'อิ๊งค์' ย่องจ่ายภาษี 200 ล้าน ปิดปมตั๋ว P/N 4.4 พันล้าน ส่อนิติกรรมอำพราง

จากกรณีเมื่อช่วงปี 2568 ที่ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้อภิปรายไม่ไว้วางใจ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับการใช้ ตั๋วสัญญาใช้เงิน จำนวน 9 ฉบับ รวมมูลค่า 4,434.5 ล้านบาท เพื่อซื้อหุ้นจากเครือญาติในครอบครัวชินวัตร โดยถูกตั้งข้อสังเกตว่าเป็น "นิติกรรมอำพราง" เพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษี
ล่าสุดเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2569 สำนักข่าว Next News รายงานว่า แหล่งข่าวภายในกรมสรรพากร ระบุว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ยินยอมเดินทางมาดำเนินการชำระภาษีการรับให้ (ซึ่งเป็นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่จัดเก็บจากทรัพย์สินที่ได้รับมาโดยเสน่หา) คิดเป็นเงินจำนวนกว่า 200 ล้านบาท ให้แก่กรมสรรพากรเรียบร้อยแล้ว

สืบเนื่องจากประเด็นดังกล่าวก่อนหน้านี้ น.ส.แพทองธาร ได้มีการออกตั๋วสัญญาใช้เงิน หรือตั๋ว P/N (Promissory Note) ในลักษณะแบบครบกำหนดเมื่อทวงถามและไม่มีการคิดอัตราดอกเบี้ย รวมทั้งสิ้นจำนวน 9 ฉบับ เพื่อนำไปใช้ชำระเป็นค่าซื้อหุ้นของ 9 บริษัท ให้แก่บุคคลในครอบครัวและเครือญาติรวม 5 คน คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 4,400 ล้านบาท ประกอบด้วย
1. คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ (มารดา) จำนวน 1 ฉบับ ลงวันที่ 8 กันยายน 2559 วงเงิน 136,517,701.60 บาท เพื่อชำระค่าหุ้น บริษัท โอเอไอ คอนซัลแต้นท์ แอนด์ แมนเนจเม้นท์ จำกัด
2. นายพานทองแท้ ชินวัตร (พี่ชาย) จำนวน 1 ฉบับ ลงวันที่ 8 กันยายน 2559 วงเงิน 335,420,541 บาท เพื่อชำระค่าหุ้น บริษัท เรนด์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด
3. น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ (พี่สาว) จำนวน 4 ฉบับ ลงวันที่ 8 กันยายน 2559 รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 2,388,724,095.42 บาท เพื่อชำระค่าหุ้น บริษัท พี.ที.คอร์ปอเรชั่น จำกัด, บริษัท เรนด์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด, บริษัท เอสซี ออฟฟิซ พลาซ่า จำกัด และ บริษัท เอส ซี เค เอสเทต จำกัด
4. นายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ (ลุง) จำนวน 2 ฉบับ ลงวันที่ 9 มกราคม 2566 และวันที่ 8 พฤษภาคม 2566 รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,315,460,000 บาท เพื่อชำระค่าหุ้น บริษัท โอเอไอ แมนเนจเม้นท์ จำกัด และ บริษัท บี.บี.ดี. ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด
5. นางบุษบา ดามาพงศ์ (ป้าสะใภ้) จำนวน 1 ฉบับ ลงวันที่ 8 พฤษภาคม 2566 วงเงิน 258,400,000 บาท เพื่อชำระค่าหุ้น บริษัท บี.บี.ดี. ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด
ทั้งนี้กรณีดังกล่าวเริ่มกลายเป็นประเด็นทางการเมืองที่ร้อนแรงย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2568 หลังจากที่ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ทำการอภิปรายไม่ไว้วางใจ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ถึงปมการออกตั๋ว P/N มูลค่าสูงถึง 4,434.5 ล้านบาทดังกล่าว โดยกล่าวหาว่าพฤติการณ์ดังกล่าวอาจเข้าข่ายเป็นการทำนิติกรรมอำพราง และไม่มีการซื้อขายหุ้นกันเกิดขึ้นจริง เพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษีการรับให้ในอัตราร้อยละ 5 คิดเป็นเงินภาษีมูลค่ากว่า 200 ล้านบาท
ต่อมาในวันที่ 28 มีนาคม 2568 นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ได้ยื่นหนังสืออย่างเป็นทางการต่อ นายปิ่นสาย สุรัสวดี อธิบดีกรมสรรพากรในขณะนั้น เพื่อร้องขอให้กรมสรรพากรส่งเรื่องให้คณะกรรมการวินิจฉัยภาษีอากร พิจารณาวินิจฉัยธุรกรรมการซื้อขายหุ้นมูลค่า 4,434.5 ล้านบาท ของ น.ส.แพทองธาร ว่าเป็นการนำเครื่องมือทางการเงินมาทำนิติกรรมอำพรางแบบซื้อขายทิพย์ เพื่อเปลี่ยนเจตนาที่แท้จริงซึ่งเป็นการรับหุ้นโดยเสน่หา มาเป็นรูปแบบการซื้อขายเพื่อเลี่ยงการจ่ายภาษีหรือไม่ ก่อนที่ล่าสุดจะมีรายงานว่า น.ส.แพทองธาร ได้ยินยอมจ่ายเงินภาษีการรับจำนวน 200 ล้านบาทดังกล่าวให้แก่กรมสรรพากรแล้วในที่สุด
ขอขอบคุณข้อมูลจาก สำนักข่าว Next News
ขอขอบคุณภาพจาก อินสตาแกรม ingshin21
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

