ม็อบลามประท้วงเดือด ยุโรปจลาจล 4ชาติลุกฮือไปทั่วเมือง เหตุวิกฤตค่าครองชีพ

ปธน. “มาครง” แถลงประณามม็อบปล้นสะดม-เผาเมือง เตือนอย่ายกระดับความรุนแรง ลั่นพร้อมให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจต่อผู้ชุมนุม เผยตำรวจเจ็บพันนาย จับกุมม็อบ 2.4พันคน 1.5พันร้านค้าทั่วปท.พังยับ ขณะที่การประท้วงลามหลายปท.ในยุโรป“อิตาลี-โปรตุเกส-เบลเยียม-แอลเบเนีย”สาเหตุเดียวกัน“ค่าครองชีพสูง-รายได้ต่ำ – วิกฤติที่อยู่อาศัย- คุณภาพการศึกษาต่ำ –ค่าเทอมแพง–ทุจริตคอรัปชั่น”
เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2569 สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานความคืบหน้าการชุมนุมประท้วงทั่วประเทศของฝรั่งเศส เนื่องจากปัญหาค่าครองชีพและบริการสาธารณะที่ด้อยคุณภาพ ลุกลามบานปลายเป็นเหตุรุนแรง นำไปสู่การก่อจลาจลครั้งร้ายแรงที่สุดในรอบหลายสิบปีของฝรั่งเศส มีกลุ่มคนสวมชุดดำปิดหน้าเผาทำลายอาคารรัฐ เช่น ศาลากลางเมืองลีมอฌ ศาลากลางเมืองมาร์แซย์ ถูกพ่นกราฟฟิตี้และสำนักงานท่องเที่ยวเมืองลียง ถูกวางเพลิง รวมถึงมีการปล้นสะดมร้านค้าแบรนด์หรู และซูเปอร์มาร์เก็ต รวมถึงร้านอาหารด้วย
มาครงประณามลั่นฟันม็อบเผาเมือง
ล่าสุด ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง แถลงการณ์ต่อคนทั้งประเทศจากพระราชวังเอลีเซ เรียกร้องให้ประชาชนอยู่ในความสงบ พร้อมเตือนกลุ่มผู้ก่อความวุ่นวายว่า อย่ายกระดับความรุนแรง พร้อมระบุว่า พวกเราทุกคนต่างรู้สึกโกรธและอับอาย และเน้นย้ำว่าต้องแยกแยะระหว่าง ข้อเรียกร้องที่ชอบธรรม ของผู้ประท้วงโดยสงบ กับกลุ่มคนที่ทำลาย ทุบข้าวของและปล้นสะดม พร้อมยืนยันว่าไม่มีสิ่งใดมาอ้างเป็นเหตุผลรองรับความรุนแรงที่เกิดขึ้นได้ และผู้ก่อเหตุทุกคนต้องถูกนำตัวมาลงโทษตามกฎหมาย
ยันไม่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน
อย่างไรก็ตาม มาครงไม่ได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ตามที่นักการเมืองฝ่ายขวาบางคนเรียกร้อง แต่กล่าวว่า รัฐบาลจะดำเนินการให้เจ้าหน้าที่สามารถสั่งห้ามการประท้วงได้หากจำเป็น เพื่อปกป้องอาคารสาธารณะและธุรกิจในท้องถิ่น
ผู้นำฝรั่งเศสยังประกาศให้เจ้าหน้าที่ประจำภูมิภาคและนายกเทศมนตรีในแต่ละพื้นที่ร่างมาตรการคุ้มครองร้านค้าและอาคารสถานที่ของรัฐ รวมถึงยืนยันว่าจะให้ตรวจสอบการปฏิบัติงาน และการตอบโต้ของตำรวจต่อเหตุการณ์ประท้วงครั้งนี้อย่างโปร่งใสเต็มที่
ตร.เจ็บพันนาย-จับม็อบ2.4พันคน
