คอลัมน์ : สั้นสั้น วันอังคาร

หลุมดำ
ของเขาแรงจริงๆ หลังจาก เนเน่ รอยัล นำ “Black Hole Sun” เพลงในปี 1994 ของวงร็อก ซาวนด์การ์เด้น เข้าประกวดรอบก่อนรองชนะเลิศในรายการ อเมริกา’ส ก็อต ทาเลนต์ จนกรรมการกดปุ่มทองให้ ทำให้ “Black Hole Sun” กลับมาถูกพูดถึงอีกครั้งอย่างกว้างขวางจากสื่อดนตรี-ทั้งใหญ่และเล็ก-ในต่างประเทศ
“Black Hole Sun” เป็นอีกเพลงฮิตที่ถูกเอาไปตีความกันหลากหลายแง่มุม แม้ คริส คอร์เนลล์ ผู้แต่งซึ่งเสียชีวิตไปแล้ว จะยืนยันว่ามันไม่มีอะไร ตอนที่แต่ง เขาบอกคำ black hole sun มันติดหูดี เหมือนเขาเขียนภาพเซอร์เรียลลิสม์หรือแอ็บสแตร็กต์ด้วยถ้อยคำ เพลงเน้นที่การแต่งทำนองและทำดนตรีมากกว่าเนื้อหา แต่ก็ยังมีคนพยายามจะขุดค้นหาความหมาย หรือสร้างความหมายขึ้นมาเอง เหมือนเพลง “A Whiter Shade of Pale” จนคนแต่งตายไปแล้ว ทุกวันนี้ก็ยังเถียงกันไม่เลิก
แน่นอนว่า คริส คอร์เนลล์ ย่อมไม่ได้คิดถึงเรื่องวิทยาศาสตร์หรืออวกาศแต่อย่างใด แต่พอดีเมื่อเร็วๆ นี้ ระหว่างผมเปิดฟัง “Black Hole Sun” ฉบับออริจินัล ก็ไปอ่านเจอเรื่องหลุมดำ หรือ black hole
พูดถึงหลุมดำคร่าวๆ ก่อน คือบริเวณในอวกาศที่มีความหนาแน่นสูงมากและมีแรงโน้มถ่วงที่ทรงพลัง ดูดทุกอย่างเข้าไป จนแม้กระทั่งแสงก็หลุดรอดออกมาไม่ได้ ทำให้ไม่สามารถมองเห็นศูนย์กลางของมัน มักพบหลุมดำอยู่แถวๆ ใจกลางของกาแล็กซี่ส่วนใหญ่ กาแล็กซี่ ทางช้างเผือกที่โลกของเราอาศัยอยู่ก็มี
รายละเอียดไปหาอ่านเอาเองตามเว็บไซต์ต่างๆ หรือถามเอไอก็ได้ เพราะผมถ้าเขียนทั้งหมดก็คงไม่ได้เขียนเรื่องอื่นเป็นเดือนๆ และไม่มีความสามารถทางฟิสิกส์อวกาศขนาดนั้น
โลกเราเป็นดาวเคราะห์ดวงหนึ่งที่โคจรรอบดวงอาทิตย์ ยังมีดาวเคราะห์จำนวนอสงไขยที่หมุนอยู่รอบดาวฤกษ์อื่นๆ
และก็มีประเภทลอยเท้งเต้งไปในจักรวาลเหมือนลูกกำพร้า ซึ่งดาวเคราะห์ก็เกิดจากก๊าซและฝุ่นดาวรอบๆ ดาวฤกษ์เกาะตัวกันจนใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
ล่าสุด มีผลการศึกษาชิ้นหนึ่งอ้างว่า ดาวเคราะห์เหล่านี้อาจเกิดขึ้นรอบๆหลุมดำ ซึ่งเป็นที่ที่แทบจะเป็นไปไม่ได้
ตามรายงานการวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารดิ แอสโทรฟิสิคัล เจอร์นัล เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา 2026 บอกว่า แม้หลุมดำมีแรงโน้มถ่วงมหาศาลจนแสงก็ไม่สามารถเล็ดลอดออกมาได้ และจะดึงดูดสสารที่อยู่รอบๆ เข้าสู่ตัวมันเอง แต่น่าประหลาดใจก็คือ หลุมดำไม่ได้เป็นผู้ทำลายล้างเท่านั้น แต่ยังเป็นผู้สร้างอีกด้วย
บริเวณที่มีฝุ่นหนาแน่นรอบๆ หลุมดำSupermassive Black Hole หรือหลุมดำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเอกภพ มีมวลตั้งแต่หลักแสนไปจนถึงหมื่นล้านเท่าของมวลดวงอาทิตย์ สามารถกลายเป็นตัวเร่งปฏิกิริยา ทำให้เกิดการก่อตัวของดาวเคราะห์ได้ เช่นเดียวกับกระบวนการก่อตัวของดาวเคราะห์รอบๆ ดาวฤกษ์ทุกประการ โดยอนุภาคฝุ่นจะมารวมตัวกันจนมีความหนาแน่นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
นักฟิสิกส์ดาราศาสตร์กล่าวว่า พวกเขาพบว่าในทางทฤษฎีแล้ว มีความเป็นไปได้ที่กระบวนการเดียวกันนี้จะสามารถสร้างดาวเคราะห์รอบๆ หลุมดำได้ เนื่องจากต้องใช้กฎทางฟิสิกส์ข้อเดียวกัน
ถ้าเป็นจริงตามนั้น ก็หมายความว่าหลุมดำก็อาจมีและหลุมดำเพียงแห่งเดียวอาจมีดาวเคราะห์อยู่รายล้อมนับล้านดวง แบบจำลองสถานการณ์แสดงให้เห็นว่า ดาวเคราะห์เหล่านี้จะมีขนาดใหญ่เท่ากับดาวพฤหัสบดีทันทีหลังกำเนิด และจะเติบโตจนมีขนาดมหึมายิ่งกว่าเดิม ทั้งนี้เนื่องจากหลุมดำอาจมีขนาดใหญ่กว่าดวงอาทิตย์หลายล้านเท่า
ผมเชื่อว่า ถ้าโลกเราที่โคจรรอบดวงอาทิตย์มีสิ่งมีชีวิตอยู่ ในระบบสุริยะอื่นๆ ที่ประกอบด้วยดาวฤกษ์และดาวเคราะห์บริวาร หรือในแกแล็กซี่ที่ไม่มีที่สิ้นสุดก็ย่อมมีดาวเคราะห์ที่สามารถมีสิ่งที่มีชีวิตอยู่ด้วย ยิ่งถ้าริมขอบของหลุมดำสามารถก่อให้เกิดดาวเคราะห์ได้อย่างที่ทำแบบจำลองกันบรรดาดาวเคราะห์เหล่านั้นอาจจะมีบ้างบางดวงที่มีสิ่งมีชีวิตอยู่เช่นกัน
แต่ก็ไกลเกินกว่ามนุษย์จะมีศักยภาพไปถึง และเราก็กำลังง่วนอยู่กับการทำสงครามล้างเผ่าพันธุ์กันเอง
ทิวา สาระจูฑะ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง


