เปิดภาพบังเกอร์ชายแดนไทย-กัมพูชา ปรับปรุงแข็งแรงแล้ว หลังโดนดราม่าคุณภาพไม่สมราคา

เปิดภาพบังเกอร์ชายแดนไทย-กัมพูชา ล่าสุดของ กปช.จต.ได้รับการปรับปรุงแข็งแรงแล้ว หลังโดนดราม่าคุณภาพ ไม่สมราคา ด้าน นย.แจงสร้างช่วงสู้รบรอบแรก “ทำไป สู้ไป” จากงบกลาง ยันไร้เงินทอน ขณะ “กมธ.ทหาร” ลงพื้นที่จริงพิสูจน์ พร้อมรับฟังเสียงทหารแนวหน้า พบข้อจำกัด เร่งประสานงานผลักดันสร้างความแข็งแกร่ง “รั้ว-ถนน-เทคโนโลยี”
ที่ตำบลวัดใหม่ อำเภอเมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี นายเอกราช อุดมอำนวย สส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการทหาร (กมธ.การทหาร) นำคณะกรรมาธิการฯ ตรวจเยี่ยม และศึกษาดูงานด้านกิจการทหารเพื่อความมั่นคง ที่กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด หรือ กปช.จต. กองทัพเรือ โดยมีพลเรือโท อภิชาติ ทรัพย์ประเสริฐ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน (ผบ.นย.) และผู้บัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (ผบ.กปช.จต.) ให้การต้อนรับ

ภายหลังที่ก่อนหน้านี้นายฉัตร สุภัทรวณิชย์ สส.นครราชสีมา พรรคประชาชน ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการการทหาร คนที่ 3 ได้เปิดภาพ และตั้งคำถามถึงโครงการก่อสร้างบังเกอร์คุ้มภัยทหาร ที่พบว่าบังเกอร์อาจไม่เป็นไปตามมาตรฐานวิศวกรรมด้านความปลอดภัย และส่อทุจริต หลังมีการอนุมัติงบประมาณในการสร้างบังเกอร์หลังละ 50,000 บาท แต่มีการสั่งทำจริงในราคาประมาณ 35,000 บาท จำนวนรวมกว่า 90 หลัง ส่งผลให้เกิดส่วนต่างงบประมาณสูงถึง 1,350,000 บาท ซึ่งอยู่ในการควบคุมดูแลของ กปช.จต.

โดยคณะกรรมาธิการฯ ได้ใช้เวลาหารือกับ กปช.จต.ประมาณ 15 นาที ก่อนที่นายเอกราช จะให้สัมภาษณ์ว่า หน่วยฯ ได้อธิบายถึงการจัดทำบังเกอร์ต่าง ๆ ของนาวิกโยธิกว่า จะมีความแตกต่างจากการทำงานของหน่วยอื่นอย่างไร รวมไปถึงมีการติดขัดเรื่องการเบิกจ่ายงบกลาง ที่ไม่ได้มีการใช้เงินอย่างคล่องตัวมากนัก เพราะถูกจำกัดเป็นงวดเงิน อีกทั้งกองกำลังฯ มีหลายฝ่าย และต้องมีการย้ายกำลังพลอยู่เรื่อย ๆ
เมื่อถามว่า บังเกอร์ที่เป็นประเด็นก่อนหน้านี้ จากการฟังคำชี้แจงจาก กปช.จต. ยังมีสิ่งใดที่คณะกรรมาธิการฯ ติดใจอยู่หรือไม่ นายฉัตร กล่าวว่า เราได้รับข้อมูลจาก กปช.จต.ว่า หน่วยนาวิกโยธินรับผิดชอบชายแดน ซึ่งกินพื้นที่กว่า 250 กิโลเมตร ซึ่งย่อมมีถิ่นทุรกันดารบางจุดจริง ๆ แต่ว่า ในแต่ละจุดทาง ผบ.นย. ได้ยืนยันว่า ด้วยความตั้งใจต่าง ๆ ไม่ว่า จะใช้กำลังพลอย่างไร จะพยายามเข้าไปให้ถึงพื้นที่ ซึ่งอาจมีบางจุดที่แร้นแค้น หรือกันดาร ซึ่ง ผบ.นย.ก็พยายามวางแผนว่า จุดไหนมีความผันแปร หรือมีการเปลี่ยนจุดจู่โจม ซึ่งทาง กปช.จต. ได้บอกกับคณะกรรมาธิการฯ ว่า จะไปตรวจสอบ เพราะมีความเป็นห่วงกำลังพล ในขณะที่ต้องสู้ไป ทำไป และต้องโยกย้ายกำลังพลไป แต่ขอยืนยันว่า จะทำทุกอย่างเพื่อเรากำลังพลปลอดภัย โดยเฉพาะเรื่องของคุณภาพบังเกอร์ เพราะว่า หลายจุดที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ อยู่ในพื้นที่ห่างไกล และกันดารมาก บางครั้งกว่าจะไปเติม หรือไปดำเนินการก็ค่อนข้างมีอุปสรรค และหากมีเหตุปะทะก็จะทำให้เกิดความล่าช้า

นายฉัตร กล่าวอีกว่า บังเกอร์ที่เป็นประเด็นดังกล่าว ได้รับการชี้แจงว่า เป็นการสร้างขึ้นในช่วงการสู้รบรอบแรก มีการนำงบของกองทัพเรือมาใช้ เพื่อดำเนินการสร้างความมั่นคงแข็งแรงในพื้นที่ก่อน จากนั้นจึงได้รับงบกลาง เข้ามาเพิ่มเติม ซึ่งการก่อสร้างก็ได้ดำเนินการ ระหว่างการสู้รบไปด้วย โดยตัวเลขที่ออกมาหลังละ 50,000 บาทนั้น เป็นเพียงการประเมินเบื้องต้นในเรื่องของการซื้อวัสดุอุปกรณ์ในการก่อสร้าง ไม่ได้กำหนดสเปกโดยเฉพาะ เนื่องจากอยู่ในช่วงการสู้รบ ซึ่งกองทัพมีความจำเป็นที่จะต้องสร้างที่มั่น เพื่อความปลอดภัยของกำลังพลที่ปฏิบัติงาน จากนั้นกองทัพได้มีการปรับปรุงพัฒนาให้มีความแข็งแรงมากขึ้น และได้ยืนยันว่า ไม่มีเรื่องเงินทอน และจะให้ความสำคัญเรื่องการดูแลความปลอดภัยกำลังพล ซึ่งจากการรับฟังข้อมูลทหาร ตนก็เข้าใจถึงความจำเป็นดังกล่าว
จากนั้นคณะกรรมาธิการฯ ได้ลงพื้นที่ไปยังฐานปฏิบัติการชายแดน จ.ตราด เพื่อไปรับทราบสถานการณ์ในพื้นที่ และตรวจการก่อสร้างบังเกอร์ที่เป็นประเด็นในพื้นที่จริง ซึ่งปัจจุบันพบว่า การก่อสร้างบังเกอร์แล้วเสร็จ มีความแข็งแรงทนทาน และมีคุณภาพ ซึ่งนายเอกราช กล่าวว่า ภายหลังได้ลงพื้นที่ และได้ดูเรื่องเส้นทางการส่งกำลังบำรุง เห็นว่า ควรจะผลักดันเรื่องโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ เช่น น้ำประปา หรือไฟฟ้า รวมถึงเส้นทาง เพื่อให้คุณภาพชีวิตของกำลังพลตามแนวชายแดนดีขึ้น

โดยเฉพาะเรื่องบังเกอร์ที่ประชาชนมีความเป็นห่วง ซึ่งทางคณะกรรมาธิการฯ ได้เห็นถึงการเตรียมพร้อม และการบริหารจัดการ ซึ่งอยู่ในพื้นที่ยุทธศาสตร์ข้อมูลจึงต้องเป็นชั้นความลับ อย่างไรก็ตาม การดำเนินการเรื่องบังเกอร์เป็นไปตามยุทธวิธี และแผนของกองทัพ ซึ่งคณะกรรมาธิการฯ อยากให้รัฐบาลให้ความสำคัญในการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณ ทั้งในส่วนของงบกลาง และงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ซึ่งในช่วงการพิจารณางบประมาณ อยากให้มีการผลักดันในเรื่องนี้ และหาแนวทางกระบวนการลดขั้นตอนกระบวนการการจัดซื้อจัดจ้าง โดยให้เป็นไปอย่างโปร่งใสตรวจสอบได้ มีความคล่องตัวทั่วถึง ไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำ ในแต่ละพื้นที่
นายเอกราช ยังย้ำว่า ได้เห็นอุปสรรคในหลาย ๆ อย่าง เช่น เส้นทางส่งกำลังบำรุงที่อยู่ในพื้นที่ทับซ้อนกับเขตอุทยานแห่งชาติ ในการดูแลของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทำให้เจออุปสรรคทางข้อกฎหมาย จึงต้องดูกรอบการดำเนินการในพื้นที่ทับซ้อนระหว่างความมั่นคง กับพื้นที่ป่าจะจัดการอย่างไร และเมื่อดูจากยุทธศาสตร์ของฝั่งกัมพูชาก็พบว่า ได้ใช้ ชาวบ้าน และเกษตรกรมาอยู่ในพื้นที่ เพื่อเป็นพื้นที่กันชน ซึ่งพี่น้องทหารตามแนวชายแดนได้ส่งสัญญาณมาว่า จะมีความเป็นไปได้หรือไม่ว่า ในอนาคตจะส่งเสริมให้ภาคประชาชนของไทย เข้ามาอยู่เพื่อรักษาแนว เป็นชุมชน ซึ่งจะเป็นการพัฒนาร่วมกันระหว่างฝ่ายปกครอง ทหาร และประชาชน

อย่างไรก็ตามหลังจากนี้คณะกรรมาธิการฯ จะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับปัญหา และอุปสรรค ในการทำเส้นทางส่งกำลังบำรุง รวมไปถึงเรื่องของการใช้งบกลาง เพื่อให้การดำเนินการในทุกเรื่องเป็นไปอย่างคล่องตัว รวมถึงแนวทางในการทำ SMART POWER ในจุดที่สามารถใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่มา สนับสนุนได้ ซึ่งได้มีการพูดคุยถึงเรื่องโดรน และเทคโนโลยีสมัยใหม่กับทหารที่ปฏิบัติงานหน้าแนว ซึ่งเราจะไปช่วยผลักดันในทางนโยบายต่อไป ในเรื่องของความต้องการของพี่น้องทหาร พร้อมยืนยันว่า เราจะติดตาม และผลักดันให้แนวรั้วชายแดน มีความมั่นคงสูง, มีความร่วมสมัย และสามารถรักษาแนวไว้ได้ตลอด.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

