คดีโกงนิรโทษไม่ได้ ตอกหน้าแม้ว ชี้อย่าดันทุรังล้างผิด รัฐบาลอ้างไม่รู้ยื่นขอ หนูหารือบิ๊กเพื่อไทย เชื่อรู้ดีโหวตอย่างไร

“อนุทิน-รุทธพล”ตีมึนอ้างไม่รู้“ทักษิณ”ยื่นพ.ร.บ.สันติสุขดิ้นขอนิรโทษกรรมล้างมลทินทางการเมือง ด้าน“ถาวร”ซัดหยุดดันทุรังชี้มาตรา 3 ระบุชัดไม่คุ้มครองคดีโกง ขณะที่“วัส”ปลุกสังคมไทยจับตากลุ่มอำนาจและกระบวนการยุติธรรมอีกครั้ง ส่วนนายกฯเปิดทำเนียบวันหยุดกินข้าวแกนนำเพื่อไทย เน้นย้ำช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วม ยันพร้อมรับมือศึกซักฟอก เชื่อ พท.รู้มารยาทดีกว่าจะโหวตอย่างไร ไม่ต้องทวงสัญญาลูกผู้ชาย“ภูมิธรรม”ของขึ้นฟาด“ธนาธร”หน้าหงายความจำสั้น
เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2569 พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ขอให้วินิจฉัยสิทธิได้รับนิรโทษกรรมและพ้นจากความผิดทั้งปวงตามพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ.2568 ว่าตนยังไม่ทราบว่าท่านไปยื่นในส่วนไหน อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้มีกฎเกณฑ์อยู่แล้ว แต่ยังไม่ทราบว่าท่านยื่นเรื่องอะไร
เมื่อถามว่า คำร้องของนายทักษิณที่ระบุว่าได้รับความไม่ยุติธรรม เพราะความขัดแย้งทางการเมืองจากการรัฐประหาร ช่วงปี’48-49 ถือว่าเข้าเกณฑ์หรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพลกล่าวว่า ต้องให้คณะกรรมการดังกล่าวดูในรายละเอียด เพราะตนไม่ทราบเรื่อง
“ถาวร’กางเงื่อนไขพรบ.สันติสุข
นายถาวร เสนเนียม อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก“ถาวร เสนเนียม” แสดงความคิดเห็นต่อกรณีดังกล่าว โดยระบุตอนหนึ่งว่า พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 ส.ค. 2569 มีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่ถูกดำเนินคดีจากการกระทำที่มีมูลเหตุจูงใจทางการเมืองในช่วงวันที่ 1 ม.ค. 2548 ถึง 16 ก.ค. 2568 ได้มีโอกาสลดความขัดแย้งและกลับมาร่วมกันพัฒนาประเทศ
นายถาวรระบุว่า กฎหมายนี้มีข้อยกเว้นอย่างชัดเจน โดยไม่ครอบคลุมผู้กระทำความผิดฐานทุจริตหรือประพฤติมิชอบ ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ความผิดอาญาร้ายแรง เช่น ฆ่าหรือพยายามฆ่า ตลอดจนความผิดต่อส่วนตัว ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 3
ซัดแม้วหยุดดันทุรังล้างผิด
นายถาวรกล่าวถึงกรณีนายทักษิณว่า เคยถูกศาลพิพากษาจำคุกใน 4 คดีที่เกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบในช่วงดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี รวมโทษจำคุก 10 ปี และถูกถอดยศตำรวจ หลังจากนั้นในปี 2566 นายทักษิณเดินทางกลับประเทศไทยและยื่นขอพระราชทานอภัยโทษ โดยระบุว่ายอมรับตามคำพิพากษา และได้รับพระมหากรุณาธิคุณลดโทษเหลือจำคุก 1 ปี
นายถาวรระบุว่า จากข่าวทนายความของนายทักษิณ ชินวัตร ดำเนินการขอให้มีการนิรโทษกรรมให้กับนายทักษิณ ชินวัตร ตาม พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขด้วยอ้างว่าอายุมากแล้ว ไม่ยุ่งการเมืองแล้วนั้น ขอเรียนไปยังทนายความของนายทักษิณ ว่า พ.ร.บ.ฉบับนี้ ตามที่บัญญัติไว้ใน มาตรา 3 ไม่นิรโทษกรรมให้กับผู้ที่ถูกดำเนินคดีฐานทุจริตประพฤติมิชอบ ซึ่งชัดเจนมาก ไม่ต้องตีความอะไรเลย จะอ้างว่าอายุมากแล้ว ไม่ยุ่งการเมืองแล้ว ไม่ใช่เหตุผลที่บัญญัติไว้ในกฏหมายที่จะได้รับการนิรโทษกรรม ตาม พ.ร.บ.ฉบับนี้
“ท่านดำเนินการเรื่องนี้ ท่านมีวัตถุประสงค์อะไร สร้างความสับสน หรือเรียกร้องความสนใจ เรียกร้องความเห็นใจ หรือดันทุรังครับ ท่านอย่าไปสร้างความยุ่งยากกับ คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข เลยครับหยุดกระทำการดังกล่าวเถอะครับ พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขไม่นิรโทษกรรมการกระทำผิดในความผิดดังต่อไปนี้ครับ” นายถาวรระบุ
‘วัส’ชี้สังไทยต้องจับตาให้ดี
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุตอนหนึ่งว่า สังคมไทยต้องจับตากลุ่มอำนาจและกระบวนการยุติธรรมอีกครั้ง แม้ตาม มาตรา 6 (1) จะให้อำนาจคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขในการวินิจฉัยชี้ขาดและให้คำวินิจฉัยนั้นถือเป็นที่สุด แต่คณะกรรมการฯ จำเป็นต้องปฏิบัติหน้าที่ภายใต้กรอบของกฎหมายแม่บทอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะบทบัญญัติห้ามมิให้นิรโทษกรรมคดีทุจริตหรือประพฤติมิชอบตามมาตรา 3
“ดังนั้น คำร้องของนายทักษิณ ชินวัตร จึงถือเป็นอีกหนึ่งกรณีศึกษาชิ้นสำคัญของหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย ที่สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามใช้กลไกกฎหมายความปรองดอง แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องเผชิญหน้ากับหลักนิติธรรมและข้อจำกัดทางกฎหมายที่บัญญัติไว้อย่างรัดกุม ซึ่งตอกย้ำให้เห็นว่าลีลาและพฤติกรรมทางการเมืองนั้นยากที่จะแปรเปลี่ยนไปตามกาลเวลา แม้จะก้าวเข้าสู่ช่วงปัจฉิมวัยแล้วก็ตาม”นายวัสระบุ
อนุทินนัดกินข้าวแกนนำเพื่อไทย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูลนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ได้รับประทานอาหารร่วมกับรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ประกอบด้วยนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ นายนิกร โสมกลาง รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายวัชรพล ขาวขำ รมช.เกษตรและสหกรณ์และน.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รมช.เกษตรและสหกรณ์
นอกจากนี้ยังมีรัฐมนตรีบางส่วนของพรรคภูมิใจไทย อาทิ นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย โดยภายหลังการรับประทานอาหารและหารือร่วมกันประมาณ 1 ชั่วโมง นายอนุทินได้เดินลงมาส่งรัฐมนตรีเพื่อไทยขึ้นรถด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม โบกมือส่งจนครบทุกคน
อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวพยายามขอสัมภาษณ์ แต่นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทย พร้อมชี้ไปที่นายพลพีร์และนายภราดรให้มาให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนแทน
อ้างไม่รู้เรื่องทักษิณ-สส.ไอเดียร์
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เปิดเผยว่า ยังไม่ทราบเรื่องที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยื่นเรื่องนิรโทษกรรมตามกฎหมายสร้างเสริมสังคมสันติสุข เพียงพยักหน้าเมื่อถามว่า นายทักษิณมีสิทธิที่จะยื่นได้
เมื่อถามว่า ทราบข่าวกรณี น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ หรือไอเดียร์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย แล้วหรือไม่ กรณีทาง ป.ป.ช.ออกมาแถลงข่าวเรื่องยื่นบัญชีทรัพย์สิน ที่พบความผิดปกติ นายอนุทิน ระบุว่า ยังไม่ทราบ ก่อนจะบอกว่าดนตรีกำลังเล่นอยู่ และฮัมร้องเพลงว่า “อยู่กับสิ่งที่มี ไม่ใช่สิ่งที่ฝัน และทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด”
พลพีร์เผยหนูจี้งาน-รับมือซักฟอก
