AIS ปูพรม 5G-ADVANCED Uplink หนุนไทยสู่ ASEAN AI Connectivity Hub

นายกิตติ งามเจตนรมย์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านเทคโนโลยี เอไอเอส กล่าวว่า โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ AI จะไม่ได้อยู่เพียงบนหน้าจอหรือในแอปพลิเคชัน แต่จะเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการทำงาน การเดินทาง การดูแลสุขภาพ ภาคอุตสาหกรรม และชีวิตประจำวันของผู้คน ตั้งแต่ AI ที่ทำงานร่วมกับมนุษย์ ยานยนต์อัจฉริยะ ไปจนถึง Smart Health สิ่งเหล่านี้ล้วนต้องอาศัยโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่มีทั้งความเร็ว ความเสถียร ความปลอดภัย และสามารถรับส่งข้อมูลจำนวนมากได้แบบ Real-time เราจึงมองว่า Network ในวันนี้ต้องก้าวไปไกลกว่าการเป็นเพียงโครงข่ายสำหรับเชื่อมต่อ แต่ต้องพัฒนาไปสู่ National Intelligent Infrastructure ที่พร้อมรองรับเทคโนโลยีและบริการแห่งอนาคต AIS จึงขับเคลื่อนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานภายใต้ WISE Framework โดยผสานศักยภาพของ Spectrum, Technology และ Expertise ให้ทำงานร่วมกันผ่าน 4 แนวทางสำคัญ ได้แก่
1.Watch Ahead การนำ AI และ Automation มาช่วยวิเคราะห์ คาดการณ์ และบริหารเครือข่ายอย่างชาญฉลาด เพื่อให้พร้อมรับความต้องการก่อนที่จะเกิดขึ้น
2.Innovate Beyond การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ เพื่อยกระดับขีดความสามารถของเครือข่ายและเปิดโอกาสให้เกิด Use Case ใหม่
3.Security & Trust การยกระดับความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือ ซึ่งจะมีความสำคัญมากขึ้นเมื่อทุกสิ่งเชื่อมต่อเข้าหากัน
4.Energy Intelligence การบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
หลังจากที่ AIS เปิดตัว 5G-ADVANCED ในช่วงกลางปีที่ผ่านมา เราเดินหน้าขยายขีดความสามารถของเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะด้าน Uplink เพราะพฤติกรรมของผู้ใช้งานกำลังเปลี่ยนจากการเป็นผู้รับข้อมูล ไปสู่การเป็นผู้สร้างและส่งข้อมูลจำนวนมากขึ้น วันนี้เราสามารถขยาย Uplink 2CC ครอบคลุมพื้นที่ให้บริการ 100% ทั่วกรุงเทพมหานคร ทำให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองหลวงแห่งแรกของโลกที่มี 5G-ADVANCED ด้าน Uplink ครอบคลุมทั้งเมือง พร้อมเพิ่มความเร็ว Upload สูงสุด 2 เท่า และขยายไปยังพื้นที่อำเภอเมืองครบทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ นี่ไม่ใช่เพียงเรื่องของความเร็ว แต่เป็นการเตรียม Infrastructure ให้พร้อมรองรับเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วย AI และวางรากฐานให้ประเทศไทยสามารถเชื่อมต่อกับโอกาสใหม่ของภูมิภาคในฐานะ ASEAN AI Connectivity Hub
ขณะเดียวกัน AIS ยังเดินหน้าพัฒนา Downlink 3CC ด้วยการรวมคลื่น 2600 MHz, 700 MHz และ 2100 MHz ช่วยเพิ่มความเร็ว Download สูงสุด 1.5 เท่า เพื่อเติมเต็มประสบการณ์ 5G-ADVANCED ทั้งด้านการรับและส่งข้อมูล โดยปัจจุบัน Downlink 3CC ครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของกรุงเทพฯ และตั้งเป้าขยายให้ครอบคลุมทั่วกรุงเทพฯ ภายในสิ้นปี 2569
นายกิตติ กล่าวว่า การพัฒนา Network Innovation ของ AIS จะไม่หยุดอยู่ที่การทำให้เครือข่ายเร็วขึ้น หรือการนำเทคโนโลยีใหม่เข้ามาเป็นรายแรก แต่สิ่งสำคัญคือเราจะทำอย่างไรให้เทคโนโลยีนั้น ใช้งานได้จริง ขยายผลได้จริง และสร้างประโยชน์ได้จริง เพราะในอนาคต ความต้องการจำนวนมากอาจยังเป็นสิ่งที่เรามองไม่เห็นในวันนี้ ทั้ง AI, Cloud, IoT, Intelligent Industry, Smart City, Smart Health, Automation ไปจนถึง Agentic AI แต่หน้าที่ของเราคือการทำให้ Infrastructure พร้อมก่อนที่ความต้องการเหล่านั้นจะมาถึง และเราเชื่อว่า AI จะสร้างความเป็นไปได้ใหม่ๆ ขณะที่ Intelligent Infrastructure จะเป็นรากฐานที่ทำให้ความเป็นไปได้เหล่านั้นเกิดขึ้นจริง AIS จึงจะเดินหน้าพัฒนาเครือข่ายและนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของไทยไม่เพียงพร้อมรองรับโลกอนาคต แต่สามารถเป็นหนึ่งในพลังสำคัญที่ช่วยให้ประเทศไทยสร้างโอกาสใหม่ ขับเคลื่อน AI Economy และก้าวสู่การเป็น ASEAN AI Connectivity Hub ที่เชื่อมโยงเทคโนโลยี นวัตกรรม และการเติบโตของภูมิภาคในอนาคต
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

