พิษน้ำท่วมปราจีนฯ ดับพุ่ง25ศพ ปทุมปลาตายเกลื่อน กลิ่นเหม็นเน่าโชยคละคลุ้ง กทม.เตือน11ชุมชนรับมือ

สำนักการระบายน้ำ เตือน 11 ชุมชนนอกคันกั้นน้ำ-จุดฟันหลอ เฝ้าระวังน้ำรั่วซึมแนวเขื่อนริมเจ้าพระยา พร้อมเปิดประตูระบายน้ำฯ รับน้ำจากปทุมธานี ส่วน จ.ปทุมธานี อ่วม น้ำเน่าเสียปลาตายเกลื่อน อุทัยธานี น้ำซัดคอสะพานขาดที่บ้านปางศิลา ส่วนปราจีนบุรี ดับแล้ว 25 เซ่นน้ำท่วมเมืองกาญจน์ สวนผลไม้จมน้ำอื้อ ขณะที่ จ.เพชรบุรี รับมือทั้งน้ำท่วม น้ำทะเลหนุน พื้นที่เกษตร อ.ชะอำ เสียหาย 3 พันไร่
เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม ที่ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วม นายชัชญา ขำจันทร์ รองผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กล่าวว่าได้คาดการณ์ระดับน้ำเจ้าพระยา ซึ่งจะขึ้นเต็มที่ช่วงเวลา 09.34 น.สูงสุดบริเวณหน้ากองบัญชาการกองทัพเรือ เขตบางกอกน้อย กทม.+1.09 ม.รทก. (ระดับวิกฤติอยู่ที่ +3.00 ม.รทก.)ภาพรวมสถานการณ์ระดับน้ำในจุดติดตามต่างๆ ยังต่ำกว่าแนวเขื่อนป้องกันน้ำท่วม(แนวเขื่อนฯ สูง 2.8-3.5 เมตร) แต่ต้องเฝ้าระวังสำหรับชุมชนนอกแนวเขื่อนฯ และจุดฟันหลอ 11 ชุมชนในเขตดุสิต พระนคร บางคอแหลม ยานนาวา บางกอกน้อยและคลองสาน รวมทั้งชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา ริมคลองบางกอกน้อย และริมคลองมหาสวัสดิ์ ให้เฝ้าระวังน้ำรั่วซึมแนวเขื่อนไว้ด้วย
กทม.ฝนกระหน่ำท่วมหลายจุด
บ่ายวันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในหลายพื้นที่ของ กทม.เกิดฝนตกหนัก จนทำให้มีน้ำท่วมขังรอการระบายหลายจุด เช่น พื้นที่เขตบางเขน ถนนวิภาวดีรังสิต มีฝนตกหนักจนเกิดน้ำท่วมถนน รถเคลื่อนตัวได้ช้า บริเวณที่มีงานก่อสร้างน้ำท่วมขังจนการสัญจรเป็นไปอย่างยากลำบาก
เร่งระบายรอรับน้ำจากปทุมฯ
ขณะเดียวกัน สำนักการระบายน้ำ ได้เปิดประตูระบายน้ำ (ปตร.) คลองสองสายใต้ เพิ่มอีก 10 เซนติเมตร รวมเป็น 80 เซนติเมตร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรับน้ำและผันน้ำจากคลองหกวาสายล่าง จ.ปทุมธานี เข้าสู่ระบบระบายน้ำของกทม.อย่างต่อเนื่อง การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามแนวทางที่หารือร่วมกับกรมชลประทานและสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เพื่อบริหารจัดการและเร่งระบายน้ำจากพื้นที่ จ.ปทุมธานี โดยรับน้ำผ่านคลองสอง ไปยังคลองลาดพร้าว เข้าสู่อาคารรับน้ำพระราม 9 ก่อนระบายและสูบออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ผ่านระบบสูบน้ำและอุโมงค์ระบายน้ำพระโขนง อย่างไรก็ตาม ได้ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมบริหารจัดการประตูระบายน้ำและสถานีสูบน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อเร่งระบายน้ำและลดผลกระทบต่อประชาชนทั้งในพื้นที่กทม.และพื้นที่รอยต่อ
ปทุมฯน้ำเน่าปลาตายเกลื่อน
