‘ข้าวไทย’กระอัก! ตลาดแข่งดุฉุด‘ส่งออก’ดิ่ง19%

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ได้หารือร่วมกับนายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย และคณะผู้บริหารสมาคมฯ เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2569 โดยการส่งออกข้าวไทยปี 2569 เผชิญความท้าทายจากปัจจัยกดดันจากผลผลิตข้าวอินเดียที่มีปริมาณมาก และปลายปีเป็นช่วงที่ผลผลิตข้าวปากีสถานออกสู่ตลาด ยิ่งทำให้การแข่งขันรุนแรงขึ้น และการส่งออกข้าวไทยไปอิรักลดลงมากตั้งแต่ช่วงต้นปี จากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง แม้จะขนส่งข้าวไปอิรักผ่านทางตุรกีบ้าง แต่ยังไม่มากนัก เพราะต้นทุนขนส่งเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดียังมีฟิลิปปินส์และมาเลเซียที่นำเข้าข้าวจากไทยเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับกับความเสี่ยงจากผลกระทบของเอลนีโญ ช่วยชดเชยตลาดอิรักได้ส่วนหนึ่ง
ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ได้แจ้งสถานการณ์การขาดแคลนแรงงานแบกขนสินค้า ณ ท่าเรือ จึงขอความอนุเคราะห์กระทรวงพาณิชย์ช่วยประสานกระทรวงแรงงานในการจัดหาแรงงานที่ทำงานในลักษณะนี้ได้ ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ได้ประสานกระทรวงแรงงานทันที ส่วนด้านราคานั้น หากเราทำราคาขายให้เหมาะสมแต่ยังมีกำไร จะส่งออกได้เพิ่มขึ้น ส่งผลต่อราคาข้าวของเกษตรกร แต่หากส่งออกได้น้อยลง ข้าวจะอยู่ในประเทศมากขึ้น ส่งผลกับราคาข้าวในประเทศ
ขณะที่นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า กรมฯมีแผนรุกตลาดเพื่อเร่งผลักดันการส่งออกข้าว โดยจะร่วมกับภาคเอกชนเดินทางไปพบหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าข้าวของฟิลิปปินส์ เพื่อขอขยายกรอบเวลาส่งออก และขอให้นำเข้าข้าวจากไทย และต้นปี 2570 กรมฯยังมีแผนพบผู้นำเข้าญี่ปุ่นและแอฟริกาใต้ เพื่อรักษาตลาดข้าวไทย รวมถึงมีแผนจัดประชุมข้าวนานาชาติ เพื่อสนับสนุนการเจรจาธุรกิจการค้าระหว่างผู้ส่งออกข้าวไทยกับผู้นำเข้าข้าวนานาประเทศ
“สำหรับสถานการณ์การส่งออกข้าวไทยปี 2570 คาดว่ายังเผชิญกับปัจจัยท้าทายเช่นเดียวกับปี 2569 เบื้องต้นอาจยังคงเป้าหมายไว้ที่ 7 ล้านตัน อย่างไรก็ดีช่วงปลายปีกรมฯจะหารือร่วมกับสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เพื่อประเมินสถานการณ์เอลนีโญ และความขัดแย้งในตะวันออกกลาง เพื่อกำหนดคาดการณ์การส่งออกข้าวปี 2570 อีกครั้ง” นางอารดา กล่าว
ทั้งนี้ เดือนมกราคม-กันยายน 2569 ไทยส่งออกข้าว 4.99 ล้านตัน ลดลง 19.26% มูลค่า 2,962 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 94,912 ล้านบาท ลดลง 16.84% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ราคาส่งออกข้าวไทยเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยข้าวขาว 5% เฉลี่ย ณ เดือนกันยายน 2569 อยู่ที่ตันละ 482 ดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 28.88% จากเดือนกันยายน 2568 ที่ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ตันละ 374 ดอลลาร์สหรัฐ
ด้านนายชูเกียรติ กล่าวว่า ปัญหาข้าวไทยขณะนี้มีประเด็นด้านราคาสูงกว่าประเทศผู้ปลูกข้าวอื่นๆ ซึ่งเป็นผลมาจากต้นทุนการเพาะปลูกข้าวของเกษตรกรชาวนาสูง ขณะที่ผลผลิตต่อไร่ต่ำกว่าประเทศอื่นมาก จึงต้องการให้รัฐบาลช่วยดูแลตั้งแต่ต้นน้ำ โดยเฉพาะพันธุ์ข้าวใหม่ๆ และปรับเปลี่ยนวิธีเพาะปลูก ซึ่งจะช่วยเรื่องราคาที่สมเหตุสมผลสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้
ส่วนนายปราโมทย์ เจริญศิลป์ นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย กล่าวว่า แม้ผู้ส่งออกระบุว่าข้าวไทยมีราคาสูงกว่าประเทศคู่แข่ง แต่ราคาข้าวเปลือกที่เกษตรกรขายได้ยังอยู่ระดับต่ำเมื่อเทียบกับต้นทุนผลิต จึงเห็นว่าปัญหาราคาข้าวส่งออกสูง ควรพิจารณาต้นทุนและส่วนต่างราคาตลอดห่วงโซ่การค้า เพราะราคาข้าวเปลือกที่ชาวนาได้รับกับราคาข้าวสารส่งออกมีกลไกและต้นทุนต่างกัน
“ส่วนการตลาด กระทรวงพาณิชย์ควรเร่งขยายตลาดส่งออกและเพิ่มคำสั่งซื้อข้าวไทยให้สอดคล้องกับปริมาณผลผลิต โดยกรมการค้าต่างประเทศดูแลการขยายตลาดต่างประเทศ กรมการค้าภายในดูแลต้นทุนปัจจัยการผลิตและราคาข้าวในประเทศ เพื่อให้การบริหารจัดการด้านการผลิตและตลาดเชื่อมโยงกัน และช่วยรักษารายได้ของเกษตรกร” นายปราโมทย์ กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

