คลินิกสิ่งแวดล้อม:23 ตุลาคม 2569

คลินิกสิ่งแวดล้อม
เทรลแก่งกระจานกับประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม
ประเด็นร้อนแรกในสัปดาห์นี้เป็นกรณีเกี่ยวกับการจัดงานวิ่งเทรลในเส้นทางบ้านกร่าง-พะเนินทุ่ง ซึ่งมีระยะทาง 33 กิโลเมตร
ทำความรู้จักพะเนินทุ่ง เขาพะเนินทุ่ง เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดและเป็นหัวใจสำคัญด้านการท่องเที่ยวเชิงนิเวศของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน โดยได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติแห่งที่ 3 ของประเทศไทย ตั้งอยู่ในตำบลห้วยแม่เพรียง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี มีลักษณะเป็นเทือกเขาสูงชันในผืนป่าดิบชื้นป่าดิบเขาที่มีความสูงราว 960 - 1,234 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง
ประวัติในข้อพิพาททางกฎหมาย เมื่อประมาณเดือนตุลาคม 2561 หน่วยงานรัฐในขณะนั้นซึ่งได้แก่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 ได้มีความพยายามในการจัดทำโครงการ ปรับปรุงถนนเพื่อการท่องเที่ยวเส้นบ้านกร่าง-พะเนินทุ่งในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน
ระยะทางประมาณ 18.50 กิโลเมตร โดยเป็นการจัดทำถนน คสล. แทนเส้นทางเดิมที่เป็นถนนทางลูกรัง ซึ่งมีระยะเวลาในการจัดทำโครงการ 560 วันในวงเงินงบประมาณ 86,747,000 บาท ในช่วงเวลาดังกล่าวได้รับการคัดค้านจากชาวบ้านและนักอนุรักษ์เป็นจำนวนมาก
ต่อมาเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2561 ตัวแทนผู้คัดค้านโครงการได้ยื่นฟ้องเป็นคดีปกครองต่อศาลปกครองเพชรบุรี เป็นคดีหมายเลขที่ ส.3/2561 ระหว่างพิจารณาคดีศาลปกครองจังหวัดเพชรบุรีได้เรียกผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรีเข้ามาเป็นผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ศาลใช้เวลาในการ ไต่สวนข้อเท็จจริงอยู่ไม่ถึง 1 ปี
ต่อมาเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2562 ศาลปกครองเพชรบุรีได้มีคำพิพากษาให้ ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองคือสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 และผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี โดยพิพากษาห้ามผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองกระทำการหรือดำเนินโครงการก่อสร้างปรับปรุงถนน สายบ้านกร่าง-พะเนินทุ่ง ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่ง
กระจาน จังหวัดเพชรบุรี ที่เป็นการก่อสร้างปรับปรุงให้เป็นถนน ค.ส.ล.พร้อมรางระบายน้ำ ค.ส.ล.ตลอดเส้นทาง รวมระยะทาง 18.50 กิโลเมตร จนกว่าจะได้มีการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม และหน่วยงานหรือองค์กรที่เกี่ยวข้องได้ให้ความเห็นชอบต่อรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมดังกล่าวตามกฎหมายเสียก่อน
โดยในคำพิพากษามีความเห็นของศาลที่เป็นทฤษฎีทางด้านสิ่งแวดล้อมที่น่าสนใจคือ พิเคราะห์แล้วเห็นว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 58 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า การดำเนินการใดของรัฐหรือที่รัฐจะอนุญาตให้ผู้ใดดำเนินการ ถ้าการนั้นอาจมีผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ คุณภาพสิ่งแวดล้อม สุขภาพ อนามัย คุณภาพชีวิต หรือส่วนได้เสียสำคัญอื่นใดของประชาชนหรือชุมชนหรือสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง รัฐต้องดำเนินการให้มีการศึกษาและประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนหรือชุมชน และจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียและประชาชนและ
ชุมชนที่เกี่ยวข้องก่อน เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาดำเนินการหรืออนุญาตตามที่กฎหมายบัญญัติ และวรรคสาม บัญญัติว่า ในการดำเนินการหรืออนุญาตตามวรรคหนึ่ง รัฐต้องระมัดระวังให้เกิดผลกระทบต่อประชาชน ชุมชน สิ่งแวดล้อม และความหลากหลายทางชีวภาพน้อยที่สุด และต้องดำเนินการให้มีการเยียวยาความเดือดร้อนหรือเสียหายให้แก่ประชาชนหรือชุมชนที่ได้รับผลกระทบอย่างเป็นธรรมและโดยไม่ซักช้าประกอบกับพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535มาตรา 48 วรรคหนึ่ง ซึ่งศาลเห็นว่าจากข้อเท็จจริงไม่ว่าจะเป็นมูลค่าของโครงการ ก็ดีระยะเวลาในการจัดทำโครงการก็ดีรวมถึงวิธีในการ จัดทำโครงการก็ดี รวมถึงลักษณะภูมิประเทศและความสำคัญของพื้นที่ที่จัดทำโครงการก็ดี ล้วนมีโอกาสที่จะ กระทบต่อ ระบบนิเวศ และความหลากหลายทางชีวภาพ ศาลจึงมีคำพิพากษาให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองไปจัดทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมให้ถูกต้องตามกฎหมายเสียก่อน
แม้ในส่วนของการจัดกิจกรรมวิ่งอาจไม่ได้ก่อให้เกิดผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมเสมือนกับการก่อสร้างข้างต้น และหากกิจกรรมได้รับอนุญาตโดยถูกต้อง มีการจัดการปัญหาเกี่ยวกับขยะที่ดี รวมถึงสามารถดำเนินการควบคุมและรักษาความปลอดภัยแก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้อย่างรัดกุม และไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหรือ ความอ่อนไหวทางระบบนิเวศแล้ว ผู้เขียนก็มีความเห็นว่าคงจะสามารถจัดกิจกรรมได้ แต่ปัญหาในทางปฏิบัติคือเมื่อจัดกิจกรรมแล้วไม่สามารถควบคุมปัญหาดังกล่าวได้บุคคลใดจะเป็นผู้รับผิดชอบ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง


