ซุบซิบกทม.:26 ตุลาคม 2569

ซุบซิบกทม.
น้ำมันแพงปรับขึ้นแล้วขึ้นอีก โรงกลั่นในประเทศ นายทุน ผู้ค้าน้ำมันจับมือรวยกันเละ ขณะที่ประชาชนบ่นกันพูดกันตรงๆหลายที่หลายแห่งว่าพวกเขากำลัง“ไม่มีอะไรจะแดก” หรือกำลัง“แดกยาก”ขึ้นทุกวันแล้ว เพราะเงินเดือนเท่าเดิม แต่ทุกอย่างปรับขึ้นเป็นบ้าเลือด ขึ้นแล้วไม่ลง สคบ.ก็ล้มเหลวในการควบคุมราคาสินค้า แม้กระทั่ง คอนโด อะพาร์ทเม้นท์ที่นักการเมืองออกมา“หาวเป็นดาวเดือน”ประกาศจะทำอย่างนั้นอย่างนี้ ถ้าค่าไฟฟ้ายังมีการบวกเพิ่ม หรือเรียกเก็บจากผู้อยู่อาศัยเกินว่าราคาใช้ตามมิเตอร์ แต่ปรากฎว่าผู้ประกอบการไม่สน ไม่แคร์ อะไรใดๆทั้งสิ้น ค่าไฟฟ้ายังสูงกว่าบ้านพักอาศัยทั่วไปเหมือนเดิม แล้วอย่างนี้จะมี สคบ.ไว้ทำ“พระแสงของ้าว”อะไร ...นักการเมืองสบายพูดแล้วไม่รับผิดชอบ ที่สำคัญไม่ตรวจสอบ ทั้งๆมีเครื่องมือครบทุกมิติในการควบคุม ทว่ากลับถนัดกับคำพูดเชิง“วาทะกรรม”อันสวยหรูตลอดเวลาเมื่อมีแสงประกอบ ขณะที่ประชาชนผู้บริโภควันนี้เดือดร้อนสาหัส สำหรับค่าไฟฟ้าคอนโด อพาร์ทเม้นต์ ว่ากันว่าถ้า สคบ.บุกตรวจสอบที่ไหนเมื่อไหร่ก็จะเจอ“ปัญหาทราม”ขูดรีดตรงนั้น คอนโด อพาร์ทเม้นต์หน้ารามฯ ,ย่านถนนรามอินทรา ,ห้วยขวาง รวมถึงเกือบทุกแห่งล้วนไม่สนเสียงโหยหวนของคนการเมืองกับสคบ.เลย เพราะเขามองว่าแค่เสียง“โหยหวน”อันน่าสมเพชธรรมดาๆเท่านั้นเอง ...ส่วนน้ำมันนายทุน และโรงกลั่นๆในเมืองไทยแท้ๆ แต่กลับไปอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ บวกราคาทิพย์ บริการทิพย์ต่างๆเข้าไปสุดอำมหิตยิ่ง และไม่มีใครหน้าไหนในกลุ่มดังกล่าวจะไม่รวยจนล้นทะนาน...น้ำมันแพงท่ามกลางภายในประเทศมีบ่อน้ำมันมากมายไม่แพ้มาเลเซีย ทว่าประชาชนกลับบริโภคของแพง วันนี้พอน้ำมันสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน ทางด่วนประกาศปรับราคา ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะบ้ากันไปถึงไหน น่าคิดประชาชนส่วนหนึ่งออกมาเตือนกันว่า เมื่อไหร่ก็ตามที่เขาโยนเศษเนื้อเศษกระดูกให้“จงอย่าดีใจ” เนื่องจากโยนหรือไม่โยนประชาชนก็ยังถูกขูดภาษี ให้รับผิดชอบกับเศษเนื้อก้อนนั้นอยู่ดี ...วิพากษ์วิจารณ์ลั่นยุคนี้นักการเมืองเลวมีเยอะจนสามารถ“กลบชื่อกลบบทบาท”นักการเมืองดีๆไว้ได้อย่างมีนัยสำคัญทีเดียว มีการตอกย้ำว่า น้ำมันแพงไม่ใช่แก้กันไม่ได้ แต่ที่ไม่กล้าแก้ก็เพราะนายทุนน้ำมัน นายทุนการเมือง มันมีอำนาจ และคนพวกนี้คงคิดว่า เมื่อประชาชนยากจนจะส่งผลให้ปกครองคนง่ายขึ้น เพราะผู้คนขาดพลังการต่อต้าน ...ช่วง3เดือนที่ผ่านมาน้ำมันเพิ่มสูงมาก ราคาสินค้าในท้องตลาดหลายยรายการปรับเพิ่งสูงขึ้น ทว่านักการเมืองบางคน”ใจบอดตาถั่ว“อธิบายว่าส่วนใหญ่ราคาสินค้าไม่เปลี่ยนแปลงเท่าไหร่นัก แต่ไม่ดูปริมาณจำนวนว่ามันลดลงแค่ไหน รถโดยสารเอกชนปรับราคาจากราคา10บาทขึ้นเป็น15บาทเฉพาะสองแถวศรีนครินทร์ ...ข้าวคลุกกะปิธรรมดาหลายที่หลายแห่งจากเดิม50บาท ปรับขึ้นเป็น55 บางแห่งจาก65บาทเป็น75 บาท ...คำถามทิ้งท้ายที่ประชาชนเขาพูดเป็นเสียงเดียวกัน นักการเมืองที่กุมอำนาจจงอย่าเอามาตรฐานตัวเองซึ่งร่ำรวยกันจนลงแดง มาวัดระดับความเดือดร้อนประชาชน อย่าลืมที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่IMF ทุบโต๊ะเตือน พร้อมพูดฉีกหน้าไว้ชัดว่า น้ำมันแพงรัฐบาลแก้ปัญหาไม่ตรงจุด น้ำมันแพงรัฐบาลเลือกปกป้องราคาน้ำมัน แต่ไม่ปกป้องประชาชน รัฐบาลต้องรักษาวินัยทางการคลังก่อน ไม่อย่างนั้นประเทศไทยจะเจอปัญหา ไทยเปราะบางด้านพลังงาน แถมสินค้าข้าวของก็แพง การกู้เงินมีมากระวังวินัยการเงินมีปัญหา ...แน่นอนคำเตือนของเจ้าหน้าที่IMFประชาชนส่วนใหญ่ไม่รู้และอาจไม่ได้ยินถ้าวันข้างหน้าประเทศไทยต้องกลายเป็นทาสIMFอีกครั้งใครจะรับผิดชอบ แล้วจะโยนความผิด“ชะตากรรมชะตาทราม”ดังกล่าวให้นายกฯคนไหนกันอีก...
ไผ่ฎำ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

