คอลัมน์ : กฎ กติกา ธุรกิจ

โพสต์ดื่ม เบียร์-เหล้า อาจผิดกฎหมายไม่รู้ตัว
จากกรณีที่ “ลิซ่า ลลิษา มโนบาล” หรือ ลิซ่า นักร้องสาวชาวไทย แนวเคป๊อป ที่มีชื่อเสียงก้องโลก ออกอากาศรายการโทรทัศน์ ช่อง NBC เป็นทอล์กโชว์ The Tonight Show กับพิธีกรที่มีชื่อเสียงคือ จิมมี่ แฟลลอน (Jimmy Fallon) เพื่อประชาสัมพันธ์หรือโปรโมตซิงเกิลใหม่ SaWaDiKa และอีพี อัลบั้ม PRESS PLAY และยังเผยแพร่ผ่านช่อง YouTube จนมีคนกล่าวถึงอย่างกว้างขวางติดกระแสโลก ช่วงกันยายน 2569 ที่ผ่านมา
ลิซ่าได้ชวน จิมมี่ แฟลลอน ให้ลองทานส้มตำ และชวนดื่มเบียร์ไทย ถือเป็นการส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์ของไทยในระดับโลก แต่ในเวลาเดียวกันได้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศอย่างกว้างขวาง
ยังนับว่า ลิซ่าโชคดี เพราะรายการถ่ายทำและออกอากาศในต่างประเทศ คนไทยสามารถติดตามดูได้ทางช่อง YouTube จึงไม่ถือว่า ลิซ่ากระทำความผิดตามกฎหมายไทย
ตามกฎหมายไทย การชักชวนให้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่มีภาพของเครื่องดื่ม รวมทั้งขวด แอลกอฮอล์ เผยแพร่ ถือว่าเข้าข่ายผิดกฎหมาย พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มีผลบังคับใช้ในประเทศไทย
ประเทศไทยมีพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 โดยกฎหมายฉบับนี้ได้ปรับแก้ไขบริบทสำคัญของ พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 ฉบับเดิม
กฎหมายฉบับใหม่ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบความผิดเกี่ยวกับการโฆษณาตามมาตรา 32 ให้เข้าสู่ มาตรการปรับเป็นพินัย ตามมาตรา 37/1 ที่กำหนดให้ผู้ฝ่าฝืนต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท เพื่อปรับลดความรุนแรงของโทษทางอาญาเดิมลงมา ให้มีความเหมาะสมและได้สัดส่วนมากขึ้น
ในทางปฏิบัติ กรณีดังกล่าว แบ่งถูกควบคุมโดยกฎหมายอื่นอีกคือ ประกาศคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการตักเตือน หรือสั่งให้ระงับหรือแก้ไขการกระทำ รวมถึงการสั่งให้ระงับการเผยแพร่สื่อโฆษณา (พ.ศ. 2568) ซึ่งมีสาระสำคัญที่เป็นประกาศที่ออกมารองรับมาตรการเชิงบริหาร เพื่อให้เจ้าหน้าที่ใช้เป็นขั้นตอนก่อนหรือควบคู่กับการดำเนินคดี เช่น การออกคำสั่ง “ตักเตือน” หรือ “สั่งให้ระงับ/แก้ไข” สื่อโฆษณาที่มีปัญหา ก่อนที่จะนำโทษรุนแรงมาบังคับใช้
ประกาศกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการให้ข้อมูลข่าวสาร ความรู้ หรือประชาสัมพันธ์ตามมาตรา 32/1 และมาตราที่เกี่ยวข้อง โดยมี สาระสำคัญ ที่กำหนดเส้นแบ่งระหว่างสิ่งที่ทำได้ เช่น การให้ความรู้เชิงประวัติศาสตร์ กระบวนการผลิต หรือวัฒนธรรม กับสิ่งที่ยังห้ามเด็ดขาด เช่น การชักจูงใจ การใช้พรีเซ็นเตอร์ หรือการอวดอ้างสรรพคุณ เพื่อให้ผู้ประกอบการมีกรอบปฏิบัติที่ชัดเจนขึ้น
ประกาศกำหนดเวลาห้ามขายและห้ามบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเรื่องวันห้ามขาย ซึ่งมีสาระสำคัญ ควบคุมกรอบเวลาและสถานที่ในการจำหน่ายและการบริโภค เพื่อเชื่อมโยงกับการควบคุมพฤติกรรมเสี่ยงในสังคม
ทั้งนี้ ไม่รวมถึงร่างฉบับใหม่ที่มีการแก้อัตราโทษปรับให้สูงขึ้น (ร่าง พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่...) เพิ่มบทกำหนดโทษในส่วนของการโฆษณาที่ฝ่าฝืน ให้มีอัตราโทษปรับสูงสุด “ไม่เกิน 1,000,000 บาท” จากเดิมที่กำหนดไว้ปรับไม่เกิน 500,000 บาท)
กรณี ลิซ่า เป็นรายการที่ออกอากาศ แพร่ภาพในต่างประเทศ และไม่ได้มีการนำรายการดังกล่าวมาออกอากาศในประเทศไทย แต่เกิดเป็นประเด็นขึ้นมา เพราะมีการส่งต่อหรือแชร์เผยแพร่ในประเทศไทย จากบรรดาผู้ติดตามที่ชื่นชมลิซ่าเผยแพร่อาหารไทยและเบียร์ไทย ซึ่งเป็นซอฟต์พาวเวอร์ของประเทศไทย
หากพิจารณาถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ลิซ่ามีเจตนาดีที่จะเผยแพร่ซอฟต์พาวเวอร์ของประเทศไทย แม้อาจจะผิดตามที่กฎหมายไทยบัญญัติไว้ แต่ไม่ถือว่า ลิซ่ากระทำผิดกฎหมายไทย เพราะการกระทำของลิซ่าเกิดขึ้นในต่างประเทศ
ส่วนผู้ที่ส่งต่อหรือแชร์ ภาพ หรือคลิป ของลิซ่า และเผยแพร่ในประเทศไทย ถือได้ว่ากระทำความผิดกฎหมายในประเทศไทย แม้จะไม่มีเจตนาก็ตาม
ดังนั้น หากเจ้าหน้าที่จะพิจารณาว่า เป็นความผิดหรือไม่ น่าจะพิจารณาจากเจตนาเป็นสำคัญว่า ส่งต่อหรือแชร์ ภาพและคลิป โดยมีวัตถุประสงค์อะไร หากไม่ได้กระทำเพื่อประโยชน์โฆษณาทางการค้า น่าจะได้รับการตักเตือน มากกว่าการลงโทษตามกฎหมาย หรือหากจะต้องรับโทษ ควรได้รับโทษสถานเบา
ในทางปฏิบัติ ศาลไทยได้มีแนวทางในการตีความว่าการโฆษณาที่ไม่ถือว่าเป็นความผิด คือ การให้ข้อมูลข่าวสารเชิงวิชาการ ความรู้ หรือประวัติศาสตร์อย่างแท้จริง บรรยายเชิงสาระความรู้ทางมานุษยวิทยาหรือประวัติศาสตร์ โดยไม่มีการใส่ภาพขวดเพื่อเชิญชวน ไม่มีราคา ไม่มีช่องทางการสั่งซื้อ และไม่มีคำเชิญชวนให้ลิ้มลอง หรือพฤติกรรมการจำหน่ายสินค้าอื่นที่มีชื่อหรือโลโก้บังเอิญไปพ้องโดยไม่มีเจตนาเชื่อมโยง เป็นกรณีที่ผู้ประกอบการขายสินค้าทั่วไป (เช่น น้ำดื่ม โซดา หรือสินค้าแฟชั่น) แต่มีตัวหนังสือหรือฟอนต์บางส่วนคล้ายคลึงกัน
หากพิสูจน์ได้ว่าเป็นชื่อทางการค้าที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายสินค้าประเภทนั้นๆ โดยตรง และไม่มีการจัดฉาก หรือใช้ข้อความกำกับในทำนองสื่อเชิญชวนสังสรรค์ ศาลจะไม่ตีความรวมว่า เป็นความผิดฐานโฆษณาแอลกอฮอล์โดยอ้อม หรือการโพสต์ภาพส่วนตัวหรือแชร์ข่าวสารโดยประชาชนทั่วไป
ตามแนวทางที่กระทรวงสาธารณสุขและคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เคยชี้แจงบ่อยครั้งคือ ประชาชนทั่วไปที่โพสต์ภาพถ่ายในงานแต่งงาน งานสังสรรค์ส่วนตัว หรือเช็คอินร้านอาหารแล้วติดภาพขวดเครื่องดื่มหรือป้ายแบรนด์อยู่ฉากหลัง (โดยไม่ได้เบลอภาพ) แบบไม่ได้ตั้งใจโดยไม่มีสัญญารับจ้าง ไม่ได้รับผลประโยชน์ และไม่มีข้อความเชิญชวนดื่ม พฤติกรรมเหล่านี้ในทางปฏิบัติจะไม่ถูกดำเนินคดี เนื่องจากขาดเจตนาโฆษณาทางการค้า
จากแนวคำพิพากษาและแนวปฏิบัติของหน่วยงานรัฐพฤติการณ์ที่จะถือว่าปลอดภัยและไม่ผิดกฎหมาย สำหรับกรณีผู้เผยแพร่หรือแชร์ ซึ่งจะไม่ถือว่าเป็นความผิดนั้น จะมีลักษณะที่ไม่มีผลประโยชน์ตอบแทน คือ ผู้โพสต์หรือผู้แชร์ไม่ได้รับค่าจ้าง ไม่ได้เป็นอินฟลูเอนเซอร์ที่รับรีวิว และไม่ได้ประโยชน์ทางธุรกิจจากแบรนด์นั้น ในเนื้อหามุ่งเน้นให้ข้อเท็จจริงหรือเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น เช่น การวิจารณ์ข่าวสารบ้านเมือง การแชร์ความชื่นชอบศิลปินระดับโลกตามข่าว โดยไม่มีการรีวิวรสชาติหรือกระตุ้นยอดขาย และไม่มีองค์ประกอบกระตุ้นเร้าด้วยถ้อยคำเชิญชวน เช่นคำว่า “โปรโมชั่นวันนี้”, “ต้องลอง”, “หอมนุ่มชวนฝัน” หรือการใช้ภาพแก้วที่มีฟองเบียร์ล้นทะลักเพื่อดึงดูดใจ
กฎหมายเกี่ยวกับการควบคุมโฆษณาแอลกอฮอล์ อาจเป็นเรื่องใหม่สำหรับคนหมู่มาก แต่ต้องยอมรับ เรียนรู้และทำความเข้าใจ เพราะจะปฏิเสธความรับผิด โดยอ้างว่าไม่รู้กฎหมาย ย่อมไม่สามารถทำได้
ดร.รุจิระ บุนนาค
กรรมการผู้จัดการ
Marut Bunnag International Law Office
Twitter : @RujiraBunnag
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

