เปิดสงครามรง.ขยะพิษ สุชาติกร้าว เดิมพันเก้าอี้รัฐมนตรี

เปิดสงครามรง.ขยะพิษ
สุชาติกร้าว
เดิมพันเก้าอี้รัฐมนตรี
เทหมื่นล.ช่วยน้ำท่วม
“สุชาติ” เปิดสงครามโรงงานขยะพิษ ลั่นถ้าจัดการไม่ได้ ไม่รู้จะเป็น รมต.ไปเพื่ออะไร ชี้ไม่กลัวเสียเพื่อน เชื่อเป็นที่ป่าสงวนแม้ได้เอกสารสิทธิ์-ใบอนุญาตถูกต้อง เตรียมลุยเอาผิด ใช้ยาแรงให้ดีเอสไอ-ปปง.สืบทรัพย์ต่อ “วราวุธ”แจงไม่ได้พูดไม่รู้จะทำอย่างไร ปมโรงงานรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์เถื่อน แต่หดหู่ใจ สั่งปูพรมตรวจทั่วประเทศ สืบเส้นทางเงิน-ยึดทรัพย์ ย้ำไม่มีข้อยกเว้น ครม.ไฟเขียวงบกลางปี’70 เยียวยาน้ำท่วม 10,500ล้านบาทนายกฯ ติงคนที่บอกว่ารัฐบาลไม่ได้วางแผนเตรียมงบหรือเงินหมดแล้ว ว่าเป็นพวกไม่รู้ความ พูดให้ร้ายรัฐบาล ย้ำ 4.7 พันล้านงบกลางปี’69 ต้องคืนคลัง แต่เกิดน้ำท่วมจึงนำมาจ่ายก่อน
เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการกำจัดกากอุตสาหกรรมในพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี ว่า เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับหลายกระทรวง นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก โดยได้เรียกตน นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ นายวราวุธศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม และนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย เพื่อให้ทำงานแบบบูรณาการกัน ซึ่งการจะทำให้ความวิตกกังวลเกี่ยวกับขยะอิเล็กทรอนิกส์ หรือการนำขยะมาคัดแยกและหลอมให้อยู่ในกรอบที่เราสามารถควบคุมได้ ที่ผ่านมาเกิดขึ้นมาหลายสิบปี ดังนั้น วันนี้มันเกิดมิติใหม่หลังจากที่นายกฯได้เรียกประชุมทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ต้องทำให้ขั้นตอนต่างๆ มันรวบรัด
นายกฯต้องการให้แก้ปัญหารวบรัด
นายสุชาติ กล่าวว่า ในส่วนของกรมควบคุมมลพิษซึ่งอยู่ในกำกับดูแลของกระทรวง ทส.ไม่มีอำนาจในการอนุญาตหรืออนุมัติในเรื่องของการนำเข้าสารต่างๆ แต่มีหน้าที่ที่จะไปตรวจและวัดได้ว่ามีสารอะไร รวมถึงมีความผิดและอันตรายขนาดไหน จากนั้นจึงไปร้องทุกข์กล่าวโทษโดยใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น กฎหมายของกรมโรงงานอุตสาหกรรม ด้วยเหตุนี้เพื่อความคล่องตัวก่อนที่จะเข้าไปจึงต้องประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้าไปตรวจสอบพร้อมกัน นายกฯต้องการให้การแก้ปัญหาเรื่องนี้ให้รวบรัด บูรณาการทุกกระทรวง ทบวง กรม
ประกาศสงครามรง.ปล่อยสารพิษ
เมื่อถามถึงกระแสข่าวมีเจ้าของโรงงานโทรศัพท์เคลียร์กับรัฐมนตรี นายสุชาติ กล่าวว่า ตนเป็น สส.มาเกือบ 20 ปี ตนรู้จักคนภาคตะวันออกเกือบทั้งหมด รู้ว่าใครทำธุรกิจอะไร เรารู้จักกันได้ แต่เรื่องนี้กรณีที่มีโรงานปล่อยน้ำสีรุ้ง ตนได้ให้กรมควบคุมมลพิษไปตรวจสอบในรัศมี 1 กิโลเมตรของโรงงานที่เป็นเป้าหมายก็ไปพบสารที่เกี่ยวกับน้ำมันจำนวนมหาศาล มีการร้องทุกข์กล่าวโทษไปที่ สภ.ศรีมหาโพธิ ทั้งนี้ มีเจ้าของโรงงานซึ่งรู้จักกันอยู่แล้วโทรศัพท์มาถามว่า เขามีใบอนุญาตถูกต้อง และปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากโรงงานเขา ตนจึงบอกไปว่าไม่ได้หรอกเรื่องนี้ มีการนำโดรนบินขึ้นไปดูหมดแล้ว พนังกั้นน้ำของบริษัทคุณแตก มันออกมาจากโรงงานคุณ ตนก็สั่งให้มีการดำเนินคดี แม้จะรู้จักกันก็ต้องทำ คุณจะเอาความเสี่ยงเรื่องของสุขภาพประชาชนมาเป็นตัวประกันอย่างนี้ไม่ได้ ถ้าประชาชนบริโภคปลาไปแล้วมีสารก่อมะเร็งจะทำอย่างไร
“ต้องบอกว่าผมเปิดสงครามกับคนเหล่านี้แน่นอน ผมไม่เอาไว้นะครับ เพราะถ้าใครทำอะไรผิด ยิ่งโดยเฉพาะเราเป็นรัฐมนตรี เป็นคนของสาธารณะ เป็นคนของประชาชน เรามีอำนาจมีกฎหมายในมือ ถ้ายังทำไม่ได้เราก็ไม่รู้จะเป็นรัฐมนตรีไปเพื่ออะไร” นายสุชาติ กล่าว
ตรวจสอบตั้งแต่ต้นตอ
นายสุชาติ กล่าวว่า กฎหมายสั่งปิดอย่างที่ นายวราวุธศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม พูดว่าให้ปิดปรับปรุง แต่ประชาชนยังวิตกกังวล ซึ่งเหมือนยื้อเวลากันไป เมื่อวันที่ 19 ต.ค.นายกรัฐมนตรีได้ประชุมเรื่องนี้ว่า ถ้าเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ ซ้ำซากต้องยึดใบอนุญาตเหมือนผับเปิดปิดเกินเวลา เด็กเยาวชนต่ำกว่า 18 ปี และมีอาวุธปืนพกพาต้องปิดถาวร แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด ตนให้รองปลัดกระทรวง ทส.พบเลขาธิการ ปปง.เพราะการบุกรุกพื้นที่ป่าอุทยานต่างๆ เป็นฐานความผิดยึดทรัพย์ได้ เพื่อตรวจสอบว่าจะทำอย่างไรให้ผู้ประกอบการที่เล็ดลอดทำขยะอิเล็กทรอนิกส์ ต้นตอตั้งแต่ขั้นตอนการขนส่ง นำเข้าจนถึงหลักฐานชัดเจน ต้องโดนคดียึดทรัพย์ ให้ดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษ อันนี้คือ ยาแรง กฎหมายก็แก้กันไป เพราะใช้เวลาแก้เป็นปี แต่ถ้าไม่เริ่มนับหนึ่งแล้วรัฐบาลยุคไหนจะมาแก้ เพราะผ่านมาตั้งหลายสิบปีไม่มีใครแก้
เมื่อถามว่า เหตุการณ์นี้ผ่านมาเป็นสิบปี นายกฯ จะยกให้เป็นวาระแห่งชาติหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า ไม่ถึงขั้นวาระแห่งชาติ แต่จะใช้อำนาจนายกฯทั้งหมดที่มีอยู่ ทุกคนต้องปฏิบัติตาม ให้ตน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปคิดข้อกฎหมายที่จะแก้ ให้มีโทษหนัก เราต้องเดินในส่วนของ ปปง.เป็นหลัก เพราะเขาเร็วกว่าเรา และดีเอสไอให้รับเป็นคดีพิเศษ ตนเรียนตรงๆ ว่าเป็นการเปิดสงครามกับคนเหล่านี้ เราปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้ มันจะเอาไม่อยู่ ตนไปจับ บางที่รู้สึกว่ามันมาได้อย่างไร งง ใช้คำว่างง
