บทบรรณาธิการ : 21 ตุลาคม 2569

ศปก.อำเภอ-ความพร้อมที่ต้องพิสูจน์
รัฐบาลได้ผลักดันนโยบายใหม่ในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้โดยให้นายอำเภอเป็นผู้นำ ศูนย์ปฏิบัติการอำเภอ (ศปก.อำเภอ)นำร่อง จำนวน 14 อำเภอ และมีตำรวจและทหารเป็นฝ่ายเสนาธิการช่วยสนับสนุน นัยว่าเพื่อต้องแก้ปัญหาความซ้ำซ้อนของหน่วยงานที่ทำงานในพื้นที่ชายแดนใต้ และลดความล่าช้าในการตัดสินใจ โดยไม่ต้องรอคำสั่งจากส่วนกลาง
ในอดีตเรามีหน่วยงานหลัก ทั้ง กอ.รมน. ศอ.บต. และกองทัพภาคที่ 4 ยังไม่นับรวมฝ่ายปกครอง ตำรวจ และหน่วยงานอื่นๆ ที่ทำงานในเรื่องความมั่นคงและการพัฒนาแต่ขาดการประสานงานกันอย่างเป็นเอกภาพและมีความซ้ำซ้อนกันในภารกิจบางส่วน นโยบายใหม่นี้จึงหวังว่าจะทำให้การบังคับบัญชาและการประสานงานมีเอกภาพมากขึ้น แต่คำถามสำคัญคือ โมเดลนี้จะช่วยแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ได้จริงหรือไม่ เพราะปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ได้มีเพียงมิติความมั่นคงเท่านั้น
ที่ผ่านมา การทำงานของหน่วยงานต่างๆ มักซ้อนทับกัน ทั้งด้านความมั่นคง การพัฒนา และการสร้างสันติภาพ ทำให้เกิดความล่าช้าและความไม่ชัดเจนในบทบาท การให้นายอำเภอเป็น “ผู้นำ” อาจช่วยลดความซ้ำซ้อนและเกิดความเป็นเอกภาพมากขึ้น แต่ก็ต้องถามว่า นายอำเภอมีความพร้อมเพียงใด ในการ
รับภาระที่หนักหน่วงเช่นนี้
ใน 14 อำเภอนำร่อง นายอำเภอแต่ละคนอาจจะมีพื้นฐานการทำงานด้านการปกครอง แต่การบริหารจัดการปัญหาความมั่นคงและความขัดแย้งเชิงโครงสร้าง ต้องอาศัยทั้งทักษะความเป็นผู้นำ การบริหารงาน การประสานงาน ความเข้าใจวัฒนธรรมท้องถิ่นและความสามารถในการประสานงานกับหน่วยงานด้านความมั่นคง ซึ่งไม่ใช่ทักษะที่นายอำเภอทุกคนมีโดยอัตโนมัติ การทดสอบโมเดลนี้จึงเป็นเหมือนการวัดศักยภาพและองคาพยพของระบบราชการไทยว่าจะสามารถปรับตัวได้จริงหรือไม่
คำถามที่สังคมควรติดตามคือนายอำเภอในพื้นที่นำร่องได้รับการฝึกอบรมหรือสนับสนุนเพียงพอหรือไม่ ศปก.อำเภอจะสามารถทำงานร่วมกับ กอ.รมน. ศอ.บต. และ ทภ.4 ได้อย่างไร โดยไม่เกิดความขัดแย้งเชิงอำนาจการให้อำนาจนายอำเภอมากขึ้น จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนในพื้นที่ได้อย่างไรในการแก้ปัญหาที่สำคัญคือความรู้สึกว่าได้รับความไม่เป็นธรรม การไม่ไว้ใจเจ้าหน้าที่ของรัฐ และปัญหาอื่นๆ ที่ควรถูกกำหนดเป็นตัวชี้วัดของโมเดลนี้เพื่อประเมินผลว่าสำเร็จหรือไม่และสามารถจะนำไปขยายผลในจังหวัดชายแดนภาคใต้ทั้งหมดจริงหรือ
ท้ายที่สุด สิ่งที่ประชาชนในสามจังหวัดชายแดนใต้ต้องการไม่ใช่เพียง “โครงสร้างใหม่” แต่คือ ความยุติธรรม ความปลอดภัย และโอกาสทางเศรษฐกิจที่เท่าเทียม หาก ศปก.อำเภอไม่สามารถตอบโจทย์เหล่านี้ได้ การเปลี่ยนแปลงก็อาจเป็นเพียงการปรับโครงสร้างแต่เพียงรูปแบบแต่ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ต่างจากเดิม
ศปก.อำเภอจึงอาจเป็นเพียงการทดลองเชิงโครงสร้าง หรืออาจเป็นการปฏิรูปที่แท้จริงขึ้นกับรัฐบาลจะสนับสนุนการทำงานของนายอำเภอใน 14 อำเภอนำร่องให้มีความพร้อมเพียงใดที่จะพิสูจน์โมเดลนี้ต่อประชาชนและประเทศชาติ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

