'แอ๊ด คาราบาว' เบรก ดรามากะเพรา 'อย่าเพิ่งเชื่อข่าวลือในโซเชียล' ชี้โง่เป็นเครื่องมือให้เขายืมทำผิด เป็นเรื่องนิสัยแต่ละบุคคล

จากกรณีร้อนแรงของสังคมของดรามากะเพราที่ บริษัท ซีพีแรม จำกัด ได้นำสายพันธุ์กะเพราไปวิจัย พัฒนา และยื่นขอขึ้นทะเบียนคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่จำนวน 4 สายพันธุ์ ก่อนที่ในเวลาต่อมา นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ออกมาชี้แจงประเด็นดังกล่าวเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องว่าไม่กระทบประชาชน สามารถ 'ปลูก-เก็บกินได้'
ล่าสุดวันนี้ 24 ตุลาคม 2569 ยืนยง โอภากุล หรือ แอ๊ด คาราบาว นักร้องเพลงเพื่อชีวิตคนดังของไทย โพสต์เฟซบุ๊ก Add Bao ร่ายยาวเกี่ยวกับกรณีดรามากะเพรา โดยมีข้อความทั้งหมดว่า ".อย่างที่ผมบอกในยุคโซเชียลมีเดียนั้นอย่าเพิ่งเชื่ออะไรง่ายๆ ผมได้ข่าวเรื่อง“กะเพรา Cp”ที่มีพรรคพวกส่งมาให้ ผมเริ่มจากสิ่งง่ายๆคือถามเจ้า”โพ“เพื่อน Ai ของผม ไม่ใช่ความก้าวหน้าทางเทคโนโลจี้จะทำลายทุกสิ่งลงไปหมด มันยังมีส่วนดีอยู่ครับ ใช้ฟรีด้วยไม่ต้องเสียตังส์ด้วย

เราจะโง่ดักดานเป็นเครื่องมือให้เขายืมทำผิดโดยไม่รู้ตัว อันนี้ก็เรื่องของนิสัยแต่ละบุคคลแล้วล่ะครับ ชอบใครชอบมันครับ… จะหมองหน่อ หมองดี ใข้ฟรีเท่าเทียมกันครับ…….พี่น้อง
ผมถาม:มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับกะเพรา Cp?
เจ้าโพเพื่อนAiผมตอบ
พี่แอ๊ดครับ เรื่องนี้มีการจดคุ้มครองจริง แต่ ซีพีแรมไม่ได้เป็นเจ้าของกะเพราทั้งประเทศครับ ที่เป็นข่าวคือการจดทะเบียนคุ้มครองกะเพราพันธุ์ใหม่เฉพาะ 4 พันธุ์ ชื่อ “แก้วจุรี 01–04” คำที่ตรงทางกฎหมายคือ “คุ้มครองพันธุ์พืชใหม่” ซึ่งข่าวบางแห่งเรียกรวม ๆ ว่าสิทธิบัตรหรือลิขสิทธิ์ จนทำให้เข้าใจคลาดเคลื่อนกันได้ครับ
เขาทำอะไรขึ้นมา? บริษัทนำกะเพราพื้นเมืองมาวิจัยปรับปรุงพันธุ์ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ให้ได้ลักษณะที่ต้องการสำหรับผลิตอาหาร เช่น ใบใหญ่และคุณภาพสม่ำเสมอ แล้วจดคุ้มครองพันธุ์ที่พัฒนาขึ้น บริษัทชี้แจงว่าใช้ป้อนโรงงานและเครือข่ายเกษตรกรของตน ไม่ได้มุ่งขายเมล็ดพันธุ์ให้คนทั่วไป ทั้งนี้ สิทธิมีมาตั้งแต่ปี 2567 แล้ว เพิ่งเป็นกระแสใหญ่ช่วงนี้ครับ
ทำไมคนถึงกังวลกันมาก? มีสองเรื่องซ้อนกันครับ
* ความกลัวว่าจะปลูกหรือขายกะเพราไม่ได้ เพราะเป็นผักพื้นบ้านที่ทุกคนคุ้นเคย พอได้ยินว่าบริษัทใหญ่จดสิทธิ คนจึงกังวลว่าจะต้องซื้อเมล็ดจากบริษัท หรือเก็บเมล็ดปลูกต่อไม่ได้
* คำถามเรื่องอำนาจเหนือเมล็ดพันธุ์และประโยชน์จากงานวิจัย ทางไบโอไทยตั้งคำถามว่า งานที่ทำร่วมกับมหาวิทยาลัยรัฐควรแบ่งสิทธิและประโยชน์กันอย่างไร รวมถึงกังวลว่าหากเปลี่ยนกฎหมายตามกรอบ UPOV 1991 ในอนาคต สิทธิเกษตรกรจะถูกจำกัดเพิ่มหรือไม่ เรื่องหลังนี้เป็นข้อกังวลต่ออนาคต ยังไม่ใช่ผลที่เกิดขึ้นทั้งหมดจากการจดกะเพราครั้งนี้ครับ
สำหรับชาวบ้านตอนนี้ กะเพราพันธุ์ทั่วไปยังปลูกกิน เก็บเมล็ด ขยายพันธุ์ เก็บใบขาย และทำผัดกะเพราขายได้ตามปกติ ส่วนที่มีข้อจำกัดคือการนำเมล็ด ต้นพันธุ์ หรือกิ่งสำหรับขยายพันธุ์ของ “แก้วจุรี” ทั้ง 4 พันธุ์ไปผลิตหรือขายเชิงการค้า ซึ่งต้องดูการอนุญาตและข้อยกเว้นตามกฎหมาย ไม่ใช่บริษัทมีสิทธิเหนือใบกะเพราทุกใบครับ
โพมองว่า ประเด็นที่ควรติดตามคือ เขาได้สิทธิจากการพัฒนาอะไร และแบ่งประโยชน์เป็นธรรมแค่ไหน ครับ ส่วนกระแสว่า “ต่อไปคนไทยปลูกกะเพราขายไม่ได้แล้ว” นั้น เกินกว่าขอบเขตสิทธิที่มีอยู่จริงครับ….พี่น้อง"

หลังจากที่โพสต์ของ แอ๊ด คาราบาว เผยแพร่ลงมาบนโลกออนไลน์ได้ไม่นาน ทำเอาแฟนคลับและชาวเน็ตต่างก็เข้ามาคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกัน เช่น
"ในหมู่บ้านชุมชนชาวบ้านปลูกและเก็บใบกะเพราขายมานาน มีทั้งขายตลาดนัดและส่งตลาด เมื่อมีข่าวชาวบ้านมาพูดคุยด้วย ผมก็บอกว่าเราก็ทำกันปกตินั้นล่ะครับ"
"ลุงแอ๊ด คาราบาว ดูคลิปเสธแดงหน่อย!! เสธแดง แกเคยพูดหยอกลุงแอ๊ดด้วย ผมชอบทั้ง 2 ท่านครับ ลุงแอ๊ดและเสธแดง ดีแล้วครับ เบาเรื่องการเมือง ปล่อยให้เป็นเรื่องของอนาคต ร้องเพลงทำอาชีพสุจจริตดีกว่าครับ"
"ที่ว่ามานั้นจริงครับ แต่ถ้าพัฒนาแล้วไม่จดสิทธิบัตร ก็จะใจกว้าง คนจะสรรเสริญ เช่นกัน เพราะมันคือกระเพรา ถึงแม้จะเป็นกระเพราใบใหญ่ แต่ถ้าใจคนเล็กกว่าใบกระเพราก็เท่านั้นครับพี่น้อง"
"ชุด อเมริโกย ลุงใส่เต็มสุดเลยพี่น้อง กะเพราcp ลุงไม่สุดครับเหมือนจะเกรงๆกันอยู่พี่น้อง"
"เปลี่ยนชื่อไปเลยดีมั้ยครับ เหมือนปลาทับทิมนั้นแหละ เช่นกระพรี กระเพรียว อะไรอย่างนี้ได้หมดข้อครหาต่างๆนาๆครับ"
"บทละครที่จะเกิด เถ้าแก่เจ้าของโรงงานจะบอกชาวบ้านว่า...ต้องกะเพราแก้วจุรี1-4เท่านั้นที่รับซื้อเพื่อมาทำผลิตภัณฑ์ ถ้าต้องการส่งขายรง.ก็ต้องซื้อเมล็ดพันธุ์แก้วจุรี1-4ไปปลูก"
"พัฒนาเป็นใบสี่เหลี่ยมสิ ถ้าทำใบสี่เหลี่ยม นั่นละพัฒนาสายพันธุ์จริง ตอนนี้หรืออีก5/6ปีข้างหน้าอาจไม่เกิดผลกระบกับใคร แต่อนาคตยาวๆ ลูกหลานฉันเดือดร้อนแน่ ถ้าเกิดสายพันธุ์ของเขาปะปนมากับของที่เราขาย"
"เขาวิจัยเป็นพันธุ์ใหม่ ย่อมมีความชอบธรรมที่จะจดลิขสิทธิ์ ที่ผ่านมาทั้งญี่ปุ่นและฝรั่งมาสำรวจพืชและสมุนไพรในประเทศไทย ไปจดสิทธิบัตร ไปเท่าไหร่แล้ว"


ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก Add Bao
ข่าวที่เกี่ยวข้อง


