จลาจลฝรั่งเศสลุกเป็นไฟ แดนมิคสัญญี ปล้นสะดม-เผาทั่วปท. ประท้วงค่าครองชีพพุ่ง

เกิดประท้วงครั้งรุนแรงลุกลามไปหลายเมืองทั่วฝรั่งเศส จากความไม่พอใจเรื่องค่าครองชีพที่แพงขึ้น-บริการสาธารณะด้อยคุณภาพ กลุ่มผู้ชุมนุมมากกว่า 5.5 แสนคน ชูป้ายเดินถนน บางส่วนบุกเผาทำลายทรัพย์สินของรัฐบาล -ศาลาว่าการเก่าแก่ของเมืองถูกวางเพลิงวอด บุกปล้นสะดมร้านค้า ร้านสินค้าแบรนด์เนมหรู ซุปเปอร์มาเก็ต เผารถยนต์ จนเกิดปะทะกับตำรวจ ที่ใช้แก๊สน้ำตาและรถฉีดน้ำแรงดันสูงสลายการชุมนุม ทำให้มีผู้บาดเจ็บทั้งสองฝ่ายจำนวนมาก และมีผู้ชุมนุมถูกจับกุมมากกว่า 1200 คน
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเหตุประท้วงครั้งรุนแรงในฝรั่งเศสเมื่อวันที่ 17 ตุลาคมตามเวลาท้องถิ่น เนื่องจากประชาชนจำนวนมากไม่พอใจปัญหาค่าครองชีพสูง บริการสาธารณะด้อยคุณภาพ กลายเป็นจลาจลครั้งใหญ่ ลุกลามไปหลายเมืองจนควบคุมไม่ได้ ถือเป็นเหตุประท้วงครั้งรุนแรงที่สุดของฝรั่งเศสในรอบหลายสิบปี แม้จะมีผู้ประท้วงจำนวนมากชุมนุมอย่างสงบ เดินถือป้ายที่มีข้อความต่อต้านตำรวจ ประธานาธิบดี รัฐบาล และกลุ่มคนรวยไปตามถนนสายต่าง แต่ในบางจุดเกิดการเผชิญหน้ากันระหว่างเจ้าหน้าที่และผู้ชุมนุม โดยผู้ประท้วงบางส่วน สวมหน้ากากบุกเข้าไปวางเพลิงศาลาว่าการเก่าแก่ในเมืองลีมอฌ อายุมากกว่า 140 ปี ทำให้เพลิงไหม้อย่างรุนแรง จนหลังคาพังถล่มลงมา ส่วนที่เมืองลีล สถานการณ์ตึงเครียดเช่นกัน ตำรวจปราบจลาจลพยายามเข้าควบคุมฝูงชนและสลายการชุมนุมด้วยการใช้แก๊สน้ำตา ขณะที่ผู้ประท้วงบางส่วนขว้างปาสิ่งของและแก๊สน้ำตาใส่เจ้าหน้าที่ จนเกิดการปะทะกันขึ้น
รวมถึงที่กรุงปารีสและเมืองใหญ่อีกหลายแห่ง มีรายงานว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุทำลายสถานที่ราชการ บุกร้านแบรนด์เนมหรู ซูเปอร์มาร์เก็ต รวมถึงรถตำรวจและทำร้ายตำรวจ ที่เมืองมาร์เซย์ ผู้ประท้วงสวมชุดสีดำบุกเข้าไปในศาลาว่าการเมืองและขีดเขียนข้อความต่อต้านรัฐไว้บนตัวอาคาร ส่วนที่เมืองลียง ผู้ประท้วงได้จุดไฟเผาศูนย์บริการนักท่องเที่ยวของเมือง บางส่วนบุกปล้นร้านค้าหลายประเภท ทั้งซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายยา ร้านเสื้อผ้า และร้านจำหน่ายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ สถานการณ์ปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจกับผู้ชุมนุม ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งในกลุ่มตำรวจและผู้ชุมนุม โดยเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลฝรั่งเศส ระบุว่า มีตำรวจได้รับบาดเจ็บประมาณ 150 นายและมีผู้ถูกจับกุมประมาณ 1,200 คน โดยกลุ่มผู้ชุมนุมทั่วประเทศมีอยู่ประมาณ 550,000 คน ในกรุงปารีส เจ้าหน้าที่ตำรวจปราบจลาจลต้องใช้ทั้งแก๊สน้ำตาและรถฉีดน้ำแรงดันสูงเข้าสลายการชุมนุมตลอดช่วงค่ำ ซึ่งทางรัฐบาลฝรั่งเศสระบุว่าเหตุการณ์นี้เป็นการ “ยกระดับความรุนแรง” อย่างน่าเป็นห่วง
ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์ชุมนุมว่า ในบางพื้นที่ของกรุงปารีส ตำรวจยิงแก๊สน้ำตาขณะถอยร่นจากการเผชิญหน้ากับกลุ่มผู้ประท้วง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนหนุ่มสาว หลายคนสวมชุดสีดำและใส่เสื้อฮู้ด รวมถึงสวมหน้ากากและแว่นตานิรภัยเพื่อป้องกันแก๊สน้ำตา กลุ่มผู้ก่อเหตุจลาจล พยายามบุกเข้าไปในห้างสรรพสินค้า Galeries Lafayette ทุบทำลายธนาคาร รื้อค้นร้าน Lacoste รวมถึงร้านค้าแบรนด์เนมอื่น ๆ และยังปล้นสะดมร้านจำหน่ายโทรศัพท์มือถือ SFR อีกด้วย ตลอดทั้งวันกลุ่มผู้ประท้วงได้จุดไฟเผาสิ่งของต่าง ๆ รวมถึงรถยนต์จำนวนหลายคัน
ขณะที่เอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ประกาศว่า ผู้ที่ก่อเหตุทำลายทรัพย์สิน โจมตีสถานที่ราชการและธุรกิจ รวมถึงปล้นสะดม ต้องถูกดำเนินคดีและรับโทษตามกฎหมาย เราทุกคนจะยืนหยัดเป็นหนึ่งเดียวกันเพื่อต่อต้านเหล่าผู้ก่อความวุ่นวาย ที่มุ่งหวังเพียงบ่อนทำลายสถาบันต่าง ๆ ของเรา และขัดขวางไม่ให้ผู้ที่แสดงข้อเรียกร้องอย่างสันติสามารถดำเนินการได้
ด้านผู้ชุมนุมบางส่วน ยืนยันว่า ผู้ประท้วงส่วนใหญ่เดินขบวนอย่างสงบ และมองว่าความรุนแรงเกิดจากคนบางกลุ่มที่ฉวยโอกาสก่อเหตุ ตั้งใจสร้างความวุ่นวาย สร้างความเสียหายและปะทะกับตำรวจ
“เราออกมาสู้เพราะค่าครองชีพหนักหนาสาหัสเกินไป ราคาน้ำมันก็สูงลิ่ว อีกทั้ง นักเรียนระดับมัธยมปลายทั่วประเทศยังถูกทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรง เพียงเพราะพวกเขาพยายามออกมาประท้วงเพื่อเรียกร้องให้มีการเพิ่มจำนวนครูและจัดสภาพแวดล้อมในการเรียนรู้ที่เหมาะสม” โลลา ผู้ประท้วงวัย 19 ปีในกรุงปารีสกล่าว
การประท้วงครั้งนี้เริ่มต้นจากการเคลื่อนไหวของนักเรียนในเขตชานเมืองทางตอนเหนือของกรุงปารีสเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่าน มาจากความไม่พอใจปัญหาครูขาดแคลนและสภาพโรงเรียนที่ทรุดโทรม ก่อนขยายวงกว้างไปสู่ประเด็นความเหลื่อมล้ำ การใช้จ่ายภาครัฐและมาตรฐานการครองชีพ โดยค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้นท่ามกลางแรงกดดันจากเงินเฟ้อและสงครามในตะวันออกกลาง เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นความไม่พอใจของประชาชน สถานการณ์ดังกล่าวเพิ่มแรงกดดันทางการเมืองต่อรัฐบาลฝรั่งเศสในช่วงที่กำลังจะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2027
นายเซบาสเตียน เลอกอร์นู นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศส กล่าวว่า รัฐบาลจะไม่ยอมให้ความรุนแรงมา ข่มขู่ พร้อมกล่าวโทษความไม่สงบดังกล่าวเป็นฝีมือของกลุ่ม ซ้ายจัด และอาชญากร
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

