รัฐบาลเคลียร์ชัด! โครงการ‘โซลาร์รูฟ’ ไม่เอื้อทุนใหญ่ โวไม่มีรบ.ไหนที่จะทำแบบนี้เพื่อปชช. โฆษกบ่นโครงการดีๆถูกบิดเบือน

วันที่ 28 ตุลาคม 2569 เวลา 14.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย พร้อม นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายดิชวัฒน์ จันทร์อี่ ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง(กฟน.) นายมงคล ตรีกิจจานนท์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ร่วมแถลงข่าวถึงมาตรการ “โครงการโซลาร์ภาคประชาชน”
โดย นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย ตั้งโต๊ะแถลงชี้แจงโครงการโซลาร์ภาคประชาชน หลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าเอื้อต่อบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ โดยย้ำว่า โครงการนี้ ต้องการให้ประชาชนใช้หลังคาบ้านของตัวเองผลิตไฟฟ้าใช้เองได้ ท่ามกลางสถานการณ์ด้านพลังงานที่ รัฐบาลไม่สามารถควบคุมได้

นายพลพีร์ กล่าวว่า การติดตั้ง รัฐบาลให้หลังคาเรือนละ 50,000 บาท ติดตั้ง 5 - 10 กิโลวัตต์ และสามารถขายไฟส่วนเกินคืนรัฐบาลได้ ส่วนแผงโซลาร์ ก็มีการตรวจสอบมาตรฐานที่ต้องสามารถอยู่ได้ 20-25 ปี และหากใครที่ไม่มีเงิน เราก็มีแหล่งสินเชื่อ ปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำ จาก 3 ธนาคาร
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า โครงการดังกล่าวเอื้อต่อบริษัทเอกชนรายใหญ่ นายพลพีร์ กล่าวยืนยันว่า การเอื้อบริษัทเอกชนรายใหญ่ไม่มีจริง เพราะในโครงการนี้ ประชาชนจะต้องเลือกผู้ติดตั้งโซล่าเซลล์ ที่ขึ้นทะเบียนไว้ หรือ Vendor List ให้มาบริการตนเอง ดังนั้น Vendor List ที่ประสงค์จะให้บริการประชาชน ต้องมาอยู่ในการตรวจสอบมาตรฐาน ของทั้งการไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคก่อน ทั้งสถานะทางการเงิน วิศวกร หรือผลงานในอดีต จากนั้นการไฟฟ้าก็จะประเมินความสามารถในการให้บริการประชาชนในปริมาณเท่าไหร่ เช่น หากบริษัทใดมีความสามารถให้บริการประชาชนได้ 5 ครัวเรือน ก็ต้องให้บริการ 5 ครัวเรือนก่อน หลังจาก ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว ถึงค่อยมาขยายอีก 5 ครัวเรือน ไม่ใช่มีความสามารถ 5 ครัวเรือน แต่จะขอทำ 100 ครัวเรือน
ส่วนประเด็นที่ให้ผู้ประกอบการวางเงินการันตี 50,000 ต่อการติดตั้ง 1 ครัวเรือนนั้น นายพลพีร์ กล่าวว่า เมื่อให้บริการประชาชนแล้ว และแจ้งมายังการไฟฟ้าทั้ง 2 ส่วน ทางการไฟฟ้าจะส่งเจ้าหน้าที่ไปดู เรื่องการติดตั้งและเชื่อมสายไฟ พร้อมเปลี่ยนมิเตอร์รับซื้อไฟฟ้าจากประชาชน จากนั้นเมื่อมีการเชื่อมไฟเรียบร้อยแล้ว ระบบดำเนินการได้แล้ว ก็จะคืนเงิน 50,000 บาท ให้ผู้ประกอบการ ภายใน 7 วัน ไม่ใช่ ถือเงินการันตี 50,000 บาท 6-7 เดือน อย่างที่เป็นข่าว ซึ่งจุดประสงค์ก็คือ ป้องกันไม่ให้ผู้ประกอบการทิ้งงาน

