สถานเอกอัครสมณทูตนครรัฐวาติกันประจำประเทศไทย ร่วมกับ สภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย จัดการแถลงข่าวการแสดงดนตรีศักดิ์สิทธิ์ 'A Royal Requiem: Music in Memory and Prayers'

สถานเอกอัครสมณทูตนครรัฐวาติกันประจำประเทศไทย ร่วมกับ สภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย จัดการแถลงข่าวการแสดงดนตรีศักดิ์สิทธิ์ “A Royal Requiem: Music in Memory and Prayers” โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นองค์ประธานและทอดพระเนตรการแสดงรอบปฐมทัศน์ ในวันพุธที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569 เวลา 18.00 น. ณ อาสนวิหารอัสสัมชัญ กรุงเทพมหานคร

การแสดงครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อถวายความอาลัยและถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ผ่านบทเพลงศักดิ์สิทธิ์และคำภาวนา เพื่อแสดงออกถึงความรัก ความจงรักภักดี และความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและพระกรุณาธิคุณ

การแถลงข่าวจัดขึ้นในวันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2569 ณ สถานเอกอัครสมณทูตนครรัฐวาติกันประจำประเทศไทย โดยมี อาร์ชบิชอปปีเตอร์ ไบรอัน เวลส์ เอกอัครสมณทูตนครรัฐวาติกันประจำประเทศไทย อาร์ช
บิชอปฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์ ประธานสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ประธานคณะกรรมการจัดงาน บาทหลวงบุญชรัสมิ์ สุขสว่าง ผู้จัดการแผนกดนตรีศักดิ์สิทธิ์ ในสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย และ บาทหลวงอนุชา ไชยเดช ผู้อำนวยการสื่อมวลชนคาทอลิกประเทศไทย ร่วมแถลงรายละเอียดการจัดงาน

อาร์ชบิชอปปีเตอร์ ไบรอัน เวลส์
อาร์ชบิชอปปีเตอร์ ไบรอัน เวลส์ กล่าวถึงมิตรภาพและความสัมพันธ์อันยาวนานระหว่างสันตะสำนักกับราชอาณาจักรไทย ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเคารพซึ่งกันและกันและความร่วมมือเพื่อประโยชน์สุขของสังคม พร้อมแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย โดยเน้นย้ำว่า การภาวนาเป็นการแสดงออกถึงความรักและการระลึกถึงด้วยความกตัญญู ขณะที่ดนตรีศักดิ์สิทธิ์สามารถถ่ายทอดความรู้สึกที่ถ้อยคำไม่อาจอธิบายได้อย่างครบถ้วน การแสดงครั้งนี้จึงเป็นทั้งการร่วมแบ่งปันความอาลัยและเครื่องหมายแห่งมิตรภาพอันยั่งยืนระหว่าง
สันตะสำนัก พระศาสนจักรคาทอลิก และประเทศไทย 
อาร์ชบิชอปฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์
อาร์ชบิชอปฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์ กล่าวถึงความผูกพันระหว่างพระศาสนจักรคาทอลิกกับสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยนับตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา โดยเฉพาะสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งเคยทรงศึกษาที่โรงเรียนเซนต์ฟรังซีสซาเวียร์คอนแวนต์ และทรงระลึกถึงการอบรมสั่งสอนที่ได้รับจากสถาบันการศึกษาคาทอลิก พร้อมกล่าวถึงพระกรณียกิจของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ในการช่วยเหลือสังคมและผู้ด้อยโอกาส อันเป็นแบบอย่างแห่งความรักและการรับใช้เพื่อนมนุษย์

คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล
คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ประธานคณะกรรมการจัดงาน กล่าวถึงความภาคภูมิใจและเกียรติอย่างสูงยิ่งที่ได้รับความไว้วางใจให้รับผิดชอบการจัดการแสดงครั้งสำคัญนี้ พร้อมกล่าวถึงความผูกพันส่วนตัวในฐานะศิษย์เก่าโรงเรียนเซนต์ฟรังซีสซาเวียร์คอนแวนต์ ซึ่งสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงเคยทรงศึกษา โดยเน้นย้ำว่าการแสดงครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือขององค์กรศาสนา สถาบันการศึกษา ภาครัฐ ภาคเอกชน และบุคลากรทางดนตรี ที่ร่วมกันสร้างสรรค์การแสดงเพื่อถวายความอาลัยอย่างสมพระเกียรติ

