วันพุธ ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2569
อสส.ชี้ขาด สั่งไม่ฟ้อง ”เเทนไท“ ผู้บริหาร บ.ไททันฯ. ร่วมกับพวกฟอกเงิน เสียหายกว่า 4.5พันล้าน ดีเอสไอ ยื่นเพิกถอนหมายจับ เจ้าตัวเดินทางเข้าประเทศแล้ว
วันที่ 12 สิงหาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 6 สิงหาคมที่ผ่านมา สำนักงานอัยการคดีพิเศษได้มีหนังสือเเจ้งคำสั่งชี้ขาดของอัยการสูงสุด (อสส.)ที่สั่งไม่ฟ้อง นายแทนไท ณรงค์กูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไททัน แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ กับพวกรวม 6 ราย ความผิดฐาน สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐาน ฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินสมคบ และร่วมกันฟอกเงิน คดีละเมิดลิขสิทธิ์-เว็บหนังเถื่อน-ฟอกเงิน-เอี่ยวเว็บพนัน มูลค่าความเสียหายกว่า 4,500 ล้านบาท ไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) เพื่อเพิกถอนหมายจับ นายแทนไท กับพวกที่อัยการสูงสุดมีคำสั่งชี้ขาดไม่ฟ้อง
คดีนี้ผู้ต้องทั้ง 11 ราย ประกอบด้วย นายนุวัฒน์ ยงยุทธ ,น.ส.สารินี นุชนารถ, นายแทนไท ณรงค์กูล,นายพีรเดช ศรียศ,นายพิสิษฐ์ธัช เปรมวณิชยดล หรือนายพรชัย ปินคำ,นายศรัญญู สมใจ,นายสายชล ยงยุทธนายเหมรัศมิ์ ไชยสิงห์ หรือเขมณัฐสวัสดิ์,นายพิชัย ชาวหญ้าแพรก,น.ส.กุลภัสสร์ สำเภารอดและนายไชยยุทธ์ ศันสนะบวร
โดยอัยการสูงสุดมีคำสั่งชี้ขาดไม่ฟ้อง นายแทนไท ณรงค์กูล ผู้ต้องหาที่ 3 นายพิสิษฐ์ธัช เปรมวณิชยดล หรือนายพรชัย ปินคำ ผู้ต้องหาที่ 5นายเหมรัศมีหรือโอ๊ต ไชยสิงท์หรือเขมณัฐสวัสดิ์ ผู้ต้องหาที่ 8 นายพิชัย ชาวหญ้าแพรก ผู้ต้องหา ที่9 นางสาวกุลภัสสร์ สำเภารอด ผู้ต้องหาที่ 10 และนายไชยยุทธ์ ศันสนะบวร ผู้ต้องหาที่ 11 ฐานสมคบโดยตกลง กันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการ สมคบกันและร่วมกันฟอกเงิน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 3,5,9,60 พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ 4 ) พ.ศ. 2556 มาตรา 3 พ.ร.บ.ป้องกัน และปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2558 มาตรา 2,10 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,41 พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2526มาตรา 4
สำหรับคดีดังกล่าว ก่อนหน้านี้ พนักงานสอบสวนดีเอสไอทำความเห็น สมควรสั่งฟ้องผู้ต้องหา ให้อัยการฝ่ายคดีพิเศษ พิจารณา ต่อมาพนักงานอัยการคดีพิเศษมีคำสั่งไม่ฟ้อง ความเห็นจึงถูกส่งคืนให้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งมีความเห็นแย้งยืนยันกลับมาให้ฟ้องผู้ต้องหา ซึ่งตามกฎหมายจะต้องส่งสำนวนและความเห็นทั้งพนักงานสอบสวน ดีเอสไอและความเห็นอัยการคดีพิเศษ ให้อัยการสูงสุดชี้ขาด กระทั่งอัยการสูงสุดมีคำสั่งชี้ขาดเป็นที่สุด สั่งไม่ฟ้องคดีผู้ต้องหารายสำคัญ
โดยมีรายงานว่า นายแทนไท เดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทย ประมาณ 11.00 น. ของวันที่ 11สิงหาคมโดยถูกกักตัวไว้ กระทั่งพนักงานสอบสวนดีเอสไอ ยื่นคำร้อง ขอถอนหมายจับ นายแทนไทยจึงได้รับการปล่อยตัว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี