สเปนเร่งสอบปมรถไฟความเร็วสูงชนกัน ล่าสุดดับ 68 ศพ เจ็บทะลุ 100 ราย

ความคืบหน้าเหตุอุบัติเหตุรถไฟความเร็วสูงชนกันทางตอนใต้ของกรุงมาดริด ประเทศสเปน เมื่อวันที่ 28 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 68 ราย และบาดเจ็บมากกว่า 100 ราย ล่าสุดทางการสเปนเร่งตรวจสอบสาเหตุของโศกนาฏกรรมครั้งนี้ หลังมีข้อมูลเกี่ยวกับความขัดข้องของระบบควบคุมการเดินรถก่อนเกิดเหตุ
รายงานระบุว่า ผู้บาดเจ็บ 58 รายถูกนำตัวเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล โดยในจำนวนนี้มี 15 รายอยู่ในอาการวิกฤต ขณะที่เหตุการณ์เกิดขึ้นในเขตแคว้นกัสติยา-ลามันชา ทางตอนใต้ของกรุงมาดริด โดยเกี่ยวข้องกับรถไฟของบริษัทเรนเฟและบริษัทอิริโอ
ออสการ์ ปูเอนเต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมสเปน เปิดเผยว่า รถไฟของบริษัทเรนเฟกลับมาให้บริการอีกครั้ง หลังจากก่อนหน้านี้มีการหยุดระบบอัตโนมัติที่เกี่ยวข้องกับเส้นทางรถไฟระยะทาง 69 กิโลเมตร โดยรถไฟขบวนดังกล่าวเดินทางต่อไปอีกราว 25 กิโลเมตร ก่อนเกิดเหตุชนกับรถไฟของบริษัทอิริโอซึ่งจอดอยู่บนราง

ข้อมูลเบื้องต้นระบุว่า รถไฟอาจมีความเร็วสูงถึง 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขณะเกิดเหตุ อย่างไรก็ตาม รายละเอียดดังกล่าวยังต้องได้รับการตรวจสอบอย่างรอบด้าน เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง รวมถึงตรวจสอบว่าความขัดข้องของระบบควบคุมการเดินรถมีส่วนเกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุครั้งนี้หรือไม่
รัฐบาลสเปนประกาศไว้อาลัยเป็นเวลา 3 วัน เพื่อแสดงความอาลัยต่อผู้เสียชีวิตและให้กำลังใจครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบ ขณะที่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องยังคงดำเนินการตรวจสอบเหตุการณ์และรวบรวมข้อมูลเพื่อประกอบการสอบสวน
โศกนาฏกรรมครั้งนี้สร้างความกังวลต่อความปลอดภัยของระบบรถไฟในประเทศ โดยก่อนหน้านี้สเปนเคยเกิดอุบัติเหตุรถไฟชนกันที่เมืองอดามุซเมื่อเดือนมกราคม ซึ่งมีผู้เสียชีวิต 46 ราย และในปี 2013 เกิดอุบัติเหตุรถไฟตกรางที่คร่าชีวิตผู้คนถึง 80 ราย
ขณะนี้ประเด็นสำคัญอยู่ที่การตรวจสอบลำดับเหตุการณ์ก่อนการชน สภาพของระบบควบคุมและสัญญาณ ตลอดจนความเร็วของรถไฟ เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนเกี่ยวกับสาเหตุของอุบัติเหตุ และกำหนดมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีก


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

