ทำไม ม.เกษตรฯ ต้องจับมือทุนใหญ่? ผู้กองปูเค็มแจงยิบ ปมดรามากะเพราแก้วจุรี
27 ตุลาคม 2569 เวลา 10:32 น.

วันที่ 27 ตุลาคม 2569 เฟซบุ๊กส่วนตัวของ ร.อ.ทรงกลด ชื่นชูผล หรือ "ผู้กองปูเค็ม" แกนนำการ์ดชาตินิยม โพสต์ข้อความถึงกรณีกะเพราแก้จุรี โดยระบุข้อความว่า

"พี่น้องครับ ผมดูคลิปอาจารย์ ม.เกษตรฯ แล้วอยากเล่าให้ฟังแบบบ้านๆ
**ทำไม ม.เกษตรฯ ต้องไปร่วมกับ CPRAM?**
ม.เกษตรฯ วิจัยพืชอยู่แล้ว แต่เงินหลวงมีจำกัดครับ ถ้ารอแต่งบรัฐ พันธุ์ใหม่ๆ จะออกช้า อาจารย์เลยเปิด 2 โครงการคู่กัน
โครงการที่ 1 - เอกชนออกทุน 100% อย่างเคสกระเพราแก้วจุรี เอกชนบอกโจทย์ว่าอยากได้ใบใหญ่เพื่อเข้าโรงงาน มหาลัยใช้วิธีเพิ่มชุดโครโมโซมคัดพันธุ์ให้ ได้มา 4 พันธุ์ บริษัทก็เอาไปจดทะเบียนตามกฎหมาย และเขาก็บอกแล้วว่าไม่ได้เอาเมล็ดไปวางขายทั่วไป จะปลูกให้เฉพาะเกษตรกรในเครือข่ายส่งโรงงานเท่านั้น
และเขาได้ยื่นขออนุญาตใช้พันธุ์พื้นเมืองและจ่ายเงินเข้ากองทุนคุ้มครองพันธุ์พืชเรียบร้อยแล้ว
โครงการที่ 2 - เพื่อประชาชน อาจารย์บอกในคลิปว่าปลายปีนี้จะมีกะเพราสายพันธุ์ใหม่ที่ ม.เกษตรฯ พัฒนาเอง เพื่อแจกจ่ายให้เกษตรกรทั่วไปได้ใช้ฟรีๆ ไม่ต้องซื้อ นี่คือหัวใจของมหาลัยรัฐครับ
**แล้วเราต้องกลัวไหม?**
ไม่ต้องกลัวครับ
ปลูกกระเพราบ้านขาย เก็บใบขาย ทำกับข้าวขาย ได้ปกติ
เก็บเมล็ดไว้ปลูกต่อเองได้ แต่ห้ามเอาเมล็ดของแก้วจุรีไปเพาะเป็นซองขายแข่ง
ม.เกษตรฯ ได้อะไร? ได้องค์ความรู้ ได้รายได้มาสนับสนุนห้องแล็บวิจัยต่อ
เกษตรกรได้อะไร? ได้ความรู้ปลูก ได้ตลาดรับซื้อที่แน่นอน
สรุปคือ ม.เกษตรฯ ไม่ได้เลือกข้างเอกชนอย่างเดียว แต่ทำหน้าที่เป็นสะพาน ทั้งรับทุนจากรายใหญ่ที่พร้อมจ่าย 100% และยังคิดเผื่อรายย่อยที่รอพันธุ์ดีๆ ปลายปีนี้ด้วย
ดราม่าครั้งนี้ถ้ามองบวก คือทำให้คนไทยหันมาสนใจว่า กว่าจะได้เมล็ดพันธุ์ดีๆ สักซอง นักวิจัยต้องทำอะไรบ้าง
ใครรอพันธุ์กระเพราสาธารณะของ ม.เกษตรฯ ปลายปีนี้ ยกมือรอครับ"
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

