'สุริยะ' สั่งกรมวิชาการเกษตรตรวจสอบขั้นตอนการวิจัย-จดทะเบียนคุ้มครองกะเพรา 4 พันธุ์ซีพีแรม ต้องไม่กระทบสิทธิประโยชน์ของเกษตรกร

“สุริยะ” สั่งกรมวิชาการเกษตรตรวจสอบขั้นตอนการวิจัยและจดทะเบียนคุ้มครองกะเพรา 4 พันธุ์ของซีพีแรม ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ย้ำต้องไม่กระทบสิทธิประโยชน์ของเกษตรกร พร้อมเร่งชี้แจงข้อสงสัยของสังคมในช่วงต้นสัปดาห์หน้า
วันนี้ 24 ต.ค. 69นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กล่าวถึงกรณีบริษัท ซีพีแรม จำกัดได้รับการจดทะเบียนคุ้มครองกะเพราใหม่ 4 พันธุ์จากกรมวิชาการเกษตร โดยระบุว่า ส่วนตนมีความห่วงใยเกษตรกรและประชาชนทั่วไป เนื่องจากกะเพราเป็นพืชสมุนไพรที่ใช้ประกอบอาหารในครัวเรือน อีกทั้งเป็นพืชที่ผูกพันกับวิถีชีวิตของเกษตรกรไทยมาอย่างยาวนาน จึงมอบหมายให้กรมวิชาการเกษตรตรวจสอบขั้นตอนการวิจัยและการจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์กะเพราดังกล่าว ว่า ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ พร้อมย้ำว่า การจดทะเบียนจะต้องไม่กระทบต่อสิทธิประโยชน์ของเกษตรกรที่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย

โดยกรมวิชาการเกษตรรายงานเบื้องต้นว่า บริษัท ซีพีแรม จำกัด ได้รับการจดทะเบียนคุ้มครองกะเพราพันธุ์แก้วจุรี01 เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2567 และแก้วจุรี02 แก้วจุรี03 และแก้วจุรี04 เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2567 โดยทั้ง 4 พันธุ์มีระยะเวลาคุ้มครอง 12 ปี สิ้นสุดในปี 2579 ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 ซึ่งเป็นการคุ้มครองเฉพาะพันธุ์ใหม่ที่ได้รับการจดทะเบียน ไม่ได้ครอบคลุมกะเพราพื้นเมืองหรือกะเพราพันธุ์ทั่วไปในท้องตลาด
ทั้งนี้ กะเพราแก้วจุรีทั้ง 4 พันธุ์พัฒนาจากกะเพราพันธุ์พื้นเมืองรหัส CPR1 โดยใช้กระบวนการปรับปรุงพันธุ์และเทคนิคเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2563 และมีการทดลองปลูกที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน และบริษัทซีพีแรม จังหวัดปทุมธานี ก่อนนำไปจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ ซึ่งประชาชนและเกษตรกรยังสามารถปลูกกะเพราพันธุ์ทั่วไปเพื่อบริโภค เก็บใบจำหน่าย ขายต้นเป็นผลผลิต หรือนำไปประกอบอาหารจำหน่ายได้ตามปกติ โดยไม่เป็นการละเมิดสิทธิคุ้มครองพันธุ์พืช ส่วนการนำพันธุ์ใหม่ที่ได้รับความคุ้มครองไปผลิตเมล็ดพันธุ์ เพาะต้นกล้า หรือปักชำกิ่งเพื่อจำหน่าย จะต้องได้รับอนุญาตจากผู้ทรงสิทธิก่อน
สำหรับการนำกะเพราพื้นเมืองมาใช้ปรับปรุงพันธุ์ กรมวิชาการเกษตรให้ข้อมูลเบื้องต้นว่า บริษัทได้ดำเนินการขออนุญาตเข้าถึงพันธุ์พืชพื้นเมืองหรือพันธุ์พืชป่า และดำเนินการตามหลักเกณฑ์การแบ่งปันผลประโยชน์ โดยกรมวิชาการเกษตรจะตรวจสอบรายละเอียดขั้นตอนและเอกสารที่เกี่ยวข้องตามข้อสั่งการของรัฐมนตรี เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินการเป็นไปตามกฎหมายและไม่กระทบสิทธิของเกษตรกร
อย่างไรก็ตามกรมวิชาการเกษตรจะเร่งชี้แจงข้อเท็จจริงและตอบข้อสงสัยของสังคมเกี่ยวกับการจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์กะเพราในช่วงต้นสัปดาห์หน้า โดยเฉพาะขอบเขตสิทธิคุ้มครองพันธุ์พืช การปลูกและใช้ประโยชน์จากกะเพรา เพื่อให้เกษตรกรและประชาชนมีความเข้าใจที่ถูกต้อง พร้อมให้ความสำคัญกับการปกป้องสิทธิและประโยชน์ของเกษตรกรตามกฎหมาย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง


