แวดวงการเงิน : 27 ตุลาคม 2569


** ประเทศไทย...ถูกชื่นชมจากผู้นำด้านการเงินระดับโลกอย่างมากหลังการทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ปี 2026 หรือ IMF-World Bank Annual Meetings 2026 ได้อย่างยอดเยี่ยม...แวดวงการเงิน...ก็เพิ่งรู้จากการให้สัมภาษณ์ของ คุณวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง...ว่าเบื้องหลังความสำเร็จครั้งนี้ต้องแลกมาด้วยอะไรบ้าง...เช่นว่าไทยต้องใช้เงินในการจัดการประชุมหลักพันล้านบาท...คู่มือดังกล่าวมีความยาวกว่า 300–400 หน้า โดยแบ่งเนื้องานออกเป็น 26 ด้าน ตั้งแต่ตำแหน่งการวางปลั๊กไฟ ระยะห่างการเสิร์ฟน้ำ ไปจนถึงการจัดระเบียบการจราจร และการขนส่งผู้เข้าร่วมประชุม...การโชว์ซอฟต์ พาวเวอร์ของไทยด้านอาหาร แม้แต่จัดให้มีรถเข็นผลไม้ ขนมไทย เอามาเสิร์ฟผู้ร่วมประชุมเป็นอาหารว่าง ฯลฯ ก็ผ่านกระบวนคิดวิเคราะห์มาอย่างรอบด้าน...!! เมื่อได้รับคำชมระดับพันล้านมาแล้ว ต่อจากนี้คือจะต่อยอดจากคำชมเชยนั้นให้เกิดประโยชน์ต่อคนไทยอย่างเป็นรูปธรรมอย่างไรได้บ้าง...จะได้หมดคำถามที่ว่าลงไปหลักพันล้านแล้วคนไทยได้อะไร???...

** สุดท้ายก็ไม่รอด...เมื่อราคาน้ำมันตลาดโลกพุ่งไม่หยุดและกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงก็เกินกำลังจะอุ้มต่อ...รัฐบาลก็เลยต้องงัดไพ่ใบสุดท้ายออกมาเล่น...นั่นคือการหั่นภาษีสรรพสามิตน้ำมัน...เห็นใจก็แต่ คุณพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต...ที่ได้เป้าหมายการจัดเก็บรายได้ปีงบประมาณ 2570 เพิ่มขึ้นจากปีก่อนเกือบ 10% …แล้วจะไปหาจากที่ไหน...ช่วงนี้ภาษีรถยนต์ ภาษียาสูบ ก็หดหาย...มาโดนภาษีน้ำมันเข้าไปอีกดอก...แบบนี้จุกอย่างเดียวครับผม...จะไปรีดภาษีเบียร์ สุรา เพิ่มให้เต็มเพดาน...ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ...ภาษีความเค็มที่เล็งจะเก็บตอนนี้รายละเอียดก็ยังไม่สะเด็ดน้ำ...ภาษีรถยนต์ EV นำเข้า ก็ต้องให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เคาะออกมาก่อน (ไม่รู้ตอนนี้ รมว.คลัง เอาเข้าที่ประชุม ครม.หรือยังเถอะ)....**
** อนันตเดช พงษ์พันธุ์**
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