หากเป็นที่ป่าสงวนก็ต้องเอาคืน
นายสุชาติ กล่าวว่าได้รับการร้องเรียนว่าบริษัทที่อยู่ในข่าย เราให้เจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่ จ.ปราจีนบุรี ไปตรวจบริษัทนี้ เขามีเอกสาร นส.3 ก 3 ฉบับ ตรวจสอบแล้วเป็นเอกสารที่ถูกต้อง ที่มาที่ไป เชื่อว่าที่ดินแปลงนี้เมื่อปี 2530 กว่าๆ เป็นป่าสงวน แต่เมื่อออกโฉนดไปเราก็ต้องร้องทุกข์กล่าวโทษตามกฎหมายมาตรา 61 เพื่อพิสูจน์ว่าออกเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบหรือไม่ ก็ต้องถอน เมื่อเช้าวันนี้ (20 ต.ค.) ได้ส่งข้อความไปที่ไลน์กลุ่มผู้บริหารกระทรวง ทส.ให้เอาให้ถึงที่สุด ถอนก็ต้องถอน ทำอย่างไรก็ได้ให้ตามเรื่องนี้ เพราะประชาชนในพื้นที่ไม่สบายใจ ผิดต้องเอาคืน เพราะเช็คแล้วเป็นที่ป่าสงวน แต่เมื่อเขาได้โฉนดและขอใบอนุญาตจัดตั้งโรงงานมาอย่างถูกต้อง เหมือนกับที่ดินอุทยานสิรินาถ จ.ภูเก็ต กว่าจะจบคดีใช้เวลาเป็น 10 ปี
ลั่นยอมเสียเพื่อน-ไม่ยอมเสียคน
เมื่อถามว่า การที่บอกว่าเป็นคนในพื้นที่ภาคตะวันออก รู้จักกัน การทำงานเชิงรุกจะทำให้เสียเพื่อนหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า เสียเพื่อนก็ต้องเสีย แต่ถ้าเสียคนจะอยู่ไม่ได้ ชีวิตนี้เกิดมาจะเอาหน้ามาสู้กับประชาชน ได้อย่างไร จริงๆ ตนรู้จักคนเยอะ ทำการเมืองมาตั้งแต่ปี 2534 การที่เราจะเจอใคร เราเจอได้หมด ไม่ได้ประพฤติตนหรือทำธุรกิจแบบพวกเขา เราและครอบครัวไม่มีธุรกิจแบบเขาอย่างแน่นอน แต่สิ่งหนึ่งต้องยอมรับ นักลงทุนในเขตนิคมอุตสาหกรรม มีกฎหมายนิคมควบคุม แต่ถ้านอกเขตนิคมพวกนี้อันตราย แต่นายวราวุธก็ปรึกษากับตนตลอดว่าให้เข้าพื้นที่พร้อมกัน จับกุมให้หมด ต้องขอข้อมูลกับนายวราวุธ ว่าผู้ที่ได้รับใบอนุญาตคัดแยกขยะ หลอมสิ่งเหล่านี้มีตรงไหนบ้าง และได้คุยกับผู้ว่าราชการจังหวัดหลายจังหวัดให้ดำเนินการอย่างเข้มงวด ซึ่งนายกฯถือว่าเป็นเรื่องเร่งด่วน จะมีความชัดเจนออกมาเร็วๆ นี้เพื่อรวมศูนย์รวมอำนาจ
วราวุธแจงไม่ได้พูดไม่รู้จะทำอย่างไร
นายวราวุธศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม ชี้แจงกรณีการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชน ภายหลังลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานประกอบกิจการรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ได้รับอนุญาต ในจังหวัดปราจีนบุรี โดยระบุว่า มีสื่อมวลชนฉบับหนึ่งพาดหัวข่าวในลักษณะว่า ไม่รู้จะทำอย่างไรกับปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งขอยืนยันว่าไม่ได้พูดเช่นนั้น แต่สิ่งที่พบจากการลงพื้นที่เป็นเรื่องที่น่าหดหู่ใจ และจำเป็นต้องเร่งดำเนินการแก้ไขอย่างจริงจัง โดยวานนี้ได้หารือกับนายกรัฐมนตรี รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงประสานทำงานกับกระทรวงการคลัง กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. เนื่องจากคดีลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมเหล่านี้ จำเป็นต้องตรวจสอบในมิติทางการเงิน โดยจะสืบสวนเส้นทางการเงินของผู้ถือหุ้นในบริษัทที่กระทำความผิด
นายวราวุธ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่พบผู้เกี่ยวข้องเป็นชาวต่างชาติ และมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการได้มาซึ่งบัตรประชาชน จึงต้องตรวจสอบว่าเกี่ยวข้องกับเส้นทางการเงินอย่างไร พร้อมดำเนินการตามกฎหมาย รวมถึงการฟ้องร้อง และยึดทรัพย์ผู้ประกอบการที่กระทำผิด อีกประเด็นสำคัญ คือการเพิ่มความเข้มงวดในการนำเข้า โดยเฉพาะเศษพลาสติก ซึ่งต้องพิจารณามาตรการจำกัดการนำเข้า เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ช่วยเป็นหูเป็นตา เนื่องจากการกำจัดโรงงานเถื่อนไม่สามารถอาศัยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเพียงลำพังได้
ต้องบูรณาการทำงานทุกฝ่าย
นายวราวุธ กล่าวว่า สำหรับปัญหาที่พบจากการตรวจสอบโรงงานใน จ.ปราจีนบุรี มีทั้งกรณีโรงงานบุกรุกพื้นที่ป่าสงวน ซึ่งเป็นความรับผิดชอบของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขณะที่โรงงานที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ก่อสร้าง จะอยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงอุตสาหกรรม ส่วนเส้นทางการเงินและผลประโยชน์ที่เกิดขึ้น จะประสานให้ ปปง. ตรวจสอบเพื่อดำเนินการยึดทรัพย์ในที่สุด รวมถึงตรวจสอบการถือหุ้นแทนหรือการใช้นอมินี ซึ่งเป็นส่วนที่กระทรวงมหาดไทยต้องเข้ามาดำเนินการด้วยแนวทางการทำงานหลังจากนี้จะเป็นการประสานความร่วมมือทุกหน่วยงานตามที่ได้หารือกับนายกรัฐมนตรี โดยปัจจุบันมีโรงงานที่ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานประเภท 105 และ 106 รวมกันประมาณ 3,000 แห่งทั่วประเทศ จึงได้ขอให้อุตสาหกรรมจังหวัดทุกจังหวัดเร่งลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงาน โดยต้องบูรณาการการทำงานร่วมกับทุกหน่วยงานในพื้นที่ ทั้งกระทรวงมหาดไทย ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันตรวจสอบโรงงานทั่วประเทศอย่างทั่วถึง
เตรียมปูพรมตรวจโรงงานทั่วปท.
เมื่อถามว่า จะใช้โอกาสนี้ปูพรมตรวจสอบโรงงานทั่วประเทศหรือไม่ เนื่องจากมีการเปรียบเทียบสถานการณ์ว่า เมื่อน้ำลดก็จะเห็นตอผุดขึ้นมา นายวราวุธ กล่าวว่า จะใช้โอกาสนี้ปูพรมตรวจสอบโรงงานทั่วประเทศ โดยย้ำว่าโรงงานที่ประกอบกิจการถูกต้องตามกฎหมายก็ขอเป็นกำลังใจให้ แต่โรงงานใดที่ไม่ได้รับอนุญาต หรือรู้ตัวว่ากำลังดำเนินการผิดกฎหมาย ขอให้เร่งแก้ไขให้ถูกต้อง หากอยู่ระหว่างการขออนุญาตและยังไม่ได้รับอนุญาต ก็ไม่ควรดำเนินกิจการไปก่อน เพราะความเสียหายด้านสิ่งแวดล้อมเมื่อเกิดขึ้นแล้ว ไม่สามารถทำให้กลับคืนสู่สภาพเดิมได้โดยง่าย
ยันไม่มีใครโทร.มาเคลียร์
เมื่อถามถึงกรณีมีกระแสข่าวว่าผู้มีชื่อเสียงใน จ.ปราจีนบุรีโทรศัพท์มาหารัฐมนตรี เพื่อขอให้ช่วยเหลือหรือให้มีการยึดเรื่องไว้ นายวราวุธยืนยันว่า เมื่อวานนี้ไม่มีใครโทรศัพท์มาหา ตนและนายสุชาติ ชมกลิ่น และผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย มีแนวทางการทำงานตรงกันว่า ไม่ว่าผู้กระทำผิดจะมีชื่อเสียงมากเพียงใด ก็ต้องพิจารณาตามข้อกฎหมายและดำเนินการอย่างเคร่งครัด ไม่มีข้อยกเว้นสำหรับตน หากเป็นหมายเลขโทรศัพท์ที่ไม่ได้บันทึกไว้ก็อาจติดต่อไม่ติด จึงยืนยันว่าไม่มีใครโทรศัพท์เข้ามา และไม่มีการโทรศัพท์มาเคลียร์เพื่อช่วยเหลือผู้กระทำผิดอย่างเด็ดขาด หากต้องการให้เรื่องจบลง ก็มีเพียงแนวทางเดียว คือการทำให้ทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และหากพบการกระทำผิดก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ครม.ไฟเขียวงบเยียวยา10,500,ล.
รายงานข่าวจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) แจ้งว่า ที่ประชุม ครม.ได้มีมติเห็นชอบอนุมัติงบกลาง รายการสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นเร่งด่วน ปีงบประมาณ 2570 วงเงิน 10,500 ล้านบาท เพื่อใช้จ่ายเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่เหลือ หลังจากงบประมาณเดิมในปี 2569 ใช้หมดลง ตามที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เสนอ นอกจากนี้ ที่ประชุม ครม.ยังอนุมัติต่อระยะเวลาการดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ของนายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการ ป.ป.ท. ออกไปอีก 1 ปี หลังครบวาระดำรงตำแหน่ง 4 ปี
‘อนุทิน’ติงคนบอกรบ.ไม่วางแผน
