Thai PBS โต้ สตง. ปมผลตรวจสอบเบิกจ่าย ชี้ควรฟังข้อมูลรอบด้าน ลั่นภารกิจโต 10 เท่า แต่งบเท่าเดิม

วันที่ 14 ตุลาคม 2569 ที่สำนักงานองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือไทยพีบีเอส นายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ พร้อมด้วย นายพิเศษ จียาศักดิ์ รองผู้อำนวยการ ส.ส.ท. ร่วมกันแถลงชี้แจงกรณี สตง.ตรวจสอบการดำเนินงานของไทยพีบีเอส ว่าได้ทำหนังสือถึงคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) ทันที หลังจากพบว่าผลการตรวจสอบถูกนำมาเผยแพร่ต่อสาธารณะก่อนที่กระบวนการจะเสร็จสิ้น ซึ่งสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงขององค์กรอย่างมาก
รอง ผอ.ไทยพีบีเอส มองว่า สตง.ควรรับฟังข้อมูลอย่างรอบด้าน ทั้งมิติด้านกฎหมายและจารีตประเพณีการทำงานของอุตสาหกรรมสื่อมวลชน เนื่องจากสื่อสาธารณะไม่ใช่สินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป แต่มีแนวปฏิบัติเฉพาะตัว ที่สำคัญข้อมูลที่มีการพาดพิงถึงบุคคลอื่นต้องถูกเก็บรักษาเป็นความลับ ไม่ควรเผยแพร่ออกมาก่อนมีหนังสือทางการและสรุปความเห็นอย่างถูกต้อง ทั้งนี้ อยากให้ สตง.ยึดถือแนวทางตามองค์กรตรวจสอบสากลโลก เพื่อสร้างความสบายใจแก่หน่วยรับตรวจทั้งหมด และไม่ให้เกิดข้อกังขา
ด้านนายอดิศักดิ์ ชี้แจงถึงการปฏิรูประบบบริหารจัดการ ว่าปัญหาเชิงโครงสร้างดังกล่าว มีมานานแล้ว แต่ทีมบริหารชุดปัจจุบันไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ศึกษาทางแก้ไว้เรียบร้อยแล้ว โดยกำลังว่าจ้างผู้พัฒนาระบบ ERP ซึ่งเป็นแกนกลางเชื่อมโยงทุกสำนักเข้าด้วยกัน ภายใต้คำแนะนำของบริษัท KPMG คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ต้นปี 2570 และพร้อมใช้งานเต็มรูปแบบภายใน 2 ปี
กรณีค่าตอบแทนแขกรับเชิญที่มีข้อท้วงติง นายพิเศษ อธิบายว่า เป็นการตรวจสอบย้อนหลัง 3 ปีตั้งแต่ปี 2566 ซึ่งเป็นเงินค่าเดินทาง หรือค่ารถประมาณ 1,000–2,000 บาทต่อครั้ง แม้ สตง.มองว่าไม่มีระเบียบบัญญัติชัดเจนในระเบียบปี 2567 แต่เรื่องนี้ถือเป็นอำนาจอนุมัติของผู้อำนวยการ ตามกฎหมายวินัยการเงินการคลัง และเมื่อย้อนดูบทเฉพาะกาลปี 2561 จะพบว่าเปิดช่องให้ดำเนินการได้อยู่แล้ว ยืนยันว่าไม่มีความเสียหายและไม่มีการทุจริตเกิดขึ้น ส่วนประเด็นรถยนต์ส่วนกลางนั้น เมื่อ สตง.ยังไม่เปิดเผยข้อมูลอย่างเป็นทางการ ไทยพีบีเอส จึงขอไม่ตอบคำถามในชั้นนี้
อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารไทยพีบีเอส ยังตั้งข้อสังเกตถึงการเปิดรับฟังความคิดเห็นร่างแก้ไข พ.ร.บ.ไทยพีบีเอส ตามมาตรา 77 ซึ่งพบความผิดปกติว่า หลังจาก สตง.แถลงข่าว มีสถิติผู้เข้ามาโหวตเห็นด้วยให้แก้กฎหมายเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับกฎหมายฉบับอื่น จึงแสดงความกังวลว่าการมีงบประมาณจัดสรรจาก'ภาษีบาป ถือเป็นหลักประกันความเป็นอิสระในการทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลและเป็นกระบอกเสียงให้ประชาชน
นายอดิศักดิ์ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันไทยพีบีเอส มีภารกิจขยายตัวเพิ่มขึ้นถึง 10 เท่า แต่งบประมาณที่ได้รับยังเท่าเดิม เมื่อเทียบกับมูลค่าเงินปัจจุบันจะเหลือเพียง 1,500 ล้านบาท โดยไม่เคยขอเพิ่ม และมีภารกิจที่สังคมมองไม่เห็น เช่น โครงข่ายทีวีดิจิทัลภาคพื้นดิน 63 สถานีทั่วประเทศ บุคลากรกว่า 1,200 คน ต้องแบ่งครึ่งหนึ่งไปทำภารกิจตรวจสอบข่าวปลอม บริการสำหรับผู้พิการ และรายการสำหรับเด็ก ซึ่งสื่อเชิงพาณิชย์ไม่สามารถผลิตได้เนื่องจากไม่มีผลกำไร รวมถึงการจ้างผู้ผลิตอิสระ เป็นไปตามกฎหมายเพื่อกระจายโอกาส
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : สตง.แฉคนในไทยพีบีเอส ร้องสอบใช้งบฯ ผิดปกติ ตั้งแต่ปลายปี 68 เร่งสรุปความผิดรายบุคคล คาดจ่อส่ง ป.ป.ช. ฟันต่อ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