นายพลพีร์ ยังกล่าวถึงข้อกล่าวหาว่า เอื้อบริษัททุนใหญ่ เนื่องจากมีเงินประกัน 1 หมื่นบาท ที่ต้องครบ 7 ปี บริษัทผู้ประกอบการถึงจะได้คืน ว่า เหตุผลที่ทำเช่นนั้น เพราะประชาชนที่ไปกู้เงินกับธนาคาร ทางธนาคารจะให้ดอกเบี้ยต่ำเป็นระยะเวลา 7 ปี โดยภาครัฐ จะต้องดูแลประชาชนในทุกมิติ ดังนั้น ผู้ที่มาติดตั้งต้องมีประกันให้กับประชาชน เป็นเวลา 7 ปี ทั้งการดูแลแผงโซล่าเซลล์ และตรวจอุปกรณ์เชื่อมโยงระบบไฟฟ้าต่างๆ ทั้งหมดนี้ต้องทำในระยะเวลา 7 ปี ดังนั้นสิ่งที่รัฐบาลกลัว หากมีผู้ประกอบการรายใด ติดตั้งแล้วหนี ปิดบริษัทไป แล้วอุปกรณ์ที่ไปติดตั้งเกิดความชำรุดเสียหาย ประชาชนเงินเหล่านี้ก็จะกลับไปดูแลประชาชน
"ยืนยันว่า เราไม่ได้ทำโครงการนี้มา เพื่อให้บริษัทเอกชนรายใดรายหนึ่ง เราต้องการให้ประชาชนประหยัดค่าใช้จ่าย และมีความสามารถในการเป็นเจ้าของโรงงานเล็กๆ เพื่อผลิตไฟฟ้าใช้ด้วยตนเอง พร้อมเป็นอีกทางหนึ่งให้ประชาชนสามารถสร้างรายได้ด้วยตัวเอง ถ้าดูในอดีตจะเห็นว่า ไม่มีรัฐบาลไหนที่จะทำแบบนี้เพื่อประชาชน รัฐบาลที่ผ่านมา หรือในระยะเวลาที่ผ่านมาเอกชนทั้งโครงการโซลาร์เซลล์เอกชน ก็ได้ค่าแอดเดอร์ ค่าไฟแพงก็ผลิตได้เท่านี้ มีส่วนต่างเท่านี้ วันนี้เราต้องการที่จะทลายตรงนั้น เพราะเราต้องการคืนผลประโยชน์ให้กับประชาชน นี่เป็นโครงการที่รัฐบาลตั้งใจจริงๆ เพื่อมาลดค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน และสำหรับประชาชนที่ไม่ได้ใช้ไฟภาคกลางวันเลย แต่อยากติดตั้งและอยากเข้าร่วมโครงการนี้ ก็สามารถมีรายได้เสริม ในช่วงที่ไม่ได้ใช้ไฟภาคกลางวันได้"
เมื่อถามว่าการกู้แบงค์ จะต้องมีคนค้ำประกันหรือไม่ นายพลพีร์ กล่าวว่า การไฟฟ้าจะดูประวัติการจ่ายค่าไฟ ย้อนหลัง 12 เดือน เท่านั้น
เมื่อถามว่า ที่มีกระแสข่าวเชิงลบและข้อสงสัยตั้งแต่วันแรกเปิดโครงการ นายพลพีร์ กล่าวว่า เป็นสิ่งที่ดี จะได้รู้ว่าผู้ติดตั้งบางเจ้าที่ออกมา มีประเด็นข้อกังวลหรือข้อสงสัยใด ก็จะเป็นหน้าที่ของพวกเราในฐานะผู้คิดนโยบายเพื่อประชาชน จะได้ออกมาตอบเพื่อสร้างความชัดเจน แต่วันนี้ไม่ได้มีภาคครัวเรือนหรือพี่น้องประชาชนมาตั้งคำถาม แต่เขาดีใจด้วยซ้ำว่า วันนี้เขารู้สึกว่ารัฐบาลอยากทำเพื่อประชาชน อยากจะช่วยพี่น้องประชาชนในการประหยัดค่าใช้จ่าย

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้มีประชาชนยื่นความจำนงเข้าร่วมโครงการแล้ว 56,000 หลังคาเรือน แบ่งเป็น PEA 44,000 ราย และ MEA 12,000 ราย ประชาชนที่สนใจสามารถสมัครผ่านช่องทางออนไลน์ หรือถือบัตรประชาชนใบเดียวไปติดต่อที่สำนักงานการไฟฟ้าใกล้บ้านได้ทันที โดยมี 3 ธนาคารรัฐ ได้แก่ ธอส., ออมสิน, ธ.ก.ส. ร่วมสนับสนุนสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษ 2.5% คงที่นาน 7 ปี ค่างวดผ่อนชำระเพียง 1,200 บาท/เดือน โดยใช้เกณฑ์ประวัติการชำระค่าไฟฟ้าที่ดี ไม่ค้างชำระย้อนหลัง 12 เดือน ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน และยังมีรายได้จากการขายไฟฟ้าส่วนเกินคืนให้การไฟฟ้าในอัตรา 2.20 บาทต่อยูนิต และเมื่อผ่อนชำระหนี้ครบ 7 ปีแล้ว ประชาชนจะได้รับประโยชน์จากการประหยัดค่าไฟและขายไฟฟ้าคืนเป็นรายได้สุทธิตลอดอายุการใช้งานแผงโซลาร์อีกกว่า 20 ปี

