ชี้ช่อง‘โหย่วอี้กวน’ ประตูส่งออกผลไม้ไทยสู่จีน

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) ณ เมืองหนานหนิง กระทรวงพาณิชย์ รายงานว่า ด่านโหย่วอี้กวน 1 ใน 9 ด่านสำคัญของจีน และเป็นจุดผ่านแดนทางบกระหว่างจีนกับเวียดนาม เร่งเดินหน้าสู่ “ด่านอัจฉริยะ” โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลและระบบตรวจสอบอัจฉริยะ เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพพิธีการศุลกากร และมีแผนขยายขีดความสามารถการขนส่งสินค้าข้ามพรมแดน ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสทางการค้า สนับสนุนการนำเข้าและกระจายทุเรียน รวมถึงผลไม้จากไทยสู่ตลาดจีน
ล่าสุดด่านโหย่วอี้กวน ซึ่งตั้งอยู่ในอำเภอผิงเสียง เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ได้นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ปรับปรุงกระบวนการปฏิบัติงาน และเดินหน้าโครงการด่านอัจฉริยะข้ามพรมแดนจีน-เวียดนาม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าและลดขั้นตอนการผ่านแดน วงเงินลงทุน 1,060 ล้านหยวน โดยฝั่งจีนเริ่มใช้งานระบบกับรถขนส่งและสินค้าจริงแล้ว มีการนำระบบนำทางดาวเทียม 5G อุปกรณ์ยกตู้สินค้าอัตโนมัติ รถขนส่งไร้คนขับ (IGV) ระบบตรวจสอบอัจฉริยะ และแพลตฟอร์มประสานงานข้ามพรมแดน มาใช้บริหารจัดการ ตั้งเป้าให้ขนส่งสินค้าจากหนานหนิงถึงกรุงฮานอย ดำเนินการได้ภายใน 24 ชั่วโมง
ศุลกากรจีน ระบุว่า เดือนมกราคม-กันยายน 2569 ด่านโหย่วอี้กวน นำเข้าทุเรียน 739,000 ตัน เพิ่มขึ้น 19% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่เดือนมกราคม-สิงหาคม 2569 มูลค่านำเข้าทุเรียน 17,610 ล้านหยวน เพิ่มขึ้น 27.9% ปริมาณนำเข้า 620,000 ตัน เพิ่มขึ้น 30.4% สูงที่สุดในบรรดาด่านทางบกของจีน รวมถึงนำเข้าผลไม้จากประเทศสมาชิกอาเซียน 8.94 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 6.7% มูลค่า 19,270 ล้านหยวน เพิ่มขึ้น 21.9%
ด่านแห่งนี้ยังเป็นช่องทางการค้าสำคัญสำหรับสินค้าส่งออกจากจีนไปเวียดนาม ไทย ลาว และประเทศอาเซียนอื่นๆ สินค้าสำคัญ คือ โมดูลจอแสดงผลแบบแบน ชิ้นส่วนอุปกรณ์ประมวลผลข้อมูลอัตโนมัติ เสื้อผ้า รองเท้า หมวก และเคสโทรศัพท์มือถือ โดย 8 เดือนแรกปี 2569 มูลค่าการนำเข้าและส่งออกสินค้าทั้งหมดผ่านด่านโหย่วอี้กวน อยู่ที่ 513,600 ล้านหยวน เพิ่มขึ้น 31.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนบทบาทของด่านในฐานะศูนย์กลางการค้าระหว่างจีนกับอาเซียนที่มีความสำคัญเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สคต. ณ เมืองหนานหนิง มองว่า ด่านโหย่วอี้กวนเป็นช่องทางสำคัญในการนำเข้าทุเรียนไทยสู่ตลาดจีน การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาบริหาร ช่วยลดเวลารอผ่านด่าน ลดการสูญเสียคุณภาพผลไม้สด เพิ่มความสามารถการแข่งขันของผลไม้ไทยในตลาดจีน โดยผู้ประกอบการไทยควรดำเนินการ 3 ข้อ คือ 1.ยกระดับความปลอดภัยตลอดห่วงโซ่การผลิต ควรควบคุมการใช้สารเคมีและสารปนเปื้อนให้เป็นไปตามข้อกำหนดของจีน
2.พัฒนาระบบดิจิทัลและการตรวจสอบย้อนกลับของอุตสาหกรรมทุเรียนไทย ควรประสานงานกับผู้นำเข้าและผู้ให้บริการโลจิสติกส์จีน เพื่อเตรียมเอกสารที่จำเป็นล่วงหน้า การเชื่อมต่อข้อมูลกับแพลตฟอร์มบริการห่วงโซ่อุตสาหกรรมด่านจีน-อาเซียนควรดำเนินการตามระบบที่หน่วยงานจีนกำหนด และข้อกำหนดด้านข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จะช่วยลดความซ้ำซ้อนในการจัดเตรียมเอกสารและเพิ่มความพร้อมในการผ่านพิธีการศุลกากร
3.วางแผนการขนส่งและกระจายความเสี่ยงด้านโลจิสติกส์ ให้สอดคล้องกับปริมาณรถและเวลาที่ใช้ในการตรวจสอบ โดยเฉพาะช่วงฤดูกาลที่มีปริมาณทุเรียนนำเข้าสูง กรณีด่านโหย่วอี้กวนหนาแน่น ผู้ประกอบการอาจศึกษาความเหมาะสมของช่องทางขนส่งอื่น เช่น ด่านตงซิง ด่านหลงปัง ด่านสุยโข่ว ด่านรถไฟผิงเสียง ท่าอากาศยานนานาชาติหนานหนิงอู๋ซวี และท่าเรือชินโจว เป็นต้น
สคต. ณ เมืองหนานหนิง มองว่า การพัฒนาด่านอัจฉริยะเป็นโอกาสสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการส่งออกผลไม้ไทยสู่ตลาดจีน แต่การใช้ประโยชน์ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม จำเป็นต้องดำเนินควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานสินค้า การตรวจสอบย้อนกลับ และการบริหารจัดการโลจิสติกส์อย่างเป็นระบบ เพื่อรักษาคุณภาพผลไม้ไทย ลดความเสี่ยงระหว่างการขนส่ง และเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันในตลาดจีนอย่างยั่งยืน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