ด้านกระทรวงมหาดไทยฝรั่งเศสรายงานว่า ยอดผู้ถูกจับกุมจากเหตุจลาจลดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็น 2,400 คนแล้ว ขณะที่มีตำรวจบาดเจ็บประมาณ 1,000 นาย โดยในจำนวนนี้มีอาการสาหัส 7 นาย อย่างไรก็ตาม แม้สถานการณ์ในหลายเมืองของฝรั่งเศสเริ่มสงบ แต่กรุงปารีสยังตึงเครียด โดยเฉพาะบริเวณใกล้จัตุรัสปลาซ เดอ ลา เรปูบลิค ซึ่งผู้ประท้วงบางส่วนก่อเหตุเผาทำลายทรัพย์สินและปล้นสะดมร้านค้า เกิดปะทะกับตำรวจเป็นระยะในกรุงปารีส และเมืองลียง มีการใช้แก๊สน้ำตาและระเบิดควันสลายฝูงชน ที่ขว้างปาก้อนหินใส่ตำรวจ
อาคารเก่า-ร้านค้า1.5พันเสียหายยับ
สภาพหลายพื้นที่ในกรุงปารีส เต็มไปด้วยซากรถยนต์ถูกเผา ซากปรักหักพังเกลื่อนถนน ผู้ก่อจลาจลวางเพลิงอาคารสำนักงานการท่องเที่ยวในเมืองลียง อาคารประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่าเสียหายหนัก ขณะที่ศาลาว่าการเมืองลีมอฌ (Limoges) อายุเก่าแก่กว่า 140 ปี ถูกเพลิงไหม้ จนตัวอาคารพังทลายลงมา ร้านค้าแบรนด์เนมเช่น หลุยส์ วิตตอง แอปเปิล สโตร์ กุชชี, ราล์ฟ ลอเรน เวอร์ซาเช่ และร้านค้าปลีกจำนวนมาก ถูกทุบกระจกหน้าร้านเข้าไปปล้นสินค้า ขณะที่ร้านขายของ ร้านอาหาร และร้านสะดวกซื้อกว่า 1,500 แห่งทั่วประเทศเสียหายอย่างหนักจากเพลิงไหม้และการบุกปล้น
เจ้าของร้านค้าสิ้นหวังรบ.-ตำรวจ
ที่เมืองมาร์กเซย ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส เจ้าของร้านค้าหลายแห่งเริ่มเข้าสำรวจความเสียหายหลังถูกปล้นสะดมระหว่างการประท้วงครั้งใหญ่ เจ้าของร้านขายรองเท้ารายหนึ่งเผยว่า เคยเผชิญเหตุปล้นสะดมในละแวกเดียวกันเมื่อ 3 ปีก่อน และต้องเฝ้าร้านตลอดทั้งคืน ครั้งนี้เหตุการณ์กลับเกิดขึ้นซ้ำอีก โดยกลุ่มคนประมาณ 50-200 คนบุกเข้าไปขโมยสินค้า แม้พยายามห้ามปรามแต่กลับถูกผลักและเหยียบซ้ำ พร้อมแสดงความสิ้นหวัง โดยมองว่าที่ผ่านมาตำรวจและรัฐบาลไม่สามารถให้ความช่วยเหลืออะไรได้ เช่นเดียวกับ เมืองลียง ประชาชนและเจ้าหน้าที่ช่วยกันเก็บกวาดเศษซากสิ่งของที่แตกหักถูกเผา ชาวเมืองบางส่วนแสดงความเศร้าใจต่อสภาพบ้านเมือง และกังวลอนาคตของลูกหลานและประเทศ
ประณามม็อบทำลายสถาปัตยกรรม
อีกหนึ่งความเสียหายสำคัญเกิดขึ้นที่เมืองลีมอฌ ตอนกลางของฝรั่งเศส เมื่ออาคารศาลาว่าการอายุ 140 ปี ถูกเผาวอดเสียหาย หอระฆังที่ตั้งอยู่กลางหลังคาพังถล่มลงมา นายกเทศมนตรีเมืองลีมอฌระบุว่า เมืองสูญเสียสถาปัตยกรรมสำคัญที่เปรียบเสมือนอัญมณีของท้องถิ่น พร้อมแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงในท้องถิ่นประณามผู้ก่อจลาจล ที่ทำลายทรัพย์สินของประชาชนและอาคารเก่าแก่ โดยมองว่าเป็นการกระทำที่เป็นศัตรูของสาธารณรัฐฝรั่งเศส
สถานทูตไทยเตือนคนไทยเลี่ยง250จุด
ขณะที่สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงปารีสโพสต์ข้อความผ่านเว็บเพจของสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงปารีสระบุว่า ฝรั่งเศสมีการชุมนุมประท้วงหลายพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อแสดงความไม่พอใจรัฐบาล โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมจากหลายกลุ่ม รวมทั้ง นักเรียน นักศึกษา สหภาพแรงงาน และกลุ่มผู้สนับสนุนขบวนการเสื้อกั๊กเหลือง เบื้องต้นมีรายงานนัดหมายจัดกิจกรรมประมาณ 250 จุด และการเดินขบวน 80 ขบวนทั่วประเทศ สำหรับกรุงปารีส มีรายงานการนัดหมายชุมนุมในหลายพื้นที่สำคัญ อาทิ Place de l’Opéra, Place de la République, Place de la Bastille และบริเวณ Grands Boulevards รวมถึงบริเวณ Le Grand Rex และ Pont Saint-Michel)
การชุมนุมประท้วงอาจส่งผลกระทบดังต่อไปนี้ ความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อย: อาจเกิดเหตุวุ่นวายหรือการเผชิญหน้าบางพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณที่มีผู้ชุมนุมจำนวนมาก การจราจรทางถนน: อาจปิดกั้นเส้นทางและการจราจรติดขัด โดยเฉพาะบริเวณ Place de l’Opéra, Place de la République, Place de la Bastille, Grands Boulevards ตลอดจนสถานีรถไฟ Gare du Nord และ Gare de l’Est การขนส่งสาธารณะ: อาจรปิดให้บริการสถานีรถไฟใต้ดินหรือสถานี RER บางแห่งชั่วคราว การเดินทางไปสนามบิน : อาจได้รับผลกระทบจากการชุมนุมด้วยการขับรถช้าบนถนนวงแหวนรอบกรุงปารีส (périphérique) และเส้นทางมุ่งหน้าสู่สนามบิน อาจต้องใช้เวลาเดินทางเพิ่มขึ้น
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีส ขอให้ชาวไทยในฝรั่งเศสเพิ่มความระมัดระวังในการเดินทางและหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีการชุมนุมและเส้นทางเดินขบวน โดยเฉพาะพื้นที่ข้างต้น รวมถึงบริเวณที่ปิดกั้นเส้นทางหรือมีเหตุวุ่นวาย หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือต้องการความช่วยเหลือ ติดต่อสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีส โทรศัพท์ฉุกเฉิน: 06 46 71 096 94
ม็อบลามอิตาลีค่าครองชีพพุ่ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากการประท้วงใหญ่ในฝรั่งเศสแล้ว ยังเกิดการประท้วงรุนแรงในหลายประเทศของทวีปยุโรปช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา วัตถุประสงค์หลักมาจากการประท้วงต่อต้านปัญหาค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น โดยที่’อิตาลี’ เกิดเหตุปะทะรุนแรงระหว่างผู้ชุมนุมกับตำรวจ บริเวณจัตุรัสด้านหน้ามหาวิหารมิลาน แลนด์มาร์กสำคัญของเมือง หลังผู้ประท้วงปาก้อนหินใส่เจ้าหน้าที่ ตำรวจจึงยิงแก๊สน้ำตาเพื่อสลายฝูงชน
ด้านนางจอร์เจีย เมโลนี นายกรัฐมนตรีอิตาลีออกมาประณามเหตุรุนแรงว่า การชุมนุมประท้วงเป็นสิทธิ แต่การเปลี่ยนเมืองของเราให้กลายเป็นสมรภูมินั้นไม่ใช่
โปรตุเกสไม่ทนวิกฤตที่อยู่อาศัย
ขณะที่โปรตุเกส ประชาชนหลายหมื่นคนรวมตัวเดินขบวนไปตามถนนสายหลักในกรุงลิสบอน ประท้วงค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้นและวิกฤตที่อยู่อาศัยที่รุนแรงมากขึ้น พร้อมเพิ่มแรงกดดันต่อรัฐบาลฝ่ายกลางขวาให้เร่งแก้ปัญหา สมาพันธ์สหภาพแรงงานทั่วไปแห่งโปรตุเกส (CGTP) ซึ่งเป็นผู้จัดการชุมนุม ระบุว่า มีประชาชนเข้าร่วมหลายหมื่นคน
ผู้ประท้วงจำนวนหนึ่ง ได้ระบุว่า ค่าจ้างที่อยู่ในระดับต่ำไม่สอดคล้องกับราคาที่อยู่อาศัยและค่าครองชีพที่สูงขึ้น ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากประสบปัญหาหาเงินให้พอกับค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน โดยมีข้อมูลระบุว่า อัตราเงินเฟ้อของโปรตุเกสอยู่ที่ 3.6% ในเดือนกันยายน ปัจจัยสำคัญจากราคาอาหารและเชื้อเพลิงที่เพิ่มสูงขึ้น ราคาบ้านเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่า ค่าเช่าที่อยู่อาศัยสำหรับสัญญาใหม่ก็เพิ่มขึ้นสองเท่าเช่นกัน ส่งผลให้ประเทศเผชิญวิกฤตความสามารถเข้าถึงที่อยู่อาศัยที่รุนแรงแห่งหนึ่งในยุโรป
เบลเยียมเจอม็อบนร.ค่าเทอมแพง
นอกจากนี้ ที่กรุงบรัสเซลส์ ของเบลเยียม มีการชุมนุมของคนหนุ่มสาว ที่ได้รับแรงบันดาลใจส่วนหนึ่งมาจากฝรั่งเศส มีการปะทะกับตำรวจเช่นกัน กลุ่มนักเรียนเบลเยียมกล่าวว่า พวกเขากำลังประท้วงต่อต้านค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาที่สูงขึ้นและการปฏิรูปที่เกรงว่า จะทำให้การศึกษาระดับอุดมศึกษาเข้าถึงยากขึ้น
แอลเบเนียยังวิกฤตประท้วงวันที่6
ส่วนที่แอลเบเนีย การประท้วงครั้งใหญ่ในกรุงติรานาตั้งแต่วันเสาร์ที่ 17 ตุลาคมที่ผ่านมา นับเป็นวันที่ 6 ของการชุมนุมยังตึงเครียดและลุกลามไปเมืองอื่นๆด้วย ผู้ชุมนุมที่นำโดยนักศึกษา เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีเอดี รามา ลาออก เพราะไม่พอใจปัญหาทุจริตคอรัปชัน ขาดแคลนงานและคุณภาพการศึกษาที่ตกต่ำ ผู้ประท้วงจุดไฟเผาอาคารของรัฐบาลและธนาคาร ทุบทำลายกระจกหน้าร้าน ประชาชนหลายพันคนรวมตัวกันอยู่ด้านนอกกระทรวงศึกษาธิการ ขว้างปาหินใส่ตำรวจปราบจลาจล ซึ่งตอบโต้ด้วยแก๊สน้ำตา ปืนฉีดน้ำและกระสุนยาง
ความคืบหน้าล่าสุด นายกรัฐมนตรีอีดี รามา ปฏิเสธข้อเรียกร้องให้ลาออกและกล่าวว่าการประท้วงบนท้องถนน ไม่ได้เป็นภัยคุกคามต่อรัฐบาลของเขา แต่เป็นภัยคุกคามความหวังของแอลเบเนียในการเข้าร่วมสหภาพยุโรป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