ขณะที่ นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า โครงการโซลาร์ภาคประชาชนเป็นโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ที่ผ่านมาเกิดวิกฤติพลังงานของโลกและอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านเหมือนกัน ซึ่งไทยได้มีการเปลี่ยนผ่านไปแล้ว เช่น การลดค่าไฟให้กับประชาชน ตัดไฟในที่สาธารณะซึ่งซ่อนอยู่ในบิลค่าไฟของประชาชนออก ตั้งแต่เดือน ก.ย.69 จะเห็นว่า ค่าไฟของประชาชนลดลง นอกจากนี้ ยังมีโครงการ Direct PPA ที่เป็นการขายไฟโดยตรงให้กับผู้ใช้ไฟ โดยเฉพาะผู้ใช้ไฟรายใหญ่ หรือนิคมอุตสาหกรรม ทั้งยังได้ดำเนินการให้ประชาชนได้ติดโซลาร์รูฟทอปเพื่อทำให้หลังคาของบ้านเรือนประชาชนผลิตไฟฟ้า ประหยัดไฟและนำไฟที่ผลิตเหลือมาขายให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ได้ เพื่อลดรายจ่ายประชาชน เพิ่มรายได้ให้กับประชาชน และไม่ได้เป็นการดำเนินการที่เห็นแก่ทุนใหญ่ อีกทั้งยังมีการแก้ไขสัญญาเรื่องการต่อสัญญา สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องดีที่ประชาชนจะได้รับ
นายเอกภพ กล่าวว่า หลังเปิดโครงการและให้ประชาชนลงทะเบียน ซึ่งประชาชนตื่นตัวและมีการลงทะเบียนกันอย่างมาก แต่กลับมีการให้ข้อมูลที่บิดเบือนและไม่ถูกต้อง ทำให้ประชาชนเกิดความกังวล ทำให้โครงการดีๆ และเป็นโครงการที่จะทำให้ประเทศก้าวผ่านช่วงเปลี่ยนผ่านพลังงานไปได้ อาจจะต้องสะดุดด้วยเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องที่มากล่าวหาโครงการดีๆ แบบนี้

ส่วน นายดิชวัฒน์ จันทร์อี่ ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) กล่าวถึงโครงการโซลาร์ภาคประชาชนว่า ปัจจุบันเรามีผู้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ติดตั้งระบบโซลาร์ ประมาณ 1 พันราย และยังเปิดรับอยู่ ซึ่งทยอยประกาศรายชื่อเป็นช่วงๆ ขณะที่ประชาชนสามารถเลือกผู้ให้บริการที่มีคุณภาพจากจำนวนดังกล่าวได้ สามารถเข้าถึงข้อมูลผ่านทางเว็บไซต์ของ กฟน. หรือข้อมูลประชาสัมพันธ์ผ่านคิวอาร์โค้ด ซึ่งจะมีอินโฟกราฟิก สามารถสแกนและเลือกดูว่ามีผู้ติดตั้งระบบโซลาร์ร์ที่มีความเชื่อมั่น ตรงนี้เป็นอิสระของเอกชนที่สามารถเลือกใช้ได้
นายดิชวัฒน์ กล่าวว่า สิ่งที่เราทำล่วงหน้าไว้แล้วคือ เรื่องการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ทั้งตัวแผงโซลาร์ ตัวอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ทำหน้าที่แปลงกระแสไฟฟ้ากระแสตรงซึ่งเป็นอุปกรณ์ประกอบ ถ้าอยู่ในลิสต์ของ กฟภ.และ กฟน. เชื่อได้เลยว่าเป็นอุปกรณ์ที่มีคุณภาพสูง สามารถใช้งานได้ระยะยาว ประกอบกับเรามีเรื่องประกันอยู่แล้ว ขอให้ความมั่นใจว่า ถ้าเลือกอุปกรณ์ที่อยู่ในลิสต์ของ กฟภ. และ กฟน.ที่มีประกาศ ซึ่งมีจำนวนมากหลายร้อยรายการ ประชาชนสามารถมั่นใจได้ว่าเป็นการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพดี และมีความปลอดภัย
เมื่อถามว่า กฟภ. และ กฟน. ยืนยันหรือไม่ว่า จะสามารถตรวจรับงานหลังติดตั้งเสร็จแล้วภายในกี่วัน นายดิชวัฒน์ กล่าวว่า นโยบายเราสามารถดำเนินการได้ภายใน 7 วัน เรื่องกำลังคนที่ไปตรวจประชาชนไม่ต้องเป็นห่วง หรือผู้ติดตั้งโซลาร์ไม่ต้องเป็นห่วง สามารถจัดกำลังตรงนี้เพิ่มเติมได้ในอนาคต

ด้านนายมงคล ตรีกิจจานนท์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) กล่าวว่า การขึ้นทะเบียนรายชื่อผู้ติดตั้ง (Vendor List) ประมาณเกือบพันราย ประชาชนที่เข้าร่วมโครงการสามารถเลือกในระบบได้เลยว่าจะเลือกเวนเดอร์เจ้าไหนที่จะมาดำเนินงานติดตั้ง พิจารณาได้เลยว่ารายไหนที่มีความเหมาะสม ซึ่งที่ผ่านมาเราพิจารณาจากความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ในการดำเนินการของผู้มาขึ้นทะเบียนเวนเดอร์ ที่สำคัญคือจะต้องมีวิศวกร มีฐานะการเงินที่เหมาะสม ซึ่งในเกือบพันรายลูกค้าหรือประชาชนทั่วไปพิจารณาเลือกได้โดยอิสระในเว็บไซต์การขึ้นทะเบียนเข้าร่วมโครงการ สามารถเช็คดูในระบบได้ ประกาศในเว็บไซต์แล้ว
นายมงคล กล่าวอีกว่า นอกจากนี้เรามีการลงทะเบียนในระดับจังหวัดด้วย ดังนั้นลูกค้าที่เข้าร่วมโครงการสามารถเลือกเวนเดอร์ในแต่ละจังหวัดได้ ทั้งนี้การขึ้นทะเบียนเรามีมาตรฐานควบคุม โดยเฉพาะเรื่องของความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ในการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป และมีวิศวกรต่างๆครบถ้วน ซึ่งเกณฑ์มาตรฐานเหล่านี้ ต้องผ่านเกณฑ์ทั้งการไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ฉะนั้นเชื่อมั่นได้ในเวนเดอร์ทุกราย อย่างไรก็ตาม แต่ละจังหวัดจะมีเวนเดอร์ไม่เท่ากัน บางจังหวัดใหญ่อาจจะมีเป็นร้อยราย ประชาชนเลือกได้ตามเหมาะสม
เมื่อถามถึงกรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติงบให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคและการไฟฟ้านครหลวง แห่งละกว่า 10,000 ล้านบาท จะนำงบฯส่วนนี้ไปทำอะไรบ้าง นายมงคล กล่าวว่า ที่เข้าครม.คือ โครงการสมาร์ทกริด (Smart Grid) คือเรื่องการติดตั้งสมาร์ทมิเตอร์ เพื่อรองรับโครงการโซลาร์ภาคประชาชนที่จะมีการติดตั้งเพิ่มขึ้น ซึ่งสมาร์ทมิเตอร์ใช้ในการมอนิเตอร์หรือเฝ้ามองว่าแต่ละบ้านมีการจ่ายพลังงานไฟฟ้าเข้ามาในระบบเท่าไหร่ เนื่องจากในการซื้อขายไฟฟ้า ต้องใช้สมาร์ทมิเตอร์ติดตามตลอดเวลา เพราะสมาร์ทมิเตอร์เป็นข้อมูลแบบเรียลไทม์ ส่งข้อมูลทุก 15 นาที มาที่ศูนย์ควบคุมการจ่ายไฟฟ้า ที่การไฟฟ้าทั้งสองการจะมีศูนย์ควบคุมในการเฝ้ามองติดตามว่าในแต่ละวันพลังงานไฟฟ้าที่ไหลย้อนเข้ามาในระบบของการไฟฟ้ามีมากน้อยแค่ไหน
นายมงคล ยังกล่าวถึงการลุงทนติดตั้งระบบโซลาร์ ว่า ขนาด 5 กิโลวัตต์ลงทุน 140,000 บาท ถ้าเป็น 10 กิโลวัตต์ จะลงทุนประมาณ 300,000 บาท ซึ่งการกู้แบงก์จะเป็นตามสัดส่วน ส่วนรายได้ของประชาชนที่ขายไฟคืนนั้น 5 กิโลวัตต์ ประมาณ 1,000 กว่าบาท ย้ำว่าสามารถขายคืนได้แค่ 5 กิโลวัตต์เท่านั้น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