ที่ จ.ปทุมธานี สถานการณ์น้ำท่วมซึ่งยืดเยื้อมาหลายวัน ระดับน้ำเริ่มลดลงบ้าง แต่กลับต้องเผชิญวิกฤตปัญหาสิ่งแวดล้อมตามมา โดยมวลน้ำแต่ละคลองเริ่มเน่าเสีย ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งรุนแรง เนื่องจากสภาพน้ำขาดออกซิเจน ทำให้ปลาและสัตว์น้ำจำนวนมากพากันลอยหัวขึ้นมาเหนือน้ำเพื่อหาอากาศหายใจ ก่อนจะน็อกน้ำตายเกลื่อนลอยส่งกลิ่นเน่าเหม็นเต็มลำคลองโดยเฉพาะใน ต.คลองหนึ่ง และคลองสอง อ.คลองหลวง สร้างความเดือดร้อนรำคาญและส่งผลกระทบต่อสุขภาวะของประชาชนที่อาศัยอยู่ริมน้ำ ต่อมาเทศบาลเมืองท่าโขลงได้ส่งเจ้าหน้าที่เร่งเก็บตักซากปลาที่ลอยตายเกลื่อนในลำคลอง เพื่อนำไปกำจัดอย่างถูกสุขลักษณะและป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค
ประสานกรมชลฯระบายน้ำออก
นายสุเทพ วงษ์แจ้ง นายกเทศมนตรีเมืองท่าโขลง กล่าวว่า สาเหตุหลักที่ปลาตาย เกิดจากสภาพน้ำในคลองที่เน่าเสียจากน้ำท่วมขังไม่ระบายเป็นเวลานาน เบื้องต้นได้ประสานงานอย่างเร่งด่วนไปยังกรมชลประทาน เพื่อขอให้พิจารณาเปิดประตูระบายน้ำให้น้ำเสียไหลออกสู่ระบบ พร้อมทั้งขอให้เปิดประตูระบายน้ำบริเวณคลองระพีพัฒน์ เพื่อดึงมวลน้ำดีเข้ามาช่วยเจือจางและผลักดันน้ำเน่าเสียที่ตกค้างออกไปโดยเร็ว เพื่อบรรเทาทุกข์และแก้ปัญหามลพิษให้แก่ประชาชนในพื้นที่
อุทัยฯน้ำป่าหลากท่วมพื้นที่
ด้านนายณัฐพศุตม์ โชติจิรศิริกุล นายอำเภอบ้านไร่ จ.อุทัยธานี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กรมทางหลวงชนบท และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายภายหลังเกิดพายุฝนตกหนักติดต่อกันตลอดช่วงกลางดึกวันที่ 14 ตุลาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้มีมวลน้ำป่ามหาศาลไหลหลากจากยอดเขาลงมาอย่างรวดเร็วและรุนแรง ทะลักลงสู่ลำห้วยกระเสี่ยวสายหลักและไหลลงสู่เขื่อนกระเสียว จ.สุพรรณบุรี ท่ามกลางเสียงน้ำป่าและสายฝนที่ดังกระหน่ำไปทั่วบริเวณ
บ้านปางศิลาทองสะพานขาด
ทั้งนี้ กระแสน้ำป่าที่เชี่ยวกราก ได้กัดเซาะคอสะพานคอนกรีต บริเวณหมู่ 3 บ้านปางศิลาทอง พังถล่มลงมา เกิดความเสียหาย4 เมตร และมีความลึกกว่า 5 เมตร ส่งผลให้รถทุกชนิดไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาบนเส้นทางสายบ้านไร่–ปางศิลาทอง หรือเส้นทางด้านหลังโรงงานน้ำตาล ซึ่งเป็นถนนสายสำคัญที่เชื่อมต่อระหว่าง อ.บ้านไร่ มุ่งหน้าไปยัง อ.ด่านช้างและผ่านหลายหมู่บ้าน ทำให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก ต้องเลี่ยงไปใช้เส้นทางถนนสาย 333 ซึ่งต้องอ้อมไปไกลกว่า 10 กิโลเมตร
เร่งซ่อมให้กลับมาใช้งานปกติ
นายณัฐพศุตม์ โชติจิรศิริกุล นายอำเภอบ้านไร่ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้บูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วน ระดมกำลัง และนำเครื่องจักรกลหนักเข้าพื้นที่เพื่อเร่งซ่อมแซมคอสะพานที่ขาดโดยเร็วอย่างไรก็ตาม การปฏิบัติงานจะต้องประเมินสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด โดยหวังว่าจะไม่มีพายุฝนลงมาซ้ำเติม เพราะอาจเป็นอุปสรรคและทำให้การซ่อมแซมล่าช้าออกไป