บาทหลวงบุญชรัสมิ์ สุขสว่าง
ด้าน บาทหลวงบุญชรัสมิ์ สุขสว่าง ผู้รับผิดชอบด้านดนตรีศักดิ์สิทธิ์ อธิบายว่า บทเพลงที่คัดสรรสำหรับการแสดงครั้งนี้ประกอบด้วยบทเพลงศักดิ์สิทธิ์และบทเพลงบรรเลงจากคีตกวีสำคัญ อาทิ Wolfgang Amadeus Mozart, Giuseppe Verdi, Gabriel Fauré, Gustav Mahler และ Henry Purcell ตลอดจนบทเพลง Amazing Grace ซึ่งได้รับเกียรติจาก คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ร่วมถ่ายทอดบทเพลง เพื่อสื่อถึงความรัก ความอาลัย ความทรงจำ และความหวัง โดยการแสดงครั้งนี้บรรเลงโดย วงดุริยางค์ฟิลฮาร์โมนิกแห่งประเทศไทย (Thailand Philharmonic Orchestra) ภายใต้การอำนวยเพลงของ Gian Paolo Peloso ร่วมกับคณะนักร้องประสานเสียงคริสตชนไทย และคณะนักร้องประสานเสียงมหาวิทยาลัยมหิดล

สำหรับการแสดงดนตรีศักดิ์สิทธิ์ครั้งนี้ กำหนดจัดขึ้นจำนวน 2 รอบ ได้แก่
รอบที่ 1 วันพุธที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569 เวลา 18.00 น. ณ อาสนวิหารอัสสัมชัญ กรุงเทพมหานคร โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จะเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นองค์ประธานและทอดพระเนตรการแสดง
รอบที่ 2 วันอาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569 เวลา 16.00 น. ณ หอแสดงมหิดลสิทธาคาร มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา เปิดให้คริสตชนและประชาชนทั่วไปสำรองบัตรเข้าชมได้ตั้งแต่วันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2569 เป็นต้นไป โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ผ่านทางเว็บไซต์ https://requiem.csct.or.th/

อีกหนึ่งความพิเศษของการแสดงครั้งนี้ คือการมีส่วนร่วมของนักเรียนจากโรงเรียนเซนต์ฟรังซีสซาเวียร์คอนแวนต์ ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาที่สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงเคยทรงศึกษา โดย นางสาวปาณิสรา สิทธิชาติสกุล กล่าวถึงความรู้สึกยินดีและภาคภูมิใจที่ได้ศึกษาในสถาบันเดียวกับที่พระองค์เคยทรงศึกษา นับเป็นความผูกพันอันทรงคุณค่าและเป็นแรงบันดาลใจให้แก่เยาวชนรุ่นหลัง ขณะที่ นางสาวกนก โชติวัฒนมงคล กล่าวถึงความภาคภูมิใจและความตื้นตันใจอย่างหาที่สุดมิได้ ที่ได้รับโอกาสร่วมขับร้องบทเพลงศักดิ์สิทธิ์เฉพาะพระพักตร์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี โดยมองว่าการแสดงครั้งนี้มิใช่เพียงโอกาสสำคัญในชีวิตของนักเรียนคนหนึ่ง หากแต่เป็นโอกาสอันทรงคุณค่าที่จะได้ใช้เสียงเพลงเป็นสื่อแทนความรัก ความอาลัย และความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่มิอาจถ่ายทอดได้หมดด้วยถ้อยคำ พร้อมตั้งใจที่จะขับร้องอย่างสุดความสามารถ เพื่อให้ทุกท่วงทำนองเป็นส่วนหนึ่งของการถวายความอาลัยและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณด้วยหัวใจ
บาทหลวงอนุชา ไชยเดช
ด้านการประชาสัมพันธ์ บาทหลวงอนุชา ไชยเดช ผู้อำนวยการสื่อมวลชนคาทอลิกประเทศไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า ประชาชนสามารถติดตามข่าวสารและรายละเอียดการจัดงาน การสำรองบัตรเข้าชม ตลอดจนกำหนดการออกอากาศได้ทางเว็บไซต์ https://requiem.csct.or.th/ และ LINE Official Account @csct ทั้งนี้ หน่วยงาน โรงเรียน และองค์กรคาทอลิกที่ประสงค์เข้าร่วมชมการแสดงเป็นหมู่คณะ สามารถติดต่อประสานงานผ่าน LINE Official Account ดังกล่าวได้เช่นกัน


ข่าวที่เกี่ยวข้อง


