ปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่ การประชุม Global Tourism Economy Forum ครั้งที่ 12 มาเก๊า 2026

ปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่ สำหรับการประชุม Global Tourism Economy Forum ครั้งที่ 12 ·ที่ มาเก๊า 2026 (The 12th Global Tourism Economy Forum: Macao 2026 หรือ “GTEF”) เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม ณ MGM Theater โรงแรม MGM COTAI โดยกลับมาจัดขึ้นอีกครั้ง ณ มาเก๊า เมืองเจ้าภาพผู้ริเริ่มการประชุมแห่งนี้ ภายใต้แนวคิด “วิกฤต ความยืดหยุ่น วิวัฒนาการ ร่วมสร้างเศรษฐกิจการท่องเที่ยวเพื่ออนาคตที่ทุกคนมีส่วนร่วม” (Crisis Resilience Evolution Building a Tourism Economy for a Shared Future) GTEF
ในการประชุมครั้งนี้จัดขึ้นโดยสำนักเลขาธิการด้านเศรษฐกิจและการเงินแห่งรัฐบาลเขตบริหารพิเศษมาเก๊าร่วมกับองค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาช าติ (UN Tourism)และยังได้รับการสนับสนุนอย่างแข็งแกร่งจากหน่วยงานภาครัฐและองค์กรระหว่างประเทศที่สำคัญ อาทิ กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนสหพันธ์อุตสาหกรรมและการพาณิชย์แห่งประเทศจีน (ACFIC)สำนักงานประสานงานรัฐบาลกลางแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำเขตบริหารพิเศษมาเก๊า สำนักงานผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำเขตบริหารพิเศษมาเก๊า สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (PATA) เป็นต้น ความร่วมมือจากหน่วยงานและองค์กรเหล่านี้สะท้อนถึงพลังแห่งการผนึกกำลังในระดับนานาชาติ เพื่อร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวทั่วโลกให้เติบโตอย่างยั่งยืน

นายโฮ เห่าหว่า (HO Hau Wah) รองประธานคณะกรรมการแห่งชาติสภาที่ปรึกษาทางการเมืองประชาชนจีน และประธานการประชุม Global Tourism Economy Forum กล่าวว่า ปีนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในการพัฒนาการประชุม GTEF เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา การประชุมครั้งที่ 11 ได้ขยายการจัดงานออกนอกมาเก๊าเป็นครั้งแรก โดยจัดขึ้นอย่างประสบความสำเร็จ ณ เมืองฮาร์บิน มณฑลเฮย์หลงเจียงนับเป็นความก้าวหน้าครั้งประวัติศาสตร์ที่สะท้อนถึงการขยายเวทีการประชุมสู่ระดับประเทศต่อยอดจากความสำเร็จดังกล่าว
การประชุมในปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด ‘วิกฤต · ความยืดหยุ่น วิวัฒนาการ ร่วมสร้างเศรษฐกิจการท่องเที่ยวเพื่ออนาคตที่ทุกคนมีส่วนร่วม’ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่สอดคล้องกับสถานการณ์โลกในปัจจุบันในฐานะเวทีระดับนานาชาติที่มีรากฐานสำคัญอยู่ในมาเก๊า GTEFมุ่งประสานการดำเนินงานให้สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาโดยรวมของเขตบริหารพิเศษมาเก๊าอย่างต่อเนื่อง พร้อมเสริมสร้างแรงขับเคลื่อนใหม่ให้แก่การกระจายความหลากหลายทางเศรษฐกิจของมาเก๊า

นายซัม โฮวไฟ (SAM Hou Fai) ผู้บริหารสูงสุดแห่งเขตบริหารพิเศษมาเก๊า กล่าวว่า นับตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นที่มาเก๊าในปี 2012 การประชุม Global Tourism Economy Forumได้พัฒนาสู่การเป็นเวทีสำคัญสำหรับการหารือระดับสูงและความร่วมมือพหุภาคีในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั่วโลก มาเก๊าจะเดินหน้าใช้ประโยชน์จากจุดแข็งอันเป็นเอกลักษณ์ของตน ในฐานะพื้นที่ที่ได้รับการสนับสนุนจากมาตุภูมิและเชื่อมโยงกับนานาชาติ
พร้อมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ ‘มุ่งเหนือ ลงใต้ มุ่งตะวันตก เชื่อมตะวันออก’ (Go North, Down South, Move West, Navigate East)เพื่อพัฒนามาเก๊าให้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวและการพักผ่อนระดับโลกตลอดจนเป็นฐานสำคัญสำหรับการแลกเปลี่ยนและความร่วมมือทางวัฒนธรรมหลากหลายโดยมีวัฒนธรรมจีนเป็นหัวใจสำคัญ

