รรท.ผู้ว่าฯ ปราจีนบุรี เผย 6 สาเหตุเด้ง ‘นายอำเภอบ้านสร้าง’ เซ่นปมจัดการน้ำท่วมล้มเหลว ล่าสุดสถานการณ์น้ำเริ่มคลี่คลาย

วันที่ 8 ต.ค. 2569 นายชนาธิป โคกมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัด (รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี) ออกมาอัปเดตสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ ซึ่งล่าสุดหลายอำเภอเริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้น พร้อมกันนี้ได้ชี้แจงเบื้องหลังคำสั่งย้ายด่วน นายเสฏฐวุฒิ วงศ์เลอวุฒิ นายอำเภอบ้านสร้าง ว่ามาจากปัญหาการบริหารจัดการวิกฤตน้ำท่วมที่ขาดประสิทธิภาพและไม่บูรณาการร่วมกับหน่วยงานอื่น
เปิด 6 พฤติการณ์ สั่งเด้ง "นายอำเภอบ้านสร้าง"
นายชนาธิป ได้ขยายความถึงสาเหตุที่ทางจังหวัดต้องเสนอให้กรมการปกครองพิจารณาย้ายนายอำเภอบ้านสร้างออกนอกพื้นที่ เนื่องจากพบปัญหาการทำงานที่ไม่เป็นไปตามหลักบริหารราชการที่ดี รวม 6 ประเด็นหลัก ได้แก่
- 1. ประเด็นการอพยพประชาชน ไม่ให้ความร่วมมือ ไม่ประสานข้อมูลพื้นที่ และไม่ร่วมวางแผนกับหน่วยงานระดับจังหวัดในการอพยพประชาชนกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มเปราะบาง ส่งผลให้การช่วยเหลือเป็นไปด้วยความล่าช้า ประชาชนตกอยู่ในสภาวะเสี่ยงอันตราย
- 2. ประเด็นการจัดส่งและแจกจ่ายอาหาร/เครื่องอุปโภคบริโภค การบริหารจัดการสิ่งของบรรเทาทุกข์ล่าช้าและไม่ทั่วถึง จนประชาชนผู้ประสบภัยต้องโทรศัพท์ตรงหาผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรีเพื่อร้องขอความช่วยเหลือ สะท้อนถึงความล้มเหลวในการกระจายความช่วยเหลือระดับอำเภอ
- 3. ประเด็นการมอบหมายภารกิจและการบริหารงานบุคคล มิได้จัดประชุมบูรณาการ หรือมอบหมายภารกิจแก่หัวหน้าส่วนราชการระดับอำเภออย่างเป็นรูปธรรม ทำให้ผู้ปฏิบัติงานขาดอำนาจสั่งการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า การทำงานขาดความคล่องตัวและเกิดเสียงร้องเรียนอย่างต่อเนื่อง
- 4. ประเด็นพฤติกรรมและการปฏิบัติตน มีพฤติกรรม แสดงออกทางวาจาและท่าทีไม่เหมาะสม ไม่ให้เกียรติหัวหน้าส่วนราชการระดับอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ส่งผลให้เกิดความขัดแย้ง บั่นทอนกำลังใจ และทำให้สายการสั่งการขาดความราบรื่น
- 5. ประเด็นการสร้างภาพลักษณ์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ นำเสนอภาพและข้อมูลผ่าน Social Media ในลักษณะเน้นย้ำว่าเป็นการทำงานเพียงลำพัง หรือลงพื้นที่ช่วยเหลือตลอดเวลา แต่การทำงานเชิงระบบกลับไม่มีผลงานประจักษ์ ไม่ได้ร่วมมือกับทีมงานอย่างจริงจัง สร้างความเข้าใจผิดแก่สาธารณชน
- 6. ประเด็นพฤติการณ์ทั่วไป เป็นเรื่องที่บุคลากร ฝ่ายปกครอง ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่รับรู้ร่วมกันซึ่งหากสอบถามข้อมูลเชิงลึกจากผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ ย่อมสามารถยืนยันพฤติการณ์ดังกล่าวได้อย่างชัดเจน
จากพฤติการณ์ดังกล่าว แสดงให้เห็นว่า นายเสฏฐวุฒิ ขาดศักยภาพและการบูรณาการทำงานร่วมกับจังหวัดและส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประสิทธิภาพในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของจังหวัด จึงเห็นควรให้กรมการปกครองพิจารณาย้ายไปดำรงตำแหน่งนอกพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี
จากปัญหาดังกล่าว นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง จึงได้ลงนามในคำสั่งเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 ให้นายเสฏฐวุฒิไปช่วยราชการที่วิทยาลัยการปกครอง ตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม - 5 พฤศจิกายน 2569 เพื่อประโยชน์ของทางราชการ
สรุปสถานการณ์น้ำท่วมปราจีนบุรี (21 ก.ย. – 8 ต.ค. 69)
สำหรับภาพรวมอุทกภัยของจังหวัด ข้อมูลล่าสุดระบุว่ามีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 7 อำเภอ 65 ตำบล 60,317 ครัวเรือน และมีผู้เสียชีวิตสะสมสูงถึง 23 ราย (จมน้ำ 18 ราย, ไฟดูด 5 ราย) โดยสถานการณ์แต่ละพื้นที่แยกได้ดังนี้
- อ.บ้านสร้าง: หนักสุดเนื่องจากเป็นพื้นที่รับน้ำ ได้รับผลกระทบ 9,211 ครัวเรือน แม้ระดับน้ำจะลดลงราว 5-6 ซม. แต่ถนนทุกสายยังถูกตัดขาด รถเล็กผ่านไม่ได้
- อ.เมืองปราจีนบุรี ได้รับผลกระทบรวมกว่า 16,667 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง แต่บางจุดยังท่วมสูงทำให้เข้าถึงยากบางจุด
- อ.กบินทร์บุรี ได้รับผลกระทบ 11,082 ครัวเรือน ยังมีน้ำท่วมสูง 40-50 ซม. บริเวณหน้าสถานีรถไฟและป้อมตำรวจ
- อ.ศรีมหาโพธิ เดือดร้อนรวมกว่า 12,242 ครัวเรือน น้ำยังขังตามพื้นที่ลุ่มต่ำ
- อ.ประจันตคาม ได้รับผลกระทบ 8,900 ครัว น้ำลดลง 10 เซนติเมตร บางพท้นที่ยังท่วมขัง แต่คาดว่าใช้เวลาไม่น้อยกว่า 5 วันจะแห้ง
- อ.ศรีมโหสถ: กระทบ 1,730 ครัวเรือน ยังมีน้ำท่วมในพื้นที่ ต.ไผ่ตะเลือด และ ต.โคกปีบ
- อ.นาดี: สถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติแล้ว อยู่ระหว่างฟื้นฟูเยียวยา 485 ครัวเรือน
ระดับน้ำล้นตลิ่ง - พื้นที่เกษตรเสียหายยับ
สำหรับสถานการณ์น้ำในแม่น้ำปราจีนบุรีแม้จะมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง และในพื้นที่ไม่มีฝนตกเพิ่ม แต่ตามสถานีวัดน้ำสำคัญๆ ยังคงมีระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง ได้แก่ สถานี Kgt.3 (อ.กบินทร์บุรี) สูงกว่าตลิ่ง 1.41 เมตร, สถานี Kgt.6 (อ.ศรีมหาโพธิ) สูงกว่าตลิ่ง 0.53 เมตร และสถานี Kgt.1 (อ.เมืองปราจีนบุรี) สูงกว่าตลิ่ง 0.49 เมตร
ในส่วนของความเสียหายทางเศรษฐกิจ พบว่ามีเกษตรกรผู้ปลูกพืชได้รับผลกระทบ 9,422 ราย พื้นที่เสียหายรวม 103,642 ไร่ ด้านการประมงมีผู้ได้รับผลกระทบ 4,393 ราย พื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเสียหาย 58,731 ไร่ และด้านปศุสัตว์มีเกษตรกรเดือดร้อน 1,964 ราย โดยมีรายงานสัตว์เลี้ยงได้รับผลกระทบเบื้องต้นถึง 401,624 ตัว
เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น ทางจังหวัดได้จัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวรวม 60 แห่ง ปัจจุบันมีประชาชนเข้าพักพิง 4,257 คน นอกจากนี้ยังได้ประสานความร่วมมือกับมูลนิธิและสมาคมต่างๆ รวม 42 แห่ง เพื่อจัดชุดปฏิบัติการ เรือ ยานพาหนะเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัย รวมถึงการจัดตั้งโรงครัวและโรงพยาบาลสนามเพื่อรองรับประชาชนในพื้นที่อย่างเต็มกำลัง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

