รวบสาววัย 26 แก๊งตุ๋นออนไลน์ อ้างทำภารกิจเพิ่มยอดขาย เหยื่อสูญกว่า 14 ล้าน
25 ตุลาคม 2569 เวลา 18:54 น.

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) รวบสาวแก๊งตุ๋นออนไลน์ อ้างทำภารกิจเพิ่มยอดขาย เหยื่อสูญกว่า 14 ล้าน
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุปผาสุวรรณ ผบก.ป., พ.ต.อ.วิจักขณ์ ตารมย์ รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.วิระชาญ ขุนไชยแก้ว รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.ธนวัฒน์ หิ้นยกฮิ่น ผกก.5 บก.ป., พ.ต.ท.สิทธิเกียรติ ศรีจันทร์, พ.ต.ท.ศิลป์ชัย ถวัลย์ภิญโย, พ.ต.ท.วาทิต จิตรจันทึก, พ.ต.ท.ศรัณย์ ศรีพักตร์, พ.ต.ท.พิทยา ธนาวุฒิ รอง ผกก.5 บก.ป.
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.กิตติบดินทร์ กิมเซียะ สว.กก.5 บก.ป., ร.ต.อ.นิติธร ประชันกาญจนา รอง สว.กก.5 บก.ป., ร.ต.ท.เรวัต ห้วยหงษ์ทอง, ร.ต.ต.สราวุธ ศิริพยาบาล รอง สว.(ป.) กก.5 บก.ป. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ป. ร่วมกันจับกุม น.ส.สินีนาฏ อายุ 26 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 3945/2569 ลงวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น, โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน, สมคบโดยการตกลงตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน, ร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันเป็นอั้งยี่”

สถานที่จับกุม: บริเวณหน้าบ้าน ซอยรามอินทรา 117 แยก 16 แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กรุงเทพฯ
พฤติการณ์: สืบเนื่องจากเมื่อประมาณเดือนตุลาคม 2568 ผู้เสียหายได้พบเห็นโฆษณาทางเฟซบุ๊กเกี่ยวกับการขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ ชักชวนผู้เสียหายให้เปิดร้านขายสินค้าออนไลน์ จากนั้นส่งลิงก์ให้เข้าร่วมกลุ่ม LINE ซึ่งมีการพูดคุยซื้อขายสินค้าเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ก่อนชักชวนให้ติดต่อบัญชี LINE ชื่อ “ฝ่ายบริการลูกค้า” และลงทะเบียนเปิดร้านค้าผ่านเว็บไซต์ ต่อมาคนร้ายใช้บัญชี LINE แสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่การเงิน และชักชวนให้ผู้เสียหายเข้ากลุ่ม “สร้างเครดิต Style Cycle” โดยอ้างว่าต้องทำภารกิจและโอนเงินเพื่อเพิ่มยอดขายและหมุนเวียนสต็อกสินค้า ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินไปให้ รวม 25 ครั้ง เสียหายกว่า 14,756,170.20 บาท ภายหลังไม่สามารถถอนเงินออกจากระบบได้ ทำให้ได้รับความเสียหาย ต่อมาผู้เสียหายจึงทราบว่าถูกผู้ต้องหาหลอกลวง จึงได้เดินทางมาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ปอท. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายจนกว่าคดีจะถึงที่สุด
ต่อมา เจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมได้ทำการสืบสวนจนสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้ที่บริเวณดังกล่าว จากนั้นจึงควบคุมตัวผู้ต้องหามาจัดทำบันทึกการจับกุมที่ สน.มีนบุรี ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ปอท. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้นให้การปฏิเสธตลอดทุกข้อกล่าวหา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

