ทลายล้งนอมินีจีน! แอบอ้างสวม‘บัตรคนจน’จดทะเบียนบริษัทซื้อ-ขายทุเรียน

29 ตุลาคม 2569 พ.ต.อ.เจริญพงษ์ ขันติโล โฆษก บก.ตม.6 เปิดเผยว่า ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร. , พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.สตม. , พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรมาศ รอง ผบช.สตม. , พล.ต.ต.ณัฐกร ประภายนต์ รอง ผบช.สตม. , พล.ต.ต.ชูธเรศ ยิ่งยงดำรงสกุล ผบก.ตม.6 , พ.ต.อ.กันตวัฒน์ พงศ์สถาบดี รอง ผบก.ตม.6 , พ.ต.อ.ณัฐวุฒิ แสงเดือน รอง ผบก.ตม.6 , พ.ต.ท.ทรงพันธุ์ กุลดิลก สวญ.ตม.จว.ชุมพรได้สั่งการให้ พ.ต.ท. สันติ มณีรัตน์ สว.ตม.จว.ชุมพร นำชุดสืบสวนลงพื้นที่หาข่าว ระดมกวาดล้าง และติดตามจับกุมคนต่างด้าวที่กระทำความผิดกฎหมายตามนโยบาย ผบช.สตม. ที่ให้ตรวจคนเข้าเมืองทั่วประเทศเข้มงวดกวดขันบุคคลต่างด้าวที่อยู่ในประเทศที่ผิดกฎหมาย หรือมีหมายจับต่างประเทศ

ต่อมาเจ้าหน้าที่นำหมายค้นศาลจังหวัดหลังสวน เข้าค้นบริษัทแห่งหนึ่งใน ต.วังตะกอ อ.หลังสวน จ.ชุมพร พบมีการนำชื่อคนไทยสวมจดทะเบียนผู้ถือหุ้นในบริษัทโดยมิชอบ จากการตรวจค้นพบชาวจีน 1 คน มีชื่อเป็นกรรมการบริษัท จึงได้เชิญตัวมาแจ้งข้อกล่าวที่ สภ.หลังสวน จ.ชุมพร ฐานจดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน , ความผิดตาม ป.อาญา ม.137 , ม.267 และประกอบธุรกิจโดยยินยอมให้คนไทยถือหุ้นแทน(นอมินี) พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542
สำหรับการจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจาก ตม.จว.ชุมพร ได้รับแจ้งจากผู้เสียหาย ว่า ถูกตัดสิทธิในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ(บัตรคนจน) เนื่องจากมีชื่อในผู้ถือหุ้นของบริษัท จึงได้ตรวจสอบพบว่าถูกนำชื่อไปจดทะเบียนเป็นผู้ถือหุ้นบริษัทดังกล่าว โดยผู้เสียหายไม่ได้ยินยอม เนื่องจากตนเองเคยเป็นลูกจ้างในบริษัทดังกล่าว แต่ได้ออกจากงานไปแล้ว
ต่อมา ตม.จว.ชุมพร ได้ทำการสืบสวนร่วมกับ ภ.จว.ชุมพร ทราบว่า บริษัทดังกล่าวมีผู้ถือหุ้น 2 ราย คือ ผู้เสียหาย ถือหุ้น 51% และนายหลี สัญชาติจีน ถือหุ้น 49% จากนั้นได้ตรวจสอบพบว่าบริษัทดังกล่าวมีการประกอบกิจการรับซื้อและขายทุเรียนภายในประเทศ(ค้าปลีก-ค้าส่ง) โดยไม่ได้รับอนุญาต (ไม่ได้ส่งออกต่างประเทศด้วยตนเอง) จึงเข้าข่ายตามบัญชีท้าย พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 บัญชีสาม จึงเป็นความผิดฐานประกอบธุรกิจนอมินีด้วย จึงได้เชิญตัวนายหลี มาแจ้งข้อกล่าวหาที่ สภ.หลังสวน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

โฆษก บก.ตม.6 ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ได้มีการสืบสวนขยายผลการกระทำความผิดของคนต่างด้าวอย่างต่อเนื่อง เน้นการทำลายเครือข่าย นอมินี และการถือครองที่ดินของคนต่างด้าว ตามนโยบายของ ผบช.สตม. ทำให้มีฐานข้อมูลที่สามารถนำมาใช้สืบสวนจับกุมคนต่างชาติที่กระทำผิดกฎหมายในราชอาณาจักรได้อย่างมีประสิทธิภาพ และการปฏิสัมพันธ์กับประชาชนในพื้นที่รวมถึงการเข้าไปช่วยเหลือบำบัดทุกข์ บำรุงสุขให้กับประชาชนในพื้นที่ เป็นหน้าที่ของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ตาม นโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มักจะได้รับข้อมูลข่าวสารเชิงลึก นำมาซึ่งการจับกุมในครั้งนี้ซึ่ง พล.ต.ต.ชูธเรศ ได้สั่งการยกระดับความเข้มข้นในการตรวจสอบพื้นที่ รวมทั้งสืบสวนบุคคลต่างด้าวรายอื่นที่มีหมายจับตำรวจสากลฯ และoverstay เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ และภาพลักษณ์ที่ดีให้กับเมืองท่องเที่ยว ทั้งนี้หากประชาชนพบเบาะแสหรือต้องการแจ้งเรื่องร้องเรียนคนต่างด้าวกระทำผิดกฎหมาย สามารถแจ้งสายด่วน สตม. 1178
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

