GISTDA ปักหมุด ดันไทยสู่ Hub อวกาศอาเซียน


สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ประกาศความพร้อมครั้งสำคัญในการจัดงาน Thailand Space Expo 2026 เวทีเทคโนโลยีและธุรกิจอวกาศระดับนานาชาติที่จัดขึ้นโดยคนไทย เพื่อคนไทย และเพื่อประเทศไทย
ดร.ปกรณ์ อาภาพันธ์ ผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนา ทคโนโลยี และภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA เปิดเผยว่า วัตถุประสงค์หลักของการจัดงานThailand Space Expo 2026คือการเปิดโอกาสให้ประชาชนคนไทยได้สัมผัสเทคโนโลยีอวกาศล่าสุดเห็นช่องทางการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ประโยชน์จริงพร้อมเปิดพื้นที่ให้บริษัทเทคโนโลยีทั้งในและต่างประเทศนำนวัตกรรมมาจัดแสดงเพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจ โดยมีตั้งเป้าหมายผู้เข้าร่วมงานในพื้นที่ ไม่ ต่ำกว่า 7,000 - 8,000 คน เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากปีที่แล้วที่มีผู้ร่วมงาน ประมาณ 5,000 คน และทางออนไลน์กว่า 17,000 คน โดยมีผู้แทนและภาคเอกชนต่างชาติเดินทางมาร่วมงานกว่า 2,000 - 2,500 คน รวมถึงผู้บริหารและผู้นำหน่วยงานอวกาศชั้นนำระดับโลกจากกว่า 10 ประเทศ

อย่างไรก็ตามไฮไลท์ภายในงานประกอบด้วยการจัดแสดงเทคโนโลยีจากกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป (European Union), ญี่ปุ่น และชาติต่าง ๆ พร้อมกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจ (Business Matching)
"เป้าหมายหลักคือต้องการให้วันหนึ่ง ซึ่งตั้งใจไว้ว่าไม่เกิน 3 ถึง 5 ปีข้างหน้า GISTDA จะผลักดันประเทศไทยไปสู่ความเป็น Hub ด้านเทคโนโลยีอวกาศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คนไทยจะเห็นโอกาสทางธุรกิจและเชื่อมต่อกับสากลได้จริง" ดร.ปกรณ์ กล่าว
ทั้งนี้ประเทศไทยมีความพร้อมและปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งในการต่อยอดสู่เศรษฐกิจอวกาศ (Space Economy) ใน 4 มิติหลัก ประกอบด้วย 1.บุคลากร (Resource Persons) ประเทศไทยมีวิศวกรและนักวิจัยที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเพียงพอในการพัฒนานวัตกรร
2.โครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ความพร้อมของ โรงงานประกอบและทดสอบดาวเทียม (Assembly, Integration, and Testing: AIT) ณ อุทยานอวกาศ (Space Krenovation Park) ซึ่งรองรับการสร้างดาวเทียมขนาดสูงสุดประมาณ 200 กิโลกรัม รวมถึงระบบฐานข้อมูล และ สถานีรับสัญญาณดาวเทียม (Ground Station)ที่ให้บริการแก่องค์กรอวกาศนานาชาติเชิงพาณิชย์สร้างรายได้เข้าประเทศ
3.การต่อยอดจากอุตสาหกรรมเดิม อุตสาหกรรมยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และงานโครงสร้างของไทย มีทักษะพื้นฐานด้านวิศวกรรมเครื่องกล (Mechanical Engineering) และวิศวกรรมเทคนิค (Technical Engineering) ซึ่งสามารถยกระดับมาตรฐานการผลิตให้มีความเที่ยงตรงสูง (High Precision Standard) เพื่อเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานอวกาศโลกได้ 4.นโยบายภาครัฐรัฐบาลให้ความสำคัญกับการนำข้อมูลอวกาศไปประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการประเทศ เช่น ระบบประกันภัยพืชผลการเกษตร และการจัดการน้ำ