ด้านนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย กล่าวว่าเป็นการพูดคุยกันทั่วไปโดยปกตินายกรัฐมนตรีจะเชิญคณะรัฐมนตรี และพรรคร่วมรัฐบาล มาพูดคุยถึงสถานการณ์ต่างๆ สอบถามถึงปัญหาที่ได้รับจากประชาชนช่วงน้ำท่วม และการดำเนินการเรื่องค่าชดเชยเยียวยาจากอุทกภัย รวมถึงสอบถามถึงการดำเนินงานโครงการต่างๆ ของแต่ละกระทรวง ว่ามีอะไรที่ทำไปแล้วหรือมีโครงการอะไรที่อยากจะชี้แจงในเวทีอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพื่อให้ประชาชนได้เข้าใจไปในทำนองเดียวกัน ซึ่งเวทีอภิปรายไม่ไว้วางใจจะทำให้เราได้พูดให้ประชาชนได้เข้าใจเนื้อหาในงานต่างๆ ของแต่ละกระทรวงรัฐบาลตั้งใจทำ
เมื่อถามว่า มีการขอให้พรรคเพื่อไทยเตรียมพร้อมที่จะช่วยตอบหรือไม่ นายพลพีร์กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยคงจะทราบอยู่แล้ว เพราะนายกรัฐมนตรีได้ให้สัมภาษณ์ไปแล้วว่าหากตรงกับเนื้อหาของแต่ละกระทรวงที่นายกรัฐมนตรีไม่ได้ดูแลเหมือนกระทรวงมหาดไทย ก็ขอให้รัฐมนตรีแต่ละท่านได้เตรียมข้อมูลเอาไว้ หากมีการพาดพิงก็จะให้รัฐมนตรีเหล่านั้นได้ร่วมกันตอบ
เชื่อพท.รู้มารยาทดีโหวตอย่างไร
ทั้งนี้ ไม่ได้มีการพูดถึงเรื่องแนวทางการโหวต เพราะเป็นมารยาททางการเมืองอยู่แล้ว และพรรคเพื่อไทยเป็นเพียงพรรคเดียวที่ร่วมอยู่รัฐบาลชุดนี้อยู่แล้ว นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ทราบดีอยู่แล้วว่าควรทำอย่างไร
นายกฯย้ำซักฟอก5วันนานไป
เมื่อถามว่า มีการพูดคุยเรื่องของกรอบเวลาในการอภิปรายหรือไม่ นายพลพีร์กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ค่อยได้พูด แต่จะพูดเรื่องปัญหาของประชาชนมากกว่า โดยเฉพาะเรื่องการฟื้นฟูเยียวยาซึ่งนายกฯได้ขอให้แต่ละกระทรวงดูว่าทำอย่างไร ส่วนเรื่องของการอภิปรายไม่ได้มีการพูดถึง นายกรัฐมนตรีพูดแล้วว่า 5 วันนานเกินไป จึงให้เป็นเรื่องของวิปรัฐบาล และวิปฝ่ายค้านพิจารณา และค่อยเสนอมาที่คณะรัฐมนตรีอีกครั้ง
เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทยได้สะท้อนอะไรมายังนายกรัฐมนตรีหรือไม่ นายพลพีร์กล่าวว่า ไม่ได้สะท้อนอะไร มีแต่การพูดถึงเรื่องสถานศึกษาที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ขณะที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คุยเรื่องเกษตรกรที่ทำประมงซึ่งได้รับผลกระทบจากอุทกภัยที่มีทั้งกลุ่มที่ลงทะเบียน และไม่ได้ลงทะเบียน โดยนายกฯได้เน้นย้ำให้ช่วยตามกรอบกฎหมายที่วางเอาไว้
ไม่ให้ราคาบันเทิงธิปอธิปไตย
เมื่อถามว่า ประโยคแรกที่นายกรัฐมนตรีพูดกับรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยเมื่อได้พบกันคืออะไร นายพลพีร์เปิดเผยว่า นายกฯถามว่าทุกคนเป็นอย่างไรบ้าง สบายดีหรือไม่นายพลพีร์ย้ำว่า การนัดรับประทานอาหารกันครั้งนี้เป็นการติดตามงาน เพราะที่ผ่านมาทุกคนติดภารกิจช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่อุทกภัย ไม่มีพูดถึงเรื่องเคพีไอ แต่นายกฯมีแซวสำหรับผู้ที่ไม่ได้ถูกอภิปรายนิดหน่อย
เมื่อถามว่า ส่วนตัวนายพลพีร์ไม่ได้ถูกอภิปรายมองอย่างไรกับการอภิปรายของฝ่ายค้าน นายพลพีร์กล่าวว่า คิดว่า ส.ส.และรัฐมนตรีหลายคนได้พูดไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นบันเทิงธิปอธิปไตยหรืออะไรก็แล้วแต่ ตนไม่ได้รู้สึกอะไร เพราะตนมั่นใจในรัฐมนตรีชุดนี้ และมั่นใจในนายกรัฐมนตรีอยู่แล้ว หากมีข้อมูลใดสำหรับ 4 หน่วยงานที่ตนกำกับดูแลก็พร้อมชี้แจงแทนอยู่แล้ว
ยังไม่มีสัญญาณปรับครม.
เมื่อถามว่า นายกฯให้ความมั่นใจหรือไม่ว่าไม่มีการปรับคณะรัฐมนตรีภายในสิ้นปีนี้หรือต้นปีหน้า นายพลพีร์กล่าวว่า ตามที่นายกฯได้ให้สัมภาษณ์ในหลายๆ ครั้งว่าคงยังไม่ถึงเวลา และการอภิปรายก็น่าจะเร็วไปด้วยซ้ำ เพราะงบประมาณใหม่เพิ่งมา และตอนที่รัฐบาลเข้ามาเป็นช่วงท้ายของงบประมาณปี’69 ซึ่งรัฐบาลยังไม่ได้ใช้งบประมาณในการแก้ปัญหา และตลอดช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมาก็ช่วยแก้ปัญหาให้ประชาชน หากฝ่ายค้านคิดว่ามีไม้เด็ดไม้เมาหรือไม้อะไรก็แล้วแต่ในส่วนของรัฐมนตรีก็มั่นใจในส่วนที่คณะรัฐมนตรีบริหารอยู่
มั่นใจพท.ไม่ต้องย้ำสัญญาลูกผู้ชาย
เมื่อถามว่า ช่วงการอภิปรายไม่ไว้วางใจมักจะมีการกระชับมิตรกันแบบนี้ มีการตอกย้ำสัญญาลูกผู้ชายกับพรรคเพื่อไทยหรือไม่ นายพลพีร์กล่าวว่า ไม่ได้มีการพูดถึง เพราะนายยศชนัน และนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ก็ให้สัมภาษณ์ถึงเจตนารมณ์ความแข็งแกร่งความเป็นปึกแผ่นของรัฐบาลชุดนี้ จึงไม่มีข้อกังวลอะไร แม้รัฐบาลชุดนี้มีแค่สองพรรคการเมือง แต่ถูกอภิปรายพรรคเดียวก็ไม่ได้มีข้อกังวลใดๆ ขณะที่นายยศชนันก็บอกว่าไม่ได้รู้สึกกดดันอะไรทุกอย่างเหมือนเดิม
ปัดดีลสีเขียวเติมเสียงไว้วางใจ
เมื่อถามว่า มีการพูดถึงพรรคเขียวที่จะมาเติมเสียงด้วยหรือไม่ นานพลพีร์กล่าวว่า ไม่ได้มีการพูดถึงพรรคอื่นเลย เมื่อสักครู่ตอนแยกกันรัฐมนตรีช่วยทั้ง 3 ท่าน คือ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 2 ท่าน และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ก็ตอกย้ำความสัมพันธ์ที่ดีของพรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย
เมื่อถามว่า กรณีที่ฝ่ายค้านระบุว่ามีหลักฐานเด็ดที่จะเป็นใบเสร็จไปยื่นต่อหน่วยงานต่างๆ ได้ นายพลพีร์กล่าวว่า “อภิปรายทุกครั้งก็เด็ดทุกครั้ง สุดท้ายเด็ดไหมล่ะครับ มีแต่โดนเด็ดกลับไปหรือเปล่า
‘ลูกนก’งงโดนอภิปรายลูกไม่กตัญญู
ด้านนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่า เป็นประสบการณ์ใหม่ ทุกคนเตรียมความพร้อมเต็มที่ และคิดว่าน่าจะพร้อม
เมื่อถามว่า มองว่าข้อกล่าวหาเกินไปหรือไม่ นายไชยชนก กล่าวว่า ตนเองยังไม่เคยเห็นรูปแบบนี้ จึงไม่มีความคิดเห็นอะไร ที่บอกว่า ตนเองเป็นลูกไม่กตัญญู ก็ยังไม่แน่ใจว่ามีประเด็นเกี่ยวข้องอย่างไร มีข้อเท็จจริงรายละเอียดหลักฐานแบบไหน หรือเป็นเพียงอย่างที่มีวาทกรรมบันเทิงธิปไตย แต่ท้ายที่สุดตนเองก็เต็มที่อยู่แล้ว
รอดูฝ่ายค้านจะเปิดหลักฐานอะไร
เมื่อถามถึงข้อกล่าวหาของฝ่ายค้านว่ามีการเอื้อผลประโยชน์ให้พวกพ้อง และครอบครัวนั้น นายไชยชนก ถามกลับว่า อย่างเช่นเรื่องอะไร ตนไม่ได้ทำ ซึ่งตนก็ปฏิบัติหน้าที่เต็มที่ หากจะกล่าวหาเรื่องเขากระโดง เป็นข้อมูลที่เป็นเรื่องเก่าแล้ว และมีเหตุผลชัดเจน ผู้ถูกกล่าวหาไม่ใช่แค่พวกตนเอง แต่ประชาชนจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นกลุ่มเดียวที่มีเอกสารสิทธิ์ และอยู่ในกระบวนการทางกฎหมายที่พยายามพิสูจน์ทราบ ดังนั้น ข้อกล่าวหาที่บอกว่า เรามากระทำเรื่องนี้เพื่อพวกพ้องของตนเอง ก็ไม่ใช่เช่นกัน ส่วนหมายถึงเรื่องอะไรก็คงต้องรอดู
เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านระบุว่ามีหลักฐาน และใบเสร็จที่จะเอาผิดได้ เช่น เรื่องฮั้ว สว. นายไชยชนก กล่าวว่า ก็ต้องรอเขาเปิด เราก็พร้อมชี้แจง
มั่นใจตอบคำถามได้ทุกประเด็น
เมื่อถามว่า เตรียมตัวอย่างไร นายไชยชนก กล่าวว่า เตรียมเรื่องผลงาน แล้วต้องยันด้วยหลักเกณฑ์ เหตุผล ตนค่อนข้างไม่เชื่อว่าสิ่งที่เขากล่าวอ้าง ว่าตนเองไปทำเรื่องโน้นเรื่องนี้ ตนรู้ว่าตนไม่ได้ทำ เขาจะเอาหลักฐานมาจากไหน ไม่ได้กังวลอะไร
เมื่อถามว่า มั่นใจใช่หรือไม่ว่า สามารถตอบฝ่ายค้านได้ทุกประเด็น นายไชยชนก กล่าวว่า ตนมั่นใจในส่วนของตน ว่าตอบได้แน่นอน ส่วนสมาชิกพรรค ก็ต้องดูว่าเรื่องที่เขากล่าวหาจะมีเรื่องอะไร เราก็ไม่ทราบ แต่ค่อนข้างมั่นใจในส่วนที่เรารับผิดชอบโดยตรง และมั่นใจในส่วนของสมาชิกพรรค และคณะรัฐมนตรี ว่าสามารถที่จะปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่
5วันเยอะไปมีเรื่องอภิปรายแค่ไหน
เมื่อถามว่า ในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทยได้คุยกับสมาชิกพรรคหรือไม่ นายไชยชนก กล่าวว่า เราคุยกันมาตั้งแต่ก่อนที่จะมีการประกาศอยู่แล้ว และเรื่องนี้เป็นกลไกของฝ่ายค้านที่สามารถใช้ได้ และเชื่อว่าเขาจะใช้ เพราะฉะนั้น ทุกคนต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ตั้งแต่ก่อนเข้ามารับตำแหน่งแล้ว
เมื่อถามถึงกรณีที่ฝ่ายค้านขอเวลา 5 วัน ในการอภิปรายถือว่ามากเกินไปหรือไม่ นายไชยชนก กล่าวว่า ”ก็ดูเยอะไป 5 วันนี่มีเรื่องให้อภิปรายกันเยอะขนาดนั้นเลยไหม มีประเด็นใหม่ ๆ และเป็นประเด็นที่จริงมีอยู่จริงหรือเปล่า หรือจะเป็นแค่การ….“ ก่อนจะหยุดคิด และยิ้ม และกล่าวว่า เดี๋ยวรอดูดีกว่า
จี้“ไอเดียร์”แจงปมบัญชีทรัพย์สิน
