มท.2ทลายผับข้าวสาร บัญชีส่วยโผล่ อี้ง1.7แสนบาทต่อเดือน แบ่งปันกันหลายหน่วย เปิดเย้ยก.ม.ข้างโรงพัก

มท.2ทลายผับข้าวสาร
บัญชีส่วยโผล่
อี้ง1.7แสนบาทต่อเดือน
แบ่งปันกันหลายหน่วย
เปิดเย้ยก.ม.ข้างโรงพัก
“พลพีร์”นำชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง เปิดปฏิบัติการ“สิงห์เผด็จศึก”ทลายผับดังข้าวสาร OK bar ปล่อยเด็กเข้า-มั่วยา ตะลึงตรวจพบบัญชีจ่ายส่วยให้หน่วยงานต่างๆ เดือนละ 1.7 แสนบาท
เมื่อเวลา 03.30 น. วันที่ 10 ตุลาคม นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยกระทรวงมหาไทย(มท.2) พร้อมคณะชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง เปิดปฏิบัติการ “สิงห์เผด็จศึก” เข้าตรวจสอบสถานบริการ “OK bar โอเค บาร์” ถนนข้าวสาร แขวงตลาดยอด เขตพระนคร กทม. หลังพบเปิดสถานบริการโดยไม่มีใบอนุญาตสถานบริการ ลักลอบจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เกินเวลา ปล่อยปละละเลยให้เยาวชนเข้าใช้บริการ และพบพฤติการณ์การใช้สารเสพติด และจำหน่ายลูกโป่งหัวเราะให้นักเที่ยว
จากการตรวจสอบพบว่าสถานที่มีลักษณะเป็นอาคาร 2 ชั้น โดยร้านตั้งอยู่ชั้้น 2 ของอาคาร ภายในเป็นห้องโถงขนาดใหญ่ มีเวทีสำหรับการแสดงดนตรี มีพื้นที่ให้บริการหลายโซน โดยมีการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงจัดให้มีดนตรีและการแสดงเพื่อความบันเทิง บริเวณทางเข้าร้านมี การ์ดรักษาความปลอดภัย ประมาณ 4–6 คน แต่ไม่มีการตรวจบัตรประจำตัวประชาชนหรือการตรวจค้นอาวุธก่อนเข้าสถานบริการแต่อย่างใด
เจ้าหน้าที่จึงเชื่อว่าเป็นผู้ที่มีส่วนปล่อยปะละเลยเกี่ยวข้องกับสถานบริการดังกล่าวในช่วงเวลาที่สถานประกอบการยังคงเปิดให้บริการและจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จนถึงเกือบรุ่งเช้าอีกวัน
พบผู้ใช้บริการบางรายมีพฤติการณ์น่าสงสัย เดินออกจากห้องน้ำห้องเดียวกันหลายครั้ง ก่อนตรวจสอบบริเวณห้องน้ำ พบหลอดพลาสติกที่คาดว่าใช้สำหรับบรรจุสารเสพติด และพบผงสีขาวลักษณะคล้ายสารเสพติดทิ้งตกอยู่เกลื่อนบริเวณพื้นห้องน้ำ เเละยังพบเห็นเยาวชนมีอายุต่ำกว่า 20 ปี จำนวนมาก เข้ามาใช้บริการภายในร้านมีการสั่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และมีการจำหน่ายลูกโป่งอัดแก๊สหัวเราะให้กับลูกค้า
จากการตรวจสอบฐานข้อมูลระบบใบอนุญาตประกอบกิจการสถานบริการ ไม่พบว่า “OK bar โอเค บาร์” ได้รับใบอนุญาตให้ตั้งสถานบริการแต่อย่างใด ขณะที่ลักษณะการประกอบกิจการพบว่ามีการจำหน่ายสุราและเครื่องดื่ม มีดนตรีหรือการแสดงเพื่อความบันเทิง รวมถึงมีการเต้นหรือยินยอมให้มีการเต้นบนเวทีและบริเวณโต๊ะอาหารหรือเครื่องดื่ม ซึ่งเข้าลักษณะสถานบริการตามกฎหมาย จึงได้วางแผนเข้าจับกุม
เจ้าหน้าที่พบนักเที่ยว 102 คน มีอายุต่ำกว่า 20 ปี จำนวน 30 คน (ชาย 20 หญิง 10 ) โดยมีเด็กอายุต่ำสุดเพียง 15 ปี จำนวน 1 คน เข้ามาใช้บริการด้วย โดยผลตรวจปัสสาวะนักเที่ยวเป็นสีม่วง จำนวน 31 ราย เป็นเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี จำนวน 4 ราย และพนักงาน(ดีเจ) 2 คน และพบอาวุธปืน 1 กระบอกพร้อมเครื่องกระสุนปืน, พบสิ่งเทียมอาวุธปืน 1 กระบอก และยาเสพติดถูกทิ้งเกลื่อนที่พื้นภายในร้านจำนวนมาก และลูกโป่งหัวเราะพร้อมอุปกรณ์ถูกทิ้งภายในร้าน จึงเก็บรวบรวไว้เป็นหลักฐาน
การสืบสวนทราบว่ามีการบันทึกจ่ายส่วยให้หลายหน่วยงานเดือนละกว่า 177,000 บาท เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาและควบคุมตัวผู้จัดการร้าน ส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
นอกจากนี้ยังพบว่าสถานบริการแห่งนี้ ได้ถูกสำนักงานเขตพระนคร ออกคำสั่งให้หยุดประกอบกิจการตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคม 2569 เนื่องจากตรวจพบว่าการประกอบกิจการมีความเสี่ยงต่อความปลอดภัยด้านสาธารณสุข ด้านความปลอดภัย และด้านอัคคีภัย ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อประชาชน แต่ก็ยังพบว่าสถานบริการแห่งนี้ยังคงเปิดให้บริการตามปกติ
กรมการปกครองจะได้แจ้งให้ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ออกคำสั่งปิดสถานบริการแห่งนี้มีกำหนดห้าปีตามคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 22/2558 ต่อไป
สำหรับผู้ที่ตรวจพบสารเสพติดในร่างกาย และยาเสพติดที่ตรวจพบภายในสถานประกอบการ เจ้าหน้าที่ได้แยกดำเนินการตามประมวลกฎหมายยาเสพติดและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง พร้อมขยายผลหาที่มาของยาเสพติด ผู้จำหน่ายและผู้เกี่ยวข้อง
ล่าสุดมีรายงานว่ากองบัญชาการตำรวจนครบาลได้มีคำย้าย 5 เสือของโรงพักนครบาลที่รับผิดชอบพื้นที่ดังกล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