เมื่อเวลา 13.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีที่ครม.อนุมัติงบเยียวยาน้ำท่วมว่า ตนขอชี้แจง ที่มีการบอกว่ารัฐบาลไม่ได้วางแผนเตรียมงบหรือเงินหมดแล้ว นี่คือการพูดของคนไม่รู้ความ ที่บอกว่าไม่ได้วางแผนนั้นมันต้องเกิดภัยพิบัติก่อน ถึงมีการไปสำรวจ เมื่อสำรวจแล้วก็ต้องมีการตรวจสอบ จะทำเรื่องนำเสนอ ครม.ซึ่งเงินนี้ไม่ใช่เงินที่มาจากงบประจำ ต้องมาจากงบกลางของนายกฯ ก็นำมาเสนอนายกฯ หากเกิน 100 ล้านบาทก็ต้องเข้าที่ประชุม ครม. เพื่ออนุมัติ ดังนั้นที่บอกว่างบประมาณหมดแล้วมันไม่ใช่แน่นอน ซึ่งทุกรัฐบาลที่ผ่านมางบเยียวยาจะต้องมาจากงบกลาง ส่วนที่ระบุว่า 4,700 ล้านบาทแรกใช้หมดแล้ว มันคืองบกลางที่เหลือตั้งแต่ปี 2569 ที่จะต้องนำคืนสู่กระทรวงการคลัง เมื่อเกิดเหตุน้ำท่วมช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนกันยายน จึงไม่ได้ส่งคืนกระทรวงการคลัง เพราะรู้อยู่แล้วว่าสภาพน้ำท่วมขนาดนี้จะต้องมีการเยียวยา จึงนำมาตั้งเป็นงบยาวๆ ทำให้มีการจ่ายเงินเยียวยาได้เร็ว ตรงนี้คือประสิทธิภาพ
ซัดมีผู้ตั้งใจจะให้ร้าย
นายกฯกล่าวว่า วันนี้ จึงมาประมาณการว่าน่าจะยังเหลืออีกกี่ครัวเรือนที่เข้าข่ายได้รับเยียวยา ซึ่งสำนักงบประมาณก็ตั้งงบ 10,500 ล้านบาท เข้า ครม.วันนี้ เพื่อเป็นงบสำรองใช้ในการเยียวยาสถานการณ์น้ำท่วม ขอยืนยันว่าไม่ใช่ว่าเงินหมดแล้ว การกล่าวแบบนี้กับประชาชนถือว่าเป็นการให้ร้าย ซึ่งเชื่อว่าเขารู้แต่ตั้งใจที่จะให้ร้าย
เมื่อถามว่า มองว่าการที่ประชาชนออกมารองบเยียวยา บริเวณหน้าสำนักงานเขต เป็นความผิดของสส.พรรคประชาชน คนนี้ใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่าเขามาพูดด้วยสาเหตุอะไร แต่ทุกรัฐบาลที่ผ่านมา เขาก็ต้องใช้เวลาสำรวจ มีการตั้งคณะกรรมการหลายชุด ซึ่งตอนที่ตนเป็น รมว.มหาดไทย ก็เห็นว่ามีการตั้งคณะกรรมการซ้ำซ้อนมีความล่าช้า เพราะที่สุดแล้วเราก็ต้องมีการตรวจสอบผ่านกรมการปกครองท้องถิ่น ผ่านกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สุดท้ายก็ต้องกลับมาอยู่ตรงนี้ แหล่งข้อมูลทะเบียนราษฎร์ต่างๆอยู่ตรงนี้หมดแล้ว จึงทำให้ลดความซ้ำซ้อน และงบประมาณที่เตรียมไว้ก็มีการตั้งอยู่แล้ว ก็ทำให้สามารถเร่งจ่ายได้ สมัยก่อนอาจจะเป็นนโยบายที่ต้องรอให้ภัยพิบัติจบก่อนแล้วค่อยมาจัดทำบัญชีจ่าย แต่พอเป็นรัฐบาลชุดนี้ First come First Serve (มาก่อนได้ก่อน) แต่ขออย่างเดียวให้มีการตรวจสอบที่แม่นยำ อย่าผิดพลาดอย่าซ้ำซ้อน หากมีการยื่นเรื่องเข้ามาก็ขอให้ทยอยจ่ายเลย เพราะเรามีเงินอยู่แล้ว และวันนี้ก็มีการดำเนินการจ่ายไปแล้วกว่า 6 แสนครัวเรือน
ชี้ต้องวางระบบป้องกัน-รับมือน้ำท่วม
ผู้สื่อข่าวถามว่าเงินที่เข้า ครม. ก้อนนี้ น่าจะพอที่จะเยียวยาแล้วใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ประกันภัยครอบคลุมตั้งแต่วันที่ 1ต.ค.2569 สิ่งที่เราจ่ายทุกวันนี้ คือสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนเดือน ต.ค. ฉะนั้นมันก็จะจบไปในตัวของมันเอง สิ่งที่เราต้องลุ้นต่อไปในปีหน้าคือการไปสร้างระบบป้องกัน ระบบรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมให้มากที่สุด เพราะหากเกิดเหตุการณ์เยอะขึ้น บริษัทประกันภัยอาจจะพิจารณาว่าจะรับประกันหรือไม่ หรือต้องการขึ้นเบี้ยประกันหรือไม่ ฉะนั้นในส่วนที่เราเซฟเพื่อที่จะใช้งบกลาง เราก็ต้องเร่งสร้างระบบป้องกันน้ำท่วม ระบบรับมือสถานการณ์น้ำท่วม การลงทุนเรื่องประตูน้ำเครื่องระบายน้ำ เพราะหากในปีต่อไปถ้าเราต้องใช้ระบบประกันภัย ก็ต้องสร้างความมั่นใจให้กับผู้รับประกัน
กทม.อนุมัติเยียวยาแล้วเกือบ4แสนหลัง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊ก“กรุงเทพมหานคร”สรุปยอดลงทะเบียนและจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐและเว็บไซต์ttps://claim.bangkok.go.th โดยสรุปยอดการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยล่าสุด ข้อมูล ณ วันที่ 19 ต.ค.69 เวลา 17.00 น. ดังนี้ ช่องทางผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐ (ข้อมูลจาก 34 เขต) อนุมัติแล้ว 393,026 ครัวเรือน ได้รับอนุมัติเงินชดเชย 9,000 บาท จำนวน 209,950 ครัวเรือน ได้รับอนุมัติเงินชดเชย 5,000 บาท จำนวน 183,076 ครัวเรือน รวมวงเงินที่ได้รับอนุมัติ 2,800,279,000 บาทช่องทางผ่านเว็บไซต์ Claim Bangkok มีผู้ลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือแล้ว 132,434 คำร้อง โดยข้อมูลทั้งหมดอยู่ระหว่างกระบวนการตรวจสอบ
สำหรับ 5 เขตที่มีผู้ลงทะเบียนสูงสุด ได้แก่ 1.ลาดกระบัง 19,796 คำร้อง 2.บางกะปิ 13,929 คำร้อง 3.สายไหม 11,002 คำร้อง 4.คลองสามวา 8,191 คำร้อง 5.มีนบุรี 7,146 คำร้องประเภทสิทธิที่ประชาชนยื่นขอรับความช่วยเหลือสูงสุด ได้แก่ ค่าดำรงชีพ 94,176 คำร้อง ค่าซ่อมแซมบ้าน 71,462 คำร้อง ค่าเครื่องมือ/ทุนประกอบอาชีพ 37,036 คำร้อง ค่าที่พักชั่วคราว 21,240 คำร้อง ค่ารักษาพยาบาล 1,641คำร้อง
โอนสำเร็จแล้ว2.48แสนครัวเรือน
ส่วนความคืบหน้าการโอนเงินเยียวยา กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และธนาคารออมสิน โอนเงินเยียวยาสำเร็จแล้ว 248,643 ครัวเรือน (ข้อมูล ณ วันที่ 17 ต.ค. 69)ทั้งนี้ กทม.จะติดตามความคืบหน้าและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบได้รับความช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์โดยเร็วที่สุด สำหรับประชาชนสามารถตรวจสอบสถานะการขอรับเงินเยียวยา โดยเงินช่วยเหลือตามมติ ครม. (5,000 / 9,000 บาท) ผ่านแอปฯทางรัฐ หรือเว็บไซต์กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย https://relief.disaster.go.thส่วนการขอรับความช่วยเหลือผ่านกทม. ตรวจสอบผ่าน https://claim.bangkok.go.th/ เลือกหัวข้อ “เช็กสถานะคำร้อง”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