นอกจากนี้ นายไชยชนก ยังกล่าวถึงกรณีป.ป.ช. ตรวจสอบพบบัญชีทรัพย์สิน น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมพรรคภูมิใจไทย และสามี เข้าข่ายบัญชีผิดปกติ เหตุที่มารายได้ไม่สัมพันธ์การชำระหนี้ และไม่ระบุอาชีพสามี ว่าเป็นเรื่องที่เจ้าตัวต้องชี้แจง มีหลายหน่วยงานที่มีความเกี่ยวข้อง และได้เข้าไปตรวจสอบ ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องของน.ส.สุชาดา
เมื่อถามว่าได้มีการปรึกษากันหรือไม่ ในฐานะที่เคยทำงานด้วยกันมาก่อนนายไชยชนก กล่าวว่าไม่มี ตอนที่ถามในวันนั้น น.ส.สุชาดา ก็ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์แต่อย่างใด เขาบอกว่าเขาพร้อมจะชี้แจง อย่างไรก็ตามทุกอย่างต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นใคร หน้าไหนก็ตาม ดังนั้นเขาต้องพร้อมที่จะถูกตรวจสอบและชี้แจงทุกอย่าง
เมื่อถามว่า ทีมกฎหมายของพรรคภูมิใจไทยจะต้องเข้ามาดูแลเรื่องนี้หรือไม่ นายไชยชนก กล่าวว่า “ไม่นะครับ ทุกคนมีทีมส่วนตัว”
‘อ้วน’ของขึ้นตอกหน้าธนาธร
วันเดียวกัน นายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่าน X วิพากษ์วิจารณ์ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ว่า “ความจำสั้น”… พรรคประชาชน “อยากพูดอะไร” ขึ้นอยู่กับว่า… “ตอนนั้นต้องการอะไร”พร้อมโพสต์ภาพ นายธนาธร ที่มีข้อความว่า ไม่เคยขอโทษ กับคำพูดนี้ ฮั้ว สว.ใครเป็นรัฐบาลก็ไม่เกี่ยวนะครับเรื่องอยู่ที่ กกต.รัฐบาลเกี่ยวอย่างเดียวคือ คดีอาญา ไม่เกี่ยวกับการถอดถอน สว.จะถอดถอนต้องไปที่กลไก กกต. ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ กรรมกรข่าว คุยนอกจอ 22 ก.ย. 68
’ชวน‘ออกโรงกรีดอนุทินเลือดซิบ
ด้านนายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการทำหน้าที่ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย โดยเฉพาะการแก้ปัญหาน้ำท่วมในหลายพื้นที่ว่า ไม่อยากวิจารณ์ เพราะอีกไม่นานจะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่ขอให้กำลังใจคนที่ลงพื้นที่ทำงานอย่างจริงจัง ซึ่งในวันแรกที่ตนลงพื้นที่ช่วยแจกสิ่งของ มีหน่วยงานราชการเข้าถึงประชาชนค่อนข้างน้อย หากเป็นต่างจังหวัด การแก้ปัญหาจะมีความพร้อมและรัดกุมกว่า เพราะมีองค์การบริหารส่วนตำบล ผู้ใหญ่บ้าน และกำนัน ขณะที่ในกรุงเทพฯ ตนมองว่าการทำงานยัง “มั่วพอสมควร” และยังมีอีกหลายพื้นที่ที่ความช่วยเหลือยังเข้าไแไม่ถึง
โยกย้ายเพื่อประโยชน์การเมือง
นายชวน กล่าวต่อว่า ส่วนการโยกย้ายข้าราชการของนายอนุทินนั้น เป็นเรื่องที่สามารถทำได้หากเจ้าหน้าที่ละเลยหรือไม่ใส่ใจประชาชนจริงๆ แต่หากเจ้าหน้าที่ทำหน้าที่ดีอยู่แล้ว และถูกเปลี่ยนแปลงด้วยเหตุผลอื่นในช่วงที่กำลังเผชิญปัญหา อาจทำให้คนทำงานเสียกำลังใจ ยกกรณีน้ำท่วมอำเภอหาดใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพิ่งย้ายมารับหน้าที่ได้ 7 วัน ก่อนหน้านั้นอยู่ที่กระบี่เพียง 3 เดือน ก็มีเสียงวิจารณ์ว่าเป็นการโยกย้ายเพื่อประโยชน์ทางการเมือง
“หากเอาการเมืองเป็นที่ตั้ง ไม่สนใจว่าใครจะเหมาะหรือไม่เหมาะ คนที่อาวุโสน้อยก็จะแซงขึ้นมาหมด คนที่คิดว่าจะได้เป็นผู้ว่าฯ 2-3 ปี ก็หมดโอกาส เพราะระบบการเมือง ผมได้คุยกับผู้ว่าฯ หลายคนยอมรับว่าเป็นเรื่องจริง บอกว่าเดี๋ยวนี้ไม่เหมือนเมื่อก่อน”
ชี้วงจรอุบาทว์กำลังลุกลาม
นายชวน กล่าวอีกว่า ข้าราชการควรทบทวน และไม่ควรปล่อยให้ฝ่ายการเมืองเข้ามา “ปู้ยี่ปู้ยำ” ระบบการแต่งตั้งโยกย้าย ตอนนี้ ระบบราชการมีปัญหาและวงจรอุบาทว์กำลังลุกลาม บางกระทรวงเมื่อรัฐมนตรีทุจริต ก็แต่งตั้งปลัดที่ทุจริต และปลัดแต่งตั้งอธิบดีที่ทุจริตต่อกันไป หรือเลือกคนที่ยอมทำตามและหาประโยชน์ให้ ขณะที่กระทรวงที่ดี ข้าราชการที่ดีก็ไม่มีโอกาสก้าวหน้า
นายชวน กล่าวว่า วงจรดังกล่าวยังลามไปถึงองค์กรอิสระ สะท้อนการไม่ใส่ใจกฎเกณฑ์ กติกาบ้านเมือง และความชอบธรรม ซึ่งจะทำให้ระบบประชาธิปไตยไม่ก้าวหน้า ยกตัวอย่างการทำหน้าที่ของกกต.และป.ป.ช. หากทำงานตรงไปตรงมา มีประสิทธิภาพ และยึดกฎหมายเป็นหลัก องค์กรเหล่านี้จะเป็นประโยชน์มาก แต่หากเอาแต่เกรงใจนักการเมือง ก็จะกลับกลายเป็นภาระของประเทศและผู้เสียภาษี ซึ่งสังคมต้องติดตามตรวจสอบบุคคลในองค์กรว่า ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาหรือไม่ และไม่ควรยอมให้ผู้ที่ไม่ทำหน้าที่เช่นนั้นอยู่ในองค์กรต่อไป
ซัดรัฐบาลชุดนี้ทำองค์กรอิสระเสื่อม
“ในมุมมองของผม นักการเมืองจากรัฐบาลชุดนี้เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้องค์กรอิสระหลายแห่งซึ่งเคยน่าเชื่อถือเสื่อมลง ยกตัวอย่างกรณีฮั้ว สว.ถือเป็นเรื่องคอร์รัปชันที่เชื่อมโยงไปถึงการตัดสินใจเลือกบุคคลเข้าไปดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ เพราะการใช้ดุลพินิจของสว.ขึ้นอยู่กับความผูกพันกับผู้มีอำนาจและที่มาของแต่ละคน หากนักการเมืองเข้ามาพัวพันกับ สว. ก็อาจเกิดการตอบแทนบุญคุณขึ้น แต่การตอบแทนบุญคุณต้องไม่เอาประโยชน์ของชาติไปแลก” นายชวน กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง


