใช้รถจักรยานที่ขโมยมาปั่นข้ามอำเภอหลบหนีไปยังพื้นที่อำเภอบัวเชด และลงมือก่อเหตุขโมยรถจักรยานยนต์อีกทอดหนึ่ง จนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สะเดา นำกำลังเข้าล็อกตัวจับกุมได้เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 เวลาประมาณ 07.30 น. ในที่สุด ซึ่งในขณะนี้ทางฝ่ายสืบสวน สภ.เมืองสุรินทร์ อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานวงจรปิด และจัดทำรายงานผลการสืบสวนอย่างเป็นระบบ เพื่อส่งมอบให้พนักงานสอบสวนทำการอายัดตัวและแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม ดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด

ทางด้าน นางสาวสุภา อายุ 34 ปี ตัวแทนฝั่งผู้เสียหาย ได้เปิดเผยความรู้สึกต่อสื่อมวลชนด้วยความตื้นตันใจพร้อมระบุว่า ตนเองต้องขอขอบพระคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสุรินทร์ เป็นอย่างยิ่ง เพราะหลังจากที่เกิดเหตุร้ายขึ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ลงพื้นที่มาเก็บข้อมูลและตรวจสอบจุดเกิดเหตุในเวลานั้นทันที ถือเป็นการทำงานที่รวดเร็ว ฉับไว และมีประสิทธิภาพสูงมาก รวมถึงต้องขอขอบคุณไปถึงทางกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการบูรณาการข้อมูลร่วมกัน จนกระทั่งสามารถจับกุมตัวคนร้ายรายนี้ได้อย่างทันควัน และทำให้ทางร้านได้รับทรัพย์สินรถบรรทุกกลับคืนมาได้อย่างปลอดภัย
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี