ศาลฎีกาไต่สวน ‘พ่อมดดำ-คารม-เกษมสันต์’ คดี 44 สส.ก้าวไกล ปมฝ่าฝืนจริยธรรมชงแก้112

พ่อมดดำ กับอดีต 2สส. ก้าวไกล ไต่สวนพยานคดี 44 สส.พรรคก้าวไกลลงชื่อแก้รัฐมาตรา 112 คารม เกษมสันต์ ยัน ไม่ร่วมลงชื่อเพราะจิตสำนึก จนถูกขับจากพรรค ศาลนัดไต่พยานผู้ร้องนัดสุดท้าย 27 ต.ค.
เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 20 ตุลาคม 2569 ที่ศาลฎีกา สนามหลวง ศาลนัดไต่สวนพยานครั้งที่ 3 คดีหมายเลขดำที่ คมจ. 1/2569 ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยื่นคำร้องขอให้วินิจฉัยการฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรงของ 44 สส. อดีตพรรคก้าวไกล กรณีการเข้าชื่อแก้ไขกฎหมายมาตรา 112
โดยวันนี้เป็นการไต่สวนพยานผู้ร้องรวม 3 ปากได้แก่ นายสุชาติ ตันเจริญ อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) นายคารม พลพรกลาง และ นายเกษมสันต์ มีทิพย์ 2 อดีตสส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (กก.) ขึ้นเบิกความ
นายสุชาติ เบิกความสรุปว่า ตั้งแต่ขณะที่ดำรงตำแหน่งเป็นสส.มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2529 ไม่เคยมีการเสนอร่างกฎหมายที่ขัดรัฐธรรมนูญ และไม่ทราบว่าพรรคก้าวไกลในขณะนั้นประกาศจุดยืนเกี่ยวกับประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และเบิกความเกี่ยวกับขั้นตอนการเสนอร่างพ.ร.บ.ต่อสภาว่าในการเสนอร่างจะต้องมีสส.เข้าร่วมลงชื่อไม่น้อยกว่า 20 คน รวมถึงเบิกความว่าถ้าร่างเข้าสภาไปแล้วจะมีคิวตามวาระนอกจากที่ประชุมจะหยิบยกร่างดังกล่าวขึ้นมาพิจารณาก่อนแต่ต้องเป็นไปตามมติที่ประชุม ส่วนเรื่องข้อบกพร่องของร่างทางเจ้าหน้าที่เป็นผู้แจ้งเรื่องให้นายพิธาที่เป็นผู้เสนอร่าง
ต่อมานายคารม เบิกความสรุปว่า เคยเป็นอดีตสส.และสมาชิกพรรคพรรคอนาคตใหม่และพรรคก้าวไกล สมัยที่เป็น สส.พยานเคยเป็นผู้เสนอแก้กฎหมายฉบับอื่น แต่ในการลงชื่อแก้ไขกฎหมายมาตรา 112 ในขณะนั้นมีสส.ไม่ร่วมลงชื่อกับตนเองอีก 5 ราย ก่อนการเสนอร่างนี้มีคณะทำงานไปศึกษามีมติและนำมาให้สส.ลงชื่อ แต่พยานไม่ร่วมลงชื่อด้วย เหตุผลที่ไม่ลงชื่อเพราะเข้าใจว่าสส.มีเอกสิทธิ์ที่จะไม่ลงชื่อ หลังจากนั้นพยานไม่เข้าร่วมกิจกรรมของพรรคและถูกนำออกจากกลุ่มไลน์
นายเกษมสันต์ เบิกความเป็นพยานปากที่ 3 ว่า ขณะที่มีการลงชื่อเสนอร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ที่ไม่ได้ร่วมลงชื่อเพราะมีสามัญสำนึก รวมถึงทราบว่าขณะนั้นมีการเคลื่อนไหวนอกสภาที่เรียกร้องเกี่ยวกับการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 จนมีผู้กระทำผิดจำนวนมาก และในปลายปี 2563 ในที่ประชุมพรรคมีการพูดถึงม.112 แต่ไม่ใช่สมาชิกทุกคนที่เห็นด้วยกับการแก้ไข มีผู้คัดค้านแต่ไม่ทราบจำนวนว่ามีกี่คน ทราบจากข่าวว่ามีการทักท้วงเนื้อหาของร่างมายังนายพิธา รวมถึงเสียงคัดค้านภายในพรรค แต่หลังจากนั้นก็ไม่ได้เข้าประชุมพรรคอีก
พยานทั้ง 3 ปากเบิกความเรื่องอื่นๆจนแล้วศาลฎีกาได้นัดไต่สวนพยานผู้ร้องนัดสุดท้ายอัก2ปากในวันที่ 27 ต.ค.นี้ เวลา 09.30 น.โ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ศาลฎีกาไต่สวนพยานผู้ร้องไปแล้ว 2 นัด รวมพยาน4 ปาก ได้แก่ นายยุทธภูมิ เทพหัสดิน ณ อยุธยา พนักงานไต่สวนระดับสูง สำนักไต่สวนการทุจริตภาคการเมืองและองค์กรตามรัฐธรรมนูญ สำนักงาน ป.ป.ช. กับกลุ่มข้าราชการและอดีตข้าราชการสภา อย่างนายสุวัฒน์ คีรีวิเชียร นิติกรสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร นางสินี ส้มมี ผู้อำนวยการสำนักการประชุม สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และ ว่าที่ ร.ต.อาพัทธ์ สุขนันท์ อดีตเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