ถอนใบอนุญาตรง.ปล่อยมลพิษ
ส่วนที่ จ.ปราจีนบุรี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คืนที่ผ่านมา นายชนาธิป โคกมณี รอง ผวจ.ปราจีนบุรี รักษาราชการแทน ผวจ.ปราจีนบุรี ได้สรุปผลการประชุมร่วมทุกฝ่ายอย่างเร่งด่วน โดยมีมติเห็นชอบเสนอเรื่องไปยังกรมโรงงานอุตสาหกรรม ให้สั่งปิดและเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานอุตสาหกรรม4 แห่ง ภายหลังพบกระทำความผิดปล่อยมลพิษทางน้ำอย่างชัดเจน จนสร้างความเสียหายหนักแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาในกระชังและกุ้งนอกจากนี้ยังส่งเรื่องให้ตำรวจขยายผลสอบสวนเส้นทางการเงิน เพื่อดำเนินคดีกลุ่มทุนต่างชาติที่ใช้ตัวแทนอำพราง (นอมินี) ถือหุ้นบังหน้าเข้ามาดำเนินกิจการโดยผิดกฎหมาย
ตั้งคณะทำงาน3ฝ่ายตรวจเข้ม
พร้อมกันนั้น ได้วางมาตรการระยะยาวตั้งชุดเคลื่อนที่เร็วตรวจ 24ชั่วโมงและแต่งตั้งคณะทำงาน 3 ฝ่าย คือภาครัฐ เอกชน และประชาชน ป้องกันมลพิษร่วมกัน โดยมอบหมายให้นายสัญญา นามี รอง ผวจ.ปราจีนบุรี รับเรื่องร้องเรียนเร่งกำหนดมาตรการเยียวยาชาวบ้านโดยเร็ว
ปราจีนฯดับ25รายเซ่นน้ำท่วม
สำหรับสรุปสถานการณ์น้ำท่วม จ.ปราจีนบุรี พบความเสียหาย 7 อำเภอ 65 ตำบล 691 หมู่บ้าน 37 ชุมชน รวม 59,727 ครัวเรือนมีผู้เสียชีวิตสะสม 25 ราย (จมน้ำ 20 ราย และไฟฟ้าชอร์ต 5 ราย) กระจายอยู่ใน อ.กบินทร์บุรี 7 รายอ.ประจันตคาม 6 รายอ.ศรีมโหสถ 4 รายอ.เมือง3 รายอ.บ้านสร้าง 3 ราย และ อ.ศรีมหาโพธิ 2 ราย พื้นที่การเกษตรเสียหายกว่า 109,685 ไร่ สัตว์น้ำและปศุสัตว์เสียหายกว่า 4 แสนตัว
นายชนาธิป กล่าวว่า พื้นที่รับน้ำอย่าง อ.บ้านสร้าง ระดับน้ำยังลดลงได้ช้าเนื่องจากน้ำทะเลหนุนและการเปิดประตูระบายน้ำคลอง 13 ปัจจุบันยังเปิดศูนย์พักพิงชั่วคราว 13 แห่ง โดยกำชับให้ดูแลเรื่องอาหารและสุขภาพจิตของผู้ประสบภัยอย่างใกล้ชิด
เร่งเก็บขยะ-ทำความสะอาด
ขณะที่นายบุญเกื้อ พากเพียรศิลป์ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองปราจีนบุรี ระบุว่า เขตเทศบาลเมืองระดับน้ำลดลงเกือบทั้งหมดแล้ว เหลือแค่บางชุมชน อาทิ ชุมชนท้ายวัดหลวง และชุมชนศรีมงคล โดยประชาชนเร่งทำความสะอาดบ้านเรือน นำขยะและข้าวของที่เสียหายมาวางกลางถนนหรือริมทางจึงให้กองอนามัยและสิ่งแวดล้อมขนย้ายทุกวัน โดยเฉพาะถนนสายประจันตคามได้เร่งนำรถโกยตัก รถบรรทุก ฉีดล้างทำความสะอาดถนนเพื่อคืนพื้นที่และความสะอาด
ถนนทรุดหวั่นกระทบเดินทาง
ขณะเดียวกัน ในส่วนของผลกระทบการเดินทาง ภญ.ดร.สุภาภรณ์ปิติพร ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร แจ้งว่าถนนสาย 3079 (ปราจีนบุรี-ศรีมหาโพธิ) บริเวณหน้าวัดกระแจะ ถนนทรุดตัวเป็นแนวยาว สัญจรได้เพียงช่องทางเดียว จึงหวั่นเกรงว่าจะกระทบการเดินทางมาใช้บริการที่โรงพยาบาลของประชาชน
นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่าถนนสายสระแก้วตัดใหม่ (พนมสารคาม-สระแก้ว) หรือถนนสาย 359 (กม.58 ตรงข้ามปั๊มคาลเท็กซ์ มุ่งหน้าเขาหินซ้อน) เกิดหลุมลึก 7 เซนติเมตร ยาว 2 เมตร ส่งผลให้มีจักรยานยนต์ประสบอุบัติเหตุเสียหลักล้มได้รับบาดเจ็บแล้วกว่า 20 ครั้ง จึงมีการร้องขอให้แขวงทางหลวงปราจีนบุรี เร่งซ่อมแซมและสำรวจจุดที่ถนนเป็นหลุมเป็นบ่อตลอดเส้นทางเพื่อความปลอดภัย
กาญจนบุรีพื้นที่เกษตรจมน้ำ
ที่ จ.กาญจนบุรี สถานการณ์น้ำท่วมใน อ.หนองปรือ ยังคงน่าเป็นห่วง หลังจากบริเวณหมู่บ้านหนองไม้แก่น พบว่ามีน้ำท่วมขังเป็นบริเวณกว้าง สวนผลไม้ ไร่อ้อย และพื้นที่ทำการเกษตรหลายแห่ง ได้รับความเสียหาย ขณะที่ถนนหน้าแยกหนองปรือ มุ่งหน้าหนองรี พบกระแสน้ำไหลท่วมผิวการจราจร ระดับน้ำสูงและมีกระแสน้ำไหลผ่าน ทำให้ผู้ใช้รถใช้ถนนต้องเพิ่มความระมัดระวังในการสัญจร โดยเฉพาะรถเล็กที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ หากขับฝ่ากระแสน้ำที่ท่วมถนน
เบื้องต้นมีรายงานว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับการประสานเพื่อเข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวแล้ว พร้อมกับแจ้งเตือนประชาชนที่ต้องใช้เส้นทางนี้ เพิ่มความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการขับรถฝ่ากระแสน้ำที่ท่วมสูง หรือกระแสน้ำไหลแรง เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
เพชรบุรีอ่วมน้ำทะเลหนุนซ้ำ
อีกด้านหนึ่ง ร.ต.ท.ภพชนก ชลานุเคราะห์ ผวจ.เพชรบุรี สั่งการด่วนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือประชาชน ภายหลังในพื้นที่ประสบภัยธรรมชาติพร้อมกัน 2 อำเภอ ทั้งภาวะน้ำทะเลหนุนสูงและฝนตกหนักสะสมโดย อ.บ้านแหลม นายพลกฤต พวงวลัยสิน ปลัดจังหวัดเพชรบุรี ลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในต.บางครก ภายหลังเกิดภาวะน้ำทะเลหนุนสูงแตะระดับ 3.5 เมตร ส่งผลให้น้ำล้นตลิ่งทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรอย่างรวดเร็ว
จากการสำรวจเบื้องต้นพบผู้ประสบภัย 172 ครัวเรือน แยกเป็น หมู่ 2 รวม 2 หลังคาเรือนหมู่ 3 รวม 150 หลังคาเรือน และหมู่ 10 รวม 20 หลังคาเรือน ขณะนี้ระดับน้ำเริ่มลดลงแล้วแต่ยังมีน้ำท่วมขังในที่ลุ่มต่ำโดยปลัดจังหวัด ได้มอบชุดยาสามัญประจำบ้านบรรเทาความเดือดร้อน พร้อมประสานสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เพชรบุรี นำถุงยังชีพเข้าแจกจ่าย และสั่งการให้นายอำเภอบ้านแหลมเร่งเสนอประกาศเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยเพื่อช่วยเหลือตามระเบียบราชการได้โดยเร็ว
ชะอำพื้นที่เกษตรจม3พันไร่
ส่วนที่ อ.ชะอำ นายแก้ว คงวงศ์ นายอำเภอชะอำ พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่สำรวจคลองระบายน้ำ D3 และ D5 หลังจากฝนตกหนักต่อเนื่องจนปริมาณน้ำล้นตลิ่ง เอ่อท่วมนาข้าวและพืชสวนของเกษตรกรในต.หนองศาลา และ ต.นายาง ได้รับผลกระทบกว่า 3,000 ไร่ เบื้องต้นได้นำรถแบคโฮเข้าขุดลอกสิ่งกีดขวางทางน้ำ พร้อมประสานสำนักงานชลประทานฯ เร่งยกบานประตูระบายน้ำทุกจุด เพื่อผลักดันมวลน้ำออกจากพื้นที่การเกษตร บรรเทาความเสียหายต่อผลผลิตของชาวบ้านอย่างเร่งด่วน

