คอลัมน์ : คิดด้วยพลเมือง (See-Think-Cen')

การกระจายอำนาจ ช่วยพัฒนาท้องถิ่นหรือเพิ่มความเสี่ยงคอร์รัปชัน
การพัฒนาท้องถิ่นให้มีประสิทธิภาพและตอบสนองต่อความต้องการของประชาชน จำเป็นต้องอาศัยความเข้าใจในปัญหาและศักยภาพของแต่ละพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงถนนเพื่อให้เกษตรกรและผู้ประกอบการสามารถขนส่งสินค้าได้สะดวกขึ้น การพัฒนาระบบจัดการน้ำเพื่อรับมือกับภัยแล้งและน้ำท่วม ระบบการดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุหรือการส่งเสริมอาชีพเพื่อเพิ่มรายได้ ให้คนในชุมชน เพราะแต่ละพื้นที่มีความต้องการแตกต่างกัน คนในท้องถิ่นจึงควรมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางการพัฒนาของตนเอง
การกระจายอำนาจ (Decentralization) จึงเป็นแนวทางที่ช่วยให้หน่วยงานระดับท้องถิ่นเข้ามามีบทบาทในการจัดการปัญหาและความต้องการเฉพาะของแต่ละพื้นที่มากขึ้น โดยการถ่ายโอนอำนาจหน้าที่และงบประมาณบางส่วนจากส่วนกลางไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น เทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบล ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ใกล้ชิดกับประชาชน ทำให้สามารถรับรู้ปัญหาและความต้องการของคนในพื้นที่เพื่อนำมาใช้ในการวางแผนพัฒนาหรือจัดบริการสาธารณะได้อย่างเหมาะสม สอดคล้องกับการศึกษาของ Faguet (2014) ที่อธิบายว่า การกระจายอำนาจสามารถช่วยให้ภาครัฐตอบสนองต่อประชาชนได้ดีขึ้น เพราะผู้มีอำนาจตัดสินใจอยู่ใกล้ชิดกับผู้ได้รับผลกระทบจากนโยบายมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม การกระจายอำนาจไม่ได้รับประกันว่าทุกท้องถิ่นจะสามารถพัฒนาพื้นที่ได้อย่างเท่าเทียมกัน เนื่องจากแต่ละท้องถิ่นมีงบประมาณ บุคลากร และความพร้อมในการบริหารจัดการที่แตกต่างกัน ท้องถิ่นที่มีทรัพยากรจำกัดจึงอาจไม่สามารถจัดบริการสาธารณะหรือดำเนินโครงการพัฒนาได้อย่างเต็มศักยภาพ
นอกจากข้อจำกัดด้านทรัพยากรแล้ว การกระจายอำนาจยังอาจเพิ่มความเสี่ยงการเกิดคอร์รัปชัน หากขาดความโปร่งใสและระบบตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเมื่อกลุ่มผู้มีอำนาจทางการเมืองหรือเศรษฐกิจในท้องถิ่นสามารถเข้ามามีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเชิงนโยบายและการจัดสรรงบประมาณ เช่น การเลือกดำเนินโครงการในพื้นที่ที่เป็นฐานสนับสนุนทางการเมือง การเอื้อประโยชน์ให้ผู้ประกอบการบางรายในการจัดซื้อจัดจ้าง หรือการใช้งบประมาณกับโครงการที่ไม่ได้ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนส่วนใหญ่ในพื้นที่
ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่า การกระจายอำนาจไม่ได้ทำให้การใช้อำนาจโปร่งใสและตรวจสอบได้โดยอัตโนมัติ หากประชาชนไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลหรือมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ อำนาจที่กระจายลงมาอาจอยู่ในมือของคนเพียงบางกลุ่ม และอาจส่งผลให้เกิดการคอร์รัปชันขึ้นในระดับท้องถิ่นได้ ดังการศึกษาของ Faguet (2014) ที่พบว่าผลลัพธ์ของการกระจายอำนาจขึ้นอยู่กับระบบการเมือง การแข่งขันทางการเมือง และกลไกตรวจสอบที่มีอยู่ในแต่ละพื้นที่ด้วย
เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดคอร์รัปชัน จึงควรมีการส่งเสริมให้เกิดธรรมาภิบาล (Good Governance) ควบคู่ไปกับการกระจายอำนาจด้วย โดยธรรมาภิบาลจะช่วยให้การกระจายอำนาจเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์ต่อประชาชนมากที่สุด ผ่านการส่งเสริมความโปร่งใส การตรวจสอบการใช้อำนาจ และการเปิดโอกาสให้ประชาชน ภาคธุรกิจ และองค์กรชุมชนมีส่วนร่วมกับหน่วยงานภาครัฐในการกำหนดทิศทางการพัฒนาและจัดการทรัพยากรสาธารณะ ซึ่งช่วยลดโอกาสที่การตัดสินใจจะเอื้อประโยชน์ต่อคนบางกลุ่ม และทำให้การพัฒนาสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนมากขึ้น
เมื่อพิจารณาการกระจายอำนาจในบริบทของประเทศไทยตามรายงานของ OECD (2019) พบว่าประเทศไทยยังมีระบบบริหารที่รวมศูนย์อำนาจไว้กับรัฐบาลส่วนกลางค่อนข้างมาก บางภารกิจมีหน่วยงานหลายระดับรับผิดชอบซ้ำซ้อนกัน ขณะที่ท้องถิ่นมีอิสระในการบริหารงบประมาณอย่างจำกัดและต้องพึ่งพารายได้จากส่วนกลางเป็นหลัก ส่งผลให้การตัดสินใจและการดำเนินโครงการพัฒนาตามความต้องการเฉพาะของพื้นที่เป็นไปได้อย่างจำกัด
OECD (2019) จึงได้เสนอให้ประเทศไทยควรดำเนินการกำหนดหน้าที่ของหน่วยงานภาครัฐแต่ละระดับให้ชัดเจนและลดความซ้ำซ้อนในการดำเนินงานที่ทับซ้อนกันของหลายหน่วยงาน เพิ่มอิสระทางการคลัง เพื่อให้หน่วยงานท้องถิ่นสามารถปรับการใช้จ่ายงบประมาณให้ตรงกับบริบทของพื้นที่ได้ และพัฒนาศักยภาพและส่งเสริมความร่วมมือระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อใช้ทรัพยากรร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การร่วมกันจัดการขยะหรือระบบบำบัดน้ำเสีย โดยเฉพาะในพื้นที่ขนาดเล็กที่มีงบประมาณและบุคลากรจำกัด
และในด้านการจัดการความเสี่ยงของการเกิดคอร์รัปชันจากกระจายอำนาจประเทศไทยควรส่งเสริมให้เกิดธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการและการดำเนินนโยบายของท้องถิ่น ผ่านการเปิดเผยข้อมูลงบประมาณ การจัดซื้อจัดจ้าง และผลการดำเนินโครงการในรูปแบบที่ประชาชนเข้าถึงและตรวจสอบได้ พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในกระบวนการของนโยบาย ตั้งแต่การระบุปัญหา การจัดทำแผนพัฒนา การตัดสินใจจัดสรรทรัพยากร ไปจนถึงการติดตามประเมินผล โดยเฉพาะการสร้างช่องทางให้กลุ่มเปราะบางและประชาชนที่มีข้อจำกัดสามารถเข้าร่วมกระบวนการตัดสินใจได้อย่างเท่าเทียม เพื่อป้องกันไม่ให้ทิศทางการพัฒนาถูกกำหนดโดยคนเพียงบางกลุ่ม
การกระจายอำนาจจะช่วยพัฒนาท้องถิ่นหรือเพิ่มความเสี่ยงคอร์รัปชัน จึงขึ้นอยู่กับทั้งความพร้อมของท้องถิ่นและการตรวจสอบจากประชาชน การกระจายอำนาจและงบประมาณจึงควรดำเนินการควบคู่ไปกับการสร้างธรรมาภิบาลที่เข้มแข็งในพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางการพัฒนา การตัดสินใจ การตรวจสอบการทำงานของภาครัฐ และมั่นใจได้ว่าทรัพยากรของท้องถิ่นจะถูกนำไปใช้แก้ไขปัญหาและพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนอย่างทั่วถึง
แหล่งอ้างอิง
Faguet, J.-P. (2014). Decentralization and governance. World Development, 53, 2–13. https://doi.org/10.1016/j.worlddev.2013.01.002
Organisation for Economic Co-operation and Development. (2019). Multi-dimensional review of Thailand (volume 2): In-depth analysis and recommendations. OECD Publishing.https://doi.org/10.1787/9789264307674-en
ศุภชัย เสถียรหมั่น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