สำหรับทิศทางธุรกิจอวกาศในอีก 3-5ปีข้างหน้าประเทศไทยจะเริ่มมีเอกชนที่ส่งออกชิ้นส่วนหรือให้บริการเทคโนโลยีอวกาศแก่ต่างชาติ โดยเน้นความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน (Core Competency) ซึ่งปัจจุบันมีบริษัทเอกชนไทยขนาดใหญ่ 2 แห่งได้เข้าไปร่วมลงทุนสร้างดาวเทียมในต่างประเทศแล้ว
นอกจากนี้ยุทธศาสตร์ดาวเทียม 18 ดวง และกลไกหนุนภาคเอกชนใน โครงการสร้างกลุ่มดาวเทียมจำนวน 18 ดวง (18-Satellite Constellation Project) ของประเทศไทย วัตถุประสงค์หลักไม่ได้อยู่ที่การมีดาวเทียมหรือข้อมูลเท่านั้น แต่คือ การสร้างอุตสาหกรรมอวกาศ (Space Industry) ภายในประเทศ โดยไทยจะไม่ใช้วิธีจัดซื้อดาวเทียมสำเร็จรูป 100% จากต่างประเทศ แต่ใช้กลยุทธ์ร่วมสร้างร่วมลงทุน ให้มีการผลิตและประกอบชิ้นส่วนบางส่วนในประเทศไทยร่วมกับเอกชนไทยเพื่อเกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยี
ขณะเดียวกัน GISTDA ร่วมกับ สถนบันสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สภาพัฒน์) และ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)ผลักดันนโยบายจัดตั้งกองทุนและมาตรการการเงิน/ภาษีเพื่อช่วยให้เอกชนไทยกู้ยืมและตั้งตัวได้ พร้อมทั้งดึงดูดนักเรียนทุนและคนรุ่นใหม่ที่จบจากสถาบันชั้นนำในต่างประเทศ (เช่น Harvard หรือสถาบันในสหรัฐฯ) กลับมาสร้างธุรกิจ Startup ด้านอวกาศในไทย
อย่างไรก็ดีการลงทุนในอุตสาหกรรมอวกาศส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโดยตรง ทั้งการนำเม็ดเงินเข้าประเทศ การจัดเก็บภาษี และการสร้างงานให้แก่คนรุ่นใหม่ที่เรียนมาทางด้านวิทยาศาสตร์ ในด้านการใช้งานจริง GISTDA วางบทบาทเป็น Active Facilitator ที่เชื่อมโยงข้อมูลดาวเทียมร่วมกับ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ส่งตรงถึงประชาชนและภาครัฐ
นอกจากนี้ GISTDA ยังมีผลการศึกษาการจัดตั้ง ท่าอวกาศยาน (Spaceport) ในประเทศไทยประกอบด้วยกัน 4 ด้าน คือ 1. ทางเทคนิค (Technical Feasibility) มีความเป็นไปได้สูงมากเนื่องจากตำแหน่งภูมิศาสตร์ของไทยอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตร 2. ทางการเงิน (Financial Feasibility) "หากประเมิน ณ วันนี้ ยังไม่คุ้มค่าทางการเงิน" แต่ไม่ควรถอนตัวหรือเลิกศึกษา เพราะจะทำให้เสียโอกาสในอนาคต โดยต้องใช้วิธีทยอยทำเป็นโมดูล (Modular Approach) และหาพันธมิตรร่วมลงทุน
3. พื้นที่เป้าหมายยุทธศาสตร์ ผลการศึกษาร่วมกับผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศระบุว่า พื้นที่ที่มีความเหมาะสมที่สุดทางเทคนิคคือ อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี (รวมถึงพื้นที่ชายฝั่ง เช่น อ.ทับสะแก) แม้ในอดีตต่างชาติติดกังวลเรื่องพื้นที่ความมั่นคง (เขตสีแดง) แต่หากอนาคตเปลี่ยนเป็นพื้นที่สีเขียวก็พร้อมพัฒนาทันที
4. กฎหมายและระยะเวลา เป็นเทคโนโลยีสองทาง (Dual-use) เกี่ยวข้องกับความมั่นคงและยุทธโธปกรณ์ จึงต้องทำข้อตกลงระหว่างประเทศ หากรัฐบาลอนุมัติสร้างวันนี้ จะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 7 ปี จึงจะเสร็จสมบูรณ์
ทั้งนี้ยังมีความท้าทายในเรื่องของ ร่าง พ.ร.บ. กิจการอวกาศ และการปรับเปลี่ยน Mindsetซึ่งเป็นประเด็นน่าเป็นห่วงที่สุดคือความล่าช้าของ ร่างพระราชบัญญัติกิจการอวกาศแห่งชาติ (Space Act) ปัจจุบันยังมีความเห็นเห็นขัดแย้งระหว่างกระทรวงเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่และการจัดตั้ง "หน่วยงานอวกาศแห่งใหม่"
"ระหว่างรอหน่วยงานใหม่ รัฐบาลให้ GISTDA ทำหน้าที่แทนไปก่อน แต่เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของกระทรวงหรือหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง มันคือเรื่องของประเทศชาติ ผมเหลือวาระอีก 2 ปีไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง แต่ถ้าเราขัดขาหรือบล็อกกันเอง ประเทศไทยจะเสียโอกาสให้ต่างชาติ และเอกชนไทยจะไม่เกิด" ดร.ปกรณ์ กล่าว

สำหรับการสำรวจอวกาศ การตั้งถิ่นฐานบนดวงจันทร์และดาวอังคารไม่ใช่เรื่องตลก สหรัฐฯ (NASA) และจีน กำลังสร้างฐานบนดวงจันทร์ภายใน 2-3 ปีนี้เพื่อใช้เป็น "สถานีต่อรถ" ทดลองระบบก่อนเดินทางไปดาวอังคาร ซึ่งการตั้งถิ่นฐานต้องเกิดจากความร่วมมือหลายประเทศ ในอีกไม่เกิน 10 ปีข้างหน้า เรื่องการเดินทางไปอวกาศจะกลายเป็นเรื่องปกติธรรมดา
ประเทศไทยได้เข้าร่วมโครงการระดับโลก ทั้ง โครงการ Artemis ของ NASA (สหรัฐฯ) และ โครงการ Chang'e (ฉางเอ๋อ) ของจีน โดยส่งการทดลองและอุปกรณ์ไทยขึ้นสู่อวกาศ พร้อมทั้งกำลังเจรจาหาทุนจากสปอนเซอร์ภาคเอกชนเพื่อผลักดัน โครงการส่งนักบินอวกาศไทย (Thai Astronaut) เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่โดยไม่รบกวนงบประมาณแผ่นดิน
สำหรับงาน “Thailand Space Expo 2026” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 28–31 ตุลาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ณ ชั้น 7 ไอคอนสยามฮอลล์ ศูนย์การค้าไอคอนสยาม กรุงเทพฯ มหกรรมอวกาศยิ่งใหญ่แห่งปีที่พร้อมเปิดโอกาสให้ทั้งภาคธุรกิจ นักวิจัย เยาวชน นักศึกษา และประชาชนทั่วไปได้สัมผัสเทคโนโลยีและนวัตกรรมอวกาศ เรียนรู้การนำข้อมูลจากอวกาศมาประยุกต์ใช้ และมองเห็นโอกาสใหม่ของอุตสาหกรรมอวกาศในยุค Space Economy ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : https://www.facebook.com/gistda หรือ เว็บไซต์ : https://tsx.gistda.or.th/
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