นางเชคา อัล นูไวส์ (Shaikha AL NUWAIS) เลขาธิการองค์การการท่องเที่ยวแห่งสหประชาชาติ (UN Tourism) กล่าวระบุว่า นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน มีผู้เดินทางท่องเที่ยวระหว่างประเทศแล้ว 690 ล้านคน มากกว่าช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาถึง 3 ล้านคน ท่ามกลางสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลาง ตัวเลขดังกล่าวถือเป็นสัญญาณที่น่ายินดีอย่างยิ่ง และสะท้อนให้เห็นว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวยังมีศักยภาพในการเติบโตอีกมหาศาล อย่างไรก็ตามความสำเร็จไม่ได้วัดจากจำนวนผู้เดินทางเพียงอย่างเดียว แต่ยังอยู่ที่คุณค่าและผลลัพธ์ที่การเดินทางสร้างให้แก่จุดหมายปลายทางและชุมชนต่างๆอีกด้วย เมื่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และความคาดหวังของนักเดินทางเพิ่มสูงขึ้น เราจำเป็นต้องพัฒนาบุคลากรให้มีทักษะ ความเป็นมืออาชีพ และจิตสำนึกในการให้บริการ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่มีคุณภาพตามความต้องการของนักเดินทางในปัจจุบัน อีกทั้งมาเก๊ามีเรื่องราวสำคัญที่ควรบอกเล่าสู่สายตาชาวโลก โดยกำลังก้าวจากการมุ่งเน้นปริมาณสู่การสร้างคุณค่า เชื่อมโยงวัฒนธรรม อาหาร สุขภาพ และนวัตกรรมเข้าด้วยกัน เพื่อพัฒนาสู่การเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวและการพักผ่อนระดับโลก

นาง แพนซี โฮ เลขาธิการ GTEF และประธานร่วมกรรมการผู้จัดการของ MGM China Holdings กล่าวว่า ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเข้ามาเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีโดยไม่ทำลายแก่นแท้ทางอารมณ์ของการให้บริการ
อย่างไรก็ดีการท่องเที่ยวเกิดขึ้นเพราะผู้คนยังคงต้องการไปเยือนสถานที่ต่างๆ ด้วยตนเอง เมื่อผู้คนพึ่งพา AI มากขึ้น การท่องเที่ยวจึงยิ่งน่าสนใจและมีความสำคัญมากขึ้นในยุคที่ขับเคลื่อนด้วย AIความจำเป็นในการสร้างสนามแข่งขันที่เป็นธรรมมากขึ้น
ทั้งนี้แม้ว่าโรงแรมระดับโลกจะมีเงินทุนมากพอที่จะลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีขั้นสูง แต่อัลกอริธึม AI และแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ตรงเป้าหมายกำลังทำให้ภาคธุรกิจการท่องเที่ยวเข้าถึงได้ง่ายขึ้นสำหรับผู้ประกอบการรายเล็ก
อย่างไรก็ตาม การที่จะโดดเด่นในตลาดที่เต็มไปด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) นั้น จำเป็นต้องเปลี่ยนไปเน้นประสบการณ์ที่ลึกซึ้งและมีรากฐานทางวัฒนธรรมมากขึ้น ทำให้การบริการต้อนรับแบบมาตรฐานจึงไม่เพียงพออีกต่อไป
รูปแบบการเดินทางหลายจุดหมายปลายทาง เทียบกับค่าใช้จ่ายในการเดินทางที่เพิ่มสูงขึ้นเพื่อรับมือกับแรงกดดันทางเศรษฐกิจโลกในปัจจุบันและค่าใช้จ่ายในการเดินทางที่เพิ่มสูงขึ้น การใช้กลยุทธ์ระดับภูมิภาคที่ยืดหยุ่นเพื่อลดผลกระทบจากภาวะเงินเฟ้อต่อเส้นทางการเดินทางระยะไกล
“หัวใจสำคัญของแนวทางนี้คือการขยาย กรอบ การเดินทาง "หนึ่งเส้นทาง แวะหลายจุด"ไปทั่วประเทศจีนและเขตอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า” นางโฮ กล่าว
ด้วยการเปลี่ยนศูนย์กลางการขนส่งให้กลายเป็นจุดแวะพักปลายทาง คล้ายกับรูปแบบที่ใช้ในตะวันออกกลาง นักเดินทางจะได้รับประโยชน์มากขึ้นจากแผนการเดินทางแบบหลายเมืองในทริปเดียว ระบบวางแผนด้วย AI ช่วยให้การเปลี่ยนผ่านนี้ง่ายขึ้น
นอกจากนี้ ศูนย์กลางการท่องเที่ยวระดับโลกที่กำลังเติบโต โดยเฉพาะอย่างยิ่งซาอุดีอาระเบีย ซึ่งในการแลกเปลี่ยนทวิภาคีระหว่างฮ่องกง มาเก๊า และตะวันออกกลาง ยังคงให้ความสำคัญเชิงกลยุทธ์สำหรับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการเติบโตทางการค้าในระยะยาว
อย่างไรก็ตามจากวิวัฒนาการของมาเก๊าจากจุดค้าขายเล็กๆ สู่ศูนย์กลางการท่องเที่ยวระดับหรูหราชั้นนำ การเปลี่ยนแปลงในระยะยาวต้องอาศัยวิสัยทัศน์และความมั่นใจ การท่องเที่ยวช่วยยกระดับธุรกิจค้าปลีกโดยการเชื่อมโยงสินค้าเข้ากับวัฒนธรรมและประสบการณ์ ในขณะที่จุดหมายปลายทางทั่วโลกกำลังเผชิญกับการพัฒนาทางเทคโนโลยี AI อย่างรวดเร็ว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

